โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อินทรวรมันที่ 1” กษัตริย์ขอมยุคก่อนเมืองพระนคร ผู้แผ่อำนาจเหนือลุ่มแม่น้ำ “มูล-ชี”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2568 เวลา 17.02 น.
ปราสาทพระโค สร้างเมื่อ พ.ศ. 1422 โดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 (ภาพจาก นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม พ.ศ. 2537)

พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 กษัตริย์ขอมยุคก่อนเมืองพระนคร ผู้ทรงแผ่อำนาจเหนือลุ่มแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ในพื้นที่ภาคอีสานและลาวตอนใต้

หลังจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 2(ครองราชย์ พ.ศ. 1345-1393) สถาปนาลัทธิ “เทวราช” ผนวกบ้านเมืองกัมพูชาโบราณ ที่เคยแตกแยกเป็นเจนละบกกับเจนละน้ำให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง เป็นรากฐานให้อาณาจักรขอมแห่งเมืองพระนครในเวลาต่อมา พระองค์จึงถือเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม

เสถียรภาพทั่วดินแดนภายใต้พระราชอำนาจชัยวรมันที่ 2 ได้รับการต่อยอดโดยกษัตริย์ขอมรุ่นถัด ๆ มา ดังมีหลักฐานว่า อำนาจจากลุ่มทะเลสาบเขมรได้แผ่เข้ามาถึงลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ในสมัย “อินทรวรมันที่ 1” ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1420-1432

รัชสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1

พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ทรงสืบราชสมบัติจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 (ครองราชย์ พ.ศ. 1393-1420) พระองค์ประทับ ณ เมืองหริหราลัย ทางเหนือของทะเลสาบเขมร ห่างจากเมืองเสียมราฐราว 15 กิโลเมตร หลักฐานต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีพระประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะสร้างราชธานีหริหราลัยให้งดงาม และพัฒนาบ้านเมืองให้รุ่งเรืองทุกด้าน

เพื่อตระเตรียมแหล่งน้ำประจำเมืองและชลประทานทั่วพื้นที่ในชนบท พระองค์โปรดให้สร้างบารายขนาดใหญ่ทางทิศเหนือของเมืองใน พ.ศ. 1420 ทรงให้นามบารายแห่งนี้ว่า “อินทรตฏากะ”จากพระนามของพระองค์เอง

ภายในตัวเมืองหริหราลัย พระองค์โปรดให้สร้างศาสนสถานขึ้น 2 แห่งเมื่อ พ.ศ. 1422 และสร้างปราสาทอีก 6 หลัง ณ ปราสาทพระโค เพื่ออุทิศถวายพระราชบุพการี ในจำนวนนั้นรวมถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 และพระมเหสีด้วย

พ.ศ. 1424 พระองค์โปรดให้สร้าง ปราสาทบากองซึ่งเกี่ยวข้องกับลัทธิเทวราช ประดิษฐานเทวรูปพระอิศวรและพระอุมา เทวสถานนี้ตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้นขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยศิลาทราย

อีกบทบาทสำคัญของกษัติย์ขอมพระองค์นี้คือ ทรงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับดินแดนโดยรอบ ได้แก่ จีน ชวา และจาม นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดความแตกแยกภายในอาณาจักรในพุทธศตวรรษที่ 13 (ยุคเจนละ) ทำให้ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ขอมผู้ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่ง

ราชอาณาจักรของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ยังแผ่ขยายออกไปถึงบริเวณแม่น้ำมูล-ชี ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดอุบลราชธานี ไปถึงโชดก (โชดึก) แถบปากแม่น้ำโขง ปลายแหลมอินโดจีน

ทั้งนี้ เพราะที่อำเภอมหาชนะชัย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอุบลราชธานี มีการพบจารึกเนื่องในพุทธศาสนา ตรงกับ พ.ศ. 1429 กล่าวถึงพระนามพระเจ้าอินทรวรมันว่ากำลังทรงครองราชย์อยู่

เมื่อพระเจ้าอินทรวรมันสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 1432 ทรงได้พระนามหลังจากนั้นว่า “อีศวรโลก”มีการสถาปนาราชอาณาจักรเขมรโบราณขึ้นพร้อม ๆ กับการสร้างเมืองพระนคร (Angkor) ในสมัย พระเจ้ายโศวรมันที่ 1(ครองราชย์ พ.ศ. 1433-1453) เหลือเพียงแคว้นภวปุระที่เป็นแคว้นเจนละเดิมแล้วยังเป็นอิสระอยู่ ราชอาณาจักรค่อนข้างเป็นเอกภาพ และราชธานีโบราณหริหราลัยก็ยังปรากฏร่องรอยโบราณสถานสำคัญหลงเหลือมาตราบถึงปัจจุบัน

การสร้างสระน้ำขนาดใหญ่ของเมืองหริหราลัยแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเก็บกักน้ำแบบที่อาณาจักรฟูนันเคยทำมาก่อน และเป็นพื้นฐานเทคโนโลยีด้านชลประทานขนาดใหญ่ในศตวรรษต่อ ๆ มาด้วย

ศิลปะเขมรโบราณเจริญควบคู่กับการปกครองของราชอาณาจักรเขมรสมัยโบราณ ศิลปะในพุทธศตวรรษที่ 14 สะท้อนยุคสมัยหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร (ฟูนัน-เจนละ) กับสมัยเมืองพระนคร ตลอดพุทธศตวรรษข้างต้น ศิลปะทั้งสองแบบค่อย ๆ มีพัฒนาการสืบต่อกันลงมาตามลำดับ

เพื่อจำแนกความแตกต่าง นักประวัติศาสตร์ศิลปะนิยามชื่อศิลปะยุคนั้นตามชื่อโบราณสถานที่โดดเด่น โดยเรียกศิลปะในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ว่า ศิลปะแบบกุเลนและเรียกศิลปะในรัชกาลพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ว่า ศิลปะแบบพระโค

สถาปัตยกรรมยุคพระโค

ศิลปะแบบพระโค มีปราสาทสำคัญ 2 แห่งคือ ปราสาทพระโคสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1422 และปราสาทบากอง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1424 ทั้งนี้ ยังมีอีกปราสาทที่เป็นรูปแบบศิลปะใกล้เคียงกัน แต่สร้างโดยพระราชโอรสของพระเจ้าอินทรวรมัน (พระเจ้ายโศวรมันที่ 1) นั่นคือ ปราสาทโลเลย

โบราณสถานเหล่านี้สร้างด้วยอิฐเป็นหลัก แต่องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมบางอย่าง เช่น กรอบประตู เป็นศิลาทราย (หินทราย) มีทับหลังรองรับด้วยเสาประดับกรอบประตู 2 ต้น เป็นศิลาสลักแผ่นใหญ่วางอยู่เหนือกรอบประตู

ที่ปราสาทพระโค ทวารบาลและเทพธิดาของศาสนสถานถูกสลักลงบนแผ่นศิลาทราย ซึ่งฝังติดผนังตัวปราสาท บันไดทางขึ้นก็สร้างด้วยศิลาทรายเช่นกัน ส่วนปราสาทบากองตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้นที่ก่อด้วยศิลาทราย ถือเป็นศาสนสถานแห่งแรกที่มีการใช้ศิลาทรายเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง

เทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรมในช่วงรอยต่อนี้เอง เป็นรากฐานของการสร้างปราสาทหินขนาดใหญ่มากมายทั่วราชอาณาจักรในยุคพระนคร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, รศ. ดร. ม.ร.ว. อินทรวรมัน ผู้แผ่อำนาจเหนือลุ่มแม่น้ำ “มูล-ชี”.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม พ.ศ. 2537.

มาดแลน จิโต ; ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล แปล. (2566). ประวัติเมืองพระนครของขอม.กรุงเทพฯ : มติชน.

สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ. อาณาจักรขอม. วารสารเมืองโบราณ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 มกราคม-มีนาคม พ.ศ. 2520.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อินทรวรมันที่ 1” กษัตริย์ขอมยุคก่อนเมืองพระนคร ผู้แผ่อำนาจเหนือลุ่มแม่น้ำ “มูล-ชี”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...