โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายจ้างขยาด “GEN Z” หลังพบลาออก-เปลี่ยนงานถี่ แถมใช้ AI ทำงานมากไป

อีจัน

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 11.34 น. • อีจัน

วันนี้ (4 ก.ย.68) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานความเคลื่อนไหวทางสังคมรายไตรมาส 2/2568 เผยว่า การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรของไทยที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วและปัญหาเด็กเกิดน้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Gen Z คือคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกิดในช่วงปี 2539 – 2553 และขณะนี้มีอายุประมาณ 15 – 29 ปี จึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในฐานะกำลังแรงงานหลักในอนาคต

สะท้อนได้จากข้อมูลของ McCrindle ที่พบว่าในปี 2568 กำลังแรงงาน Gen Z มีสัดส่วนอยู่ที่ 27% ของกำลังแรงงานทั่วโลก และคาดว่าภายในปี 2578 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 31% ซึ่งจะกลายเป็นกลุ่มแรงงานหลักทดแทนแรงงานในช่วงอายุก่อนหน้าที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทย Gen Y และ Gen X จะยังคงเป็นกำลังแรงงานหลักของประเทศ โดยในปี 2567 มีสัดส่วนอยู่ที่ 35.1% และ 33.6% ตามลำดับ ขณะที่ Gen Z มีจำนวนอยู่ที่ 7.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 18.3% ของกำลังแรงงานทั้งหมด แต่ในอนาคต Gen Z จะกลายเป็นกำลังแรงงานหลักของประเทศ เพื่อทดแทนช่วงอายุก่อนหน้าที่เริ่มเกษียณออกจากตลาดแรงงาน

สอดคล้องกับข้อมูลของ Adecco ปี 2566 ที่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2571 Gen Z จะมีสัดส่วนถึงประมาณ 1ใน 4 ของตลาดแรงงานไทย หรือเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 25%

อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรม และทัศนคติในการทำงานของกลุ่ม Gen Z อาจเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการมีงานทำของแรงงานกลุ่มนี้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า

1.ผู้ประกอบการมีความกังวลในการรับเด็กจบใหม่เข้าทำงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากทัศนคติและพฤติกรรมบางอย่างอาจสร้างผลกระทบต่อองค์กร อาทิ การลาออกหรือเปลี่ยนงานบ่อย ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสูงขึ้น ความคุ้มค่าของผลิตภาพและคุณภาพงานที่ได้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานช้ามักจะมีข้อจำกัดด้านประสบการณ์และทักษะในการงาน

ซึ่งผู้ประกอบการบางส่วนอาจมองว่าไม่คุ้มต่อการจ้างงาน หรือได้งานที่ไม่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค ของมหาวิทยาลัย Sheffield Hallam ที่พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรมักจะเลือกจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์พร้อมสามารถปฏิบัติงานได้ทันที อีกทั้ง การจ้างบัณฑิตใหม่ยังต้องใช้ต้นทุนทรัพยากรในการฝึกอบรมมาก ซึ่งไม่สอดคล้องกับขนาดธุรกิจ

2.ความเสี่ยงที่เด็ก Gen Z จะว่างงานเพิ่มขึ้น แม้อัตราการว่างงานของเด็ก Gen Z จะมีแนวโน้มลดลง แต่เมื่อเทียบในรายกลุ่มอายุ ระดับการศึกษา และในภาพรวมประเทศ พบว่า กลุ่มนี้ก็ยังคงมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดมาโดยตลอด โดยในปี 2567 Gen Z มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.8%

ขณะที่เมื่อพิจารณาตามระดับการศึกษา ยังพบว่า กลุ่มอุดมศึกษาเป็นกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดที่ 2.0% รองลงมาเป็น กลุ่มที่จบวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) และอาชีวศึกษา (ปวช.) ที่มีอัตราการว่างงานที่ 1.8% และ 1.4% ตามลำดับ ทั้งที่อัตรา
การว่างงานในภาพรวมประเทศอยู่ที่เพียง 1.0%

3.การที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีในงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ระบบการเรียนรู้ถดถอย ซึ่งจากผลสำรวจของ MIT ปี 2568 พบว่า การใช้ AI มากเกินไปอาจทำให้คิดเองน้อยลง สมองเฉื่อยลง สูญเสียความสามารถในการวิเคราะห์ และคิดเชิงสร้างสรรค์ในระยะยาว

สอดคล้องกับงานสำรวจของ EY ปี 2024 ที่พบว่า Gen Z ทำคะแนนในด้านความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของ AI ได้ถึง 69 คะแนน แต่คะแนนด้านการใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น การเขียนคำสั่ง) กลับได้เพียง 56 คะแนน และที่น่ากังวล คือ ความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ต่อผลลัพธ์ที่ได้จาก AI เช่น การระบุข้อบกพร่อง การแยกแยะข้อมูลที่สร้างโดย AI กลับทำคะแนนได้เพียง 44 คะแนนเท่านั้น

โดยเหตุผลมาจาก ลักษณะเฉพาะของคนกลุ่มนี้ ชี้ให้เห็นว่าทัศนคติและพฤติกรรมในการทำงานของ Gen Z มีความน่าสนใจและแตกต่างจากคนรุ่นก่อนหน้าอย่างมาก โดยในกรณีของไทย พบว่า

1. Gen Z บางส่วนเลือกจะไม่เรียนต่อ เนื่องจากมีความกังวลต่อระบบการศึกษาในหลายด้านมากขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีนโยบายส่งเสริมให้เด็กไทยเข้าถึงระบบการศึกษาในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เด็ก Gen Z บางส่วนกลับมองว่า การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอาจไม่ตอบโจทย์หรือไม่ใช่ทางเลือกหลักในการประกอบอาชีพ

จากผลสำรวจ Deloitte ปี 2568 พบว่า Gen Z ในไทยกว่า 16% ตัดสินใจไม่เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เนื่องจากส่วนใหญ่รู้สึกกังวลต่อคุณภาพการศึกษา (48%) ค่าเล่าเรียนแพง (44%) ตลอดจนคิดว่าระบบการเรียนไม่มีความยืดหยุ่นเท่าที่ควร (19%) นอกจากนี้ บางส่วนยังกลัวว่าจะจ่ายหนี้กู้ยืมการศึกษาไม่ไหว (26%)

2.การเข้าสู่ตลาดแรงงานช้าลง หากพิจารณาระยะเวลาการว่างงานของ Gen Z ในไทย พบว่าในปี 2557 สัดส่วน Gen Z ที่ว่างงานมากกว่า 1 ปี อยู่ที่ 1.2% และเพิ่มเป็น 13.6% ในปี 2567 โดยสูงกว่าทุกช่วงอายุก่อนหน้า ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ยังพบว่า Gen Z มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดที่ 48.5%

ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับการค้นหาตัวเอง จากการทำ Gap Year เพื่อออกมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ (วีระชน แจ่มจันทร์, 2566) สอดคล้องกับผลการสำรวจของ Applied ปี 2566 ที่พบว่า 47% ของ Gen Z คิดว่า การมี Career Break ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้สามารถกลับมาทำงานได้เต็มที่มากขึ้น

3.Gen Z มีความเป็นผู้ประกอบการในตัวเองสูง จากข้อมูลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า Gen Z หันไปทำธุรกิจส่วนตัวแทนการทำงานในระบบเพิ่มขึ้นจากในอดีต โดยก่อนสถานการณ์ COVID-19 Gen Z เลือกทำงานเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้างในสัดส่วนเฉลี่ยที่ประมาณ 0.4% ต่อปี ขณะที่ตั้งแต่ช่วงปี 2563 ถึงปัจจุบัน มีสัดส่วนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% ต่อปี

สอดล้องกับผลสeรวจของ Intelligent ปี 2022 ที่พบว่า ร้อยละ 60 ของเด็กจบใหม่ต้องการเป็นเจ้านายตัวเอง โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากความต้องการอิสระ การทำในสิ่งที่ชอบ และการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์/ข้อจำกัดของการทำงานประจำสะท้อนถึงการมีความคิดริเริ่มและกล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น (Business Plus, 2567

4.จริยธรรม คุณค่า และ Work-Life Balance เป็นปัจจัยหลักที่ Gen Z ให้ความสำคัญที่สุด จากข้อมูลการสำรวจของ Deloitte ปี 2567 พบว่า 55% ของ Gen Z ในไทยมีแนวโน้มที่จะปฏิเสธงานที่ขัดต่อจริยธรรมและความเชื่อของตนเอง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับงานที่มีคุณค่าและงานที่มี Work-Life Balance

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาด้านความภักดีต่อองค์กร ยังพบว่า Gen Z ไม่ยึดติดกับองค์กรเมื่อเทียบกับแรงงานรุ่นก่อนหน้า โดยพร้อมที่จะเปลี่ยนงานหากพบว่าบริษัทไม่ตอบสนองความต้องการ ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากอัตราการลาออกจากงานของคน Gen Z ในไทยที่เพิ่มขึ้น 12 – 15% มากกว่าอัตราเฉลี่ยการลาออกจากงาน ในภาพรวมที่อยู่ที่ประมาณ 10% (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2564)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...