บริหาร-กดปุ่มสมอง ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ ผ่อนคลาย ช่วยฝึกสมาธิ
ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นภาวะที่จำนวนเซลล์สมองที่ทำงานได้ยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว อันเกิดจากการฝ่อเหี่ยวล้ำหน้าไปอีก ภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ ส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป แต่ภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้นก็สามารถพบได้ มักจะมีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรม โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อของสมอง การได้รับสารพิษ เป็นต้น เมื่อเซลล์สมองฝ่อเหี่ยวลง จะส่งผลให้มีปัญหาในด้านความจำ ความคิด อารมณ์ และบุคลิกภาพ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม การบริหารสมองเพื่อป้องกัน หรือ ชะลอจึงสำคัญ
ภาวะช็อกทางจิตใจมีผลต่อสมอง เปิดเหตุผลเหตุสะเทือนใจอาจลบความจำ
อัลไซเมอร์ไม่ใช่แค่เรื่องความจำ แต่เสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิตเวช
การบริหารสมองลดภาวะสมองเสื่อม
ปุ่มสมอง
- ใช้มือขวาวางระหว่างไหปลาร้าทั้ง 2 ข้างโดย ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ คลำหาร่องหลุมตื้นๆ 2 ช่องซึ่งห่างกันประมาณ 1 นิ้วหรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายของ แต่ละคนที่มีขนาดไม่เท่ากัน ให้นวดบริเวณนี้ประมาณ 30 วินาที และให้นำมือซ้ายวางไปที่ตำแหน่งสะดือ ขณะนวดให้กวาดตามองจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และจากพื้นขึ้นเพดาน จากเพดานลงพื้น
- เปลี่ยนมือด้านซ้ายวางที่ไหปลาร้ามือขวาวางที่สะดือ ทำเช่นเดียวกัน
ประโยชน์การบริหาร เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองให้ดีขึ้น ช่วยสร้างให้ระบบการสื่อสารระหว่างสมอง 2 ซีกที่เกี่ยวกับการพูดการ อ่าน เขียน มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปุ่มขมับ
- ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางมือสองข้างนวดขมับเบาๆ วนเป็นวงกลม ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที กวาดสายตามองซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย และจากพื้นขึ้นเพดาน จากเพดานลงพื้น
ประโยชน์ของการนวด - เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการมองเห็นให้ทำงานดีขึ้น และทำให้การทำงานของสมองทั้ง 2 ซีกสมดุลกัน
ปุ่มใบหู
- ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับที่ส่วนบนสุดด้านนอกของใบหูทั้ง 2 ข้าง นวดตามริมขอบนอกของใบหูทั้ง 2ข้างพร้อมๆกันให้นวดไล่ลงมาจนถึงติ่งหูเบาๆทำซ้ำหลายๆครั้ง ควรทำท่านี้ก่อนอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความจำและมีสมาธิมากขึ้น
ประโยชน์ของการกระตุ้น เพื่อกระตุ้นหลอดเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการได้ยินและความจำระยะสั้นให้ดีขึ้น สามารถเพิ่มการรับฟังที่เป็นจังหวะได้ดีขึ้น
การเคลื่อนไหวสลับข้าง
ท่าที่1 นับ1-10
- ชูนิ้วชี้ มือทั้งสองข้างขึ้นมา ใช้นิ้วชี้มือซ้าย ชี้ไปที่นิ้วชี้มือขวา (นับ1)
- มือซ้ายชู 2 นิ้ว คือนิ้วชี้กับนิ้วกลาง มือขวาใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือชี้ขนานกับพื้นตรงไปที่มือซ้าย (นับ 2)
- มือขวาชู 3 นิ้ว คือนิ้วชี้ กลาง นาง มือซ้ายนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือชี้ขนานกับพื้น ตรงไปที่มือขวา (นับ 3)
- มือซ้ายชู 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย ส่วนมือขวาใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือชี้ขนานกับพื้น ตรงไปที่มือซ้าย (นับ 4)
ประโยชน์การบริหาร - เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่เกิดนิ้วล็อก กระตุ้นสมองที่มีการสั่งการให้เกิดความสมดุลทั้งซ้ายขวา และกระตุ้นความจำ
ท่าที่ 2 ท่าจีบ L
- ยกมือ 2 ข้างขึ้น มือขวาทำท่าจีบ ใช้นิ้วหัวมือประกบนิ้วชี้ นิ้วอื่นเหยียดออก
- มือซ้ายทำรูปตัว L กางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ออกไปนิ้วที่เหลือกำไว้
- ทำสลับข้างกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์การบริหาร - ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อมือประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อก กระตุ้นการสั่งการให้สมดุล กระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
ท่าที่ 3 ท่าโป้งก้อย
- มือขวาชูนิ้วโป้ง นิ้วอื่นๆกำไว้
- มือซ้ายชูนิ้วก้อย นิ้วอื่นๆกำไว้
- ทำสลับไป-มา 10 ครั้ง
ประโยชน์การบริหาร – ช่วยการมองเห็นภาพด้านซ้ายและขวาดีขึ้น
ท่าที่ 4 แตะจมูก-แตะหู
- มือขวาไปแตะที่หูซ้าย มือซ้ายไปแตะจมูก
- เปลี่ยนเป็นมือซ้ายแตะที่หูขวา มือขวาแตะจมูก (ลักษณะมือไขว้กัน)
- ทำสลับไป-มา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหาร - ช่วยการมองเห็นภาพซ้าย ขวาดีขึ้น
ท่าที่ 5 แตะหู
- มือขวาอ้อมผ่านใต้คางไปที่หูซ้าย มือซ้ายอ้อมผ่านศีรษะ ไปจับหูขวา
- เปลี่ยนมือซ้ายอ้อมใต้คางไปจับหูขวา มือขวาอ้อมศีรษะ ไปจับหูซ้าย
- ทำสลับข้างกัน 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหาร - เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลทั้งซีกซ้ายและขวา การคิดคำนวณกะระยะ และป้องกันกล้ามเนื้อไหล่เกิดการติดยึด
การผ่อนคลาย
- มือทั้ง 2 ข้างประกบกันในลักษณะพนมมือเป็นรูปดอกบัวตูม โดยขยับมือเข้า-ออกให้นิ้วมือมาสัมผัสกันทุกนิ้วกันเบาๆ พร้อมกับหายใจเข้า-ออกช้าๆ ทำท่านี้ ประมาณ 10 นาที
ประโยชน์ของการบริหาร - ทำให้เกิดสมาธิ เป็นการเจริญสติที่ดี
สมองเสื่อมมีอาการอย่างไร
- ความจำบกพร่องและความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลดลง
- การใช้ภาษาบกพร่อง เช่น นึกคำพูดไม่ออก ใช้คำพูดไม่ถูกต้อง การเขียน การอ่านไม่ถูกต้อง หรือทำไม่ได้
- ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเคย
- มีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และบุคลิกภาพ
- นอนไม่หลับ ประสาทหลอน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง และวิตกกังวล
แนวทางการรักษา
แพทย์มุ่งเน้นรักษาที่สาเหตุ ในโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง โรคติดเชื้อในสมอง ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โพรงน้ำสมองโต เนื้องอกในสมอง ภาวะขาดโฟเลท ขาดวิตามินบี 12 การได้รับยาเกินขนาด เป็นต้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้หากรักษาได้ถูกต้องและทันเวลา สมองถูกทำลายไม่มาก ผู้ป่วยอาจจะกลับเป็นปกติได้ ถ้ารักษาช้าไปอาจมีความทุพพลภาพอยู่มาก
มุ่งเน้นการรักษาแบบประคับประคองอาการ เนื่องจากในกลุ่มที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็งสมองระยะลุกลาม สมองติดเชื้อในผู้ป่วยโรคเอดส์บางอย่างอาจรักษาด้วยการให้ยาเพียงประคับประคองอาการ แต่ไม่สามารถหยุดขบวนการเสื่อมของสมองได้ ต้องอาศัยการดูแลที่ดีและญาติมีความเข้าใจ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และที่สำคัญคือเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วยและญาติ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2 และ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่