โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปิดสวิทซ์บริษัท “ประกันเถื่อน” รับเคลมรถมือสอง พบเหยื่อเกือบ 500 ราย ฮุบเบี้ยประกันกว่า 30 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 04.20 น.

วันนี้ (4กย.68) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นผู้รับประกันภัยโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 มีผู้เสียหายร้องเรียนมาที่ คปภ. หลังจากซื้อรถยนต์จากเต็นท์รถมือสองย่านบางแคและนนทบุรี

โดยมีการเสนอแพคเกจที่เรียกว่า “ประกันสุขภาพรถยนต์/รับประกันคุณภาพรถยนต์มือสอง” ของบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อรับประกันอะไหล่รถยนต์มือสองของลูกค้า เรียกเก็บค่าเบี้ยประกัน 28,000 บาท หลังจากผู้เสียหายบางรายซื้อรถไปแล้วไม่นาน ปรากฏว่ารถเกิดอาการผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์สะดุด ระบบเกียร์มีปัญหา ระบบหัวฉีดขัดข้อง จึงได้นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ในเครือ ปรากฎว่าบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่รับเคลมโดยอ้างว่าราคาสูงเกินมาตรฐานและอยู่นอกเงื่อนไขความคุ้มครอง กลุ่มผู้เสียหายจึงได้เข้าร้องเรียนต่อคปภ.

หลังจากตำรวจลงพื้นที่สืบสวนกรณีดังกล่าว พบว่า บริษัทแห่งนี้จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2565 มีพฤติกรรม เสนอขายแพคเกจในลักษณะดังกล่าวจริง ซึ่งลักษณะการกระทำเช่นนี้ เป็นการเรียกเก็บผลตอบแทน เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อันมีลักษณะเป็นการ “รับประกันภัย” ซึ่งจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่พบว่าบริษัทมีใบอนุญาต รวมถึงบริษัทมีการเผยแพร่คลิปโฆษณาผ่านเพจ

โดยใช้รถของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีข้อมูลแอบอ้างอีกหลายอย่าง เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน พบเงินหมุนเวียนที่น่าเชื่อว่ามาจากการการเรียกเก็บเบี้ยประกันจากผู้เอาประกัน 259 ราย และกลุ่มเต็นท์รถคู่สัญญา จำนวน 52 ราย รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของกรรมการทั้ง 3 รายไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

พนักงานสอบสวน ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และเข้าตรวจค้นเป้าหมาย2จุดในพื้นทีเขตหนองแขม และกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร แจ้งข้อหาความผิดตาม พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวกรรมการบริษัททั้ง 3 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...