โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มาถูกทาง! ‘คงกระพัน’ CEO ปตท. วางกลยุทธ์มุ่งสู่ ‘ก๊าซ’ เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 02.49 น. • The Bangkok Insight

"คงกระพัน" CEO ปตท. มาถูกทาง! วางกลยุทธ์และทิศทางมุ่งสู่ "ก๊าซ" ตามเทรนด์โลก ควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก สร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างสมดุลใน 3 ด้าน ชี้ธุรกิจที่ไม่ถนัดก็ทยอยออกไป ไม่ต้องสร้างภาระ เชื่อ 20-30 ปีข้างหน้าก๊าซจะเป็นเชื้อเพลิงหลักของโลก

ท่ามกลางความท้าทายในมิติต่างๆ ของความมั่นคงทางพลังงานการผลิตพลังงานหมุนเวียน พลังงานสีเขียว ยังไม่เพียงพอกับความ ต้องการจึงยังต้องพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลที่สะอาดมากที่สุดคือ "ก๊าซ" ที่สำคัญคือราคาถูก ดังนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) ไปสู่ พลังงานสะอาด"ก๊าซ" จึง Destination Fuel เป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดที่จะนำมาใช้ทดแทนถ่านหิน น้ำมัน

คงกระพัน

ปตท.ภายใต้การบริหารของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้วางยุทธศาสตร์มุ่งไปที่ ก๊าซ เพราะมันเป็นเทรนด์ของโลกอย่างแท้จริง โดยกลุ่ม ปตท จะเป็นผู้เล่นในธุรกิจนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศ และเป็น LNG Hub ในภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกัน ก๊าซกลายมาเป็น Destination Fuel เชื่อว่า 20-30 ปีข้างหน้า ก๊าซจะยังเป็นเชื้อเพลิงหลักของโลก ราคาไม่แพง มีคาร์บอนไม่มาก

ก๊าซธรรมชาติ ถือเป็น Destination Fuel มีบทบาทสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยดำเนินการควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากก๊าซ ธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ที่มีความเสถียรต่อระบบพลังงาน และเป็นเชื้อเพลิงที่มีความสะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นขณะนี้หลายภูมิภาคทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหสว (LNG) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

"คงกระพัน" มาถูกทางกลยุทธ์และทิศทางของ ปตท.

กลุ่ม ปตท. ถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ภายใต้กลยุทธ์สร้างสมดุล3 ด้าน

1. เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น(Security)

2 . เข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้(Affordability/ Competitiveness)

3. ยั่งยืน สร้างความยั่งยืนอย่างสมดุลในทุกมิติ สร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่การลดก๊าซเรือนกระจก(Sustainability)

คงกระพัน

"กลยุทธ์และทิศทางของ ปตท. ในปัจจุบันมาถูกทางแล้วเห็นได้จากไฮโดรคาร์บอนและก๊าซธรรมชาติ เป็นไปตามทิศทางของโลก ควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึง ธุรกิจที่ ปตท. ไม่ถนัดก็ทยอยออกไป ทำให้ไม่ต้องมีภาระในส่วนนี้ สามารถมุ่งดำเนินธุรกิจตามทิศทางที่ถูกต้องได้เต็มที่"

คงกระพัน

ภาพรวมสถานการณ์พลังงานในระดับโลก ปี 2025

ส่วนแบ่งพลังงานตามแหล่งที่มา (ปี 2024–2025)

ถ่านหิน (Coal) การเติบโตช้าลงเพียง 1% สัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าลดลง คิดเป็นสัดส่วน 35%

น้ำมัน (Oil) การเติบโตช้าลง เหลือเพียง +0.8% และส่วนแบ่งของการใช้พลังงานรวมต่ำกว่า 30%

ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง โดยมีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2.5–2.7%

พลังงานหมุนเวียน (renewables) และ นิวเคลียร์ ครอบคลุม 80% ของการเติบโตของพลังงานไฟฟ้า และคิดเป็น 40% ของไฟฟ้าที่ผลิตทั้งหมด

พลังงานหมุนเวียน (เฉพาะภาคการผลิตไฟฟ้า) คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสามของไฟฟ้าทั้งหมด โดยคิดเป็นสัดส่วนพลังงานน้ำ 14%, ลม 8%, พลังงานแสงอาทิตย์ 7%

พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) กำลังผลิตสูงสุด เพิ่มขึ้น ~480 TWh ในปี 2024; เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุก ~3 ปี และคิดเป็นสัดส่วน ~55% ของกำลังการผลิตหมุนเวียน

ภาพรวมสถานการณ์ธุรกิจ LNG ปัจจุบันในระดับโลก

สถานการณ์ธุรกิจ LNG (Liquefied Natural Gas) หรือก๊าซธรรมชาติเหลว ในตลาดโลก ปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบและทิศทางการเติบโตของตลาด โดยเฉพาะในช่วงหลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์พลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทานของก๊าซธรรมชาติ ในปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายด้านจากปีก่อน สะท้อนถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และนโยบายพลังงานที่มีผลต่อการผลิต การส่งออก และความต้องการ LNG ทั่วโลก

คงกระพัน

1. ความต้องการ LNG ยังคงเติบโต

ตลาดเอเชียและยุโรป: ความต้องการ LNG ในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาด รวมถึงความต้องการ LNG ในยุโรปที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากวิกฤตยูเครนที่ทำให้ยุโรปพยายามหลีกเลี่ยงการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย

การเปลี่ยนแปลงพลังงานในยุโรป: ยุโรปยังคงใช้ LNG เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกหลักเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยพยายามลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียและเพิ่มความหลากหลายในการจัดหาพลังงาน

• ความต้องการ LNG ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 3.0% อยู่ที่ประมาณ 413 ล้านตัน และคาดว่าในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นในช่วง 2.9–3.5% อยู่ที่ประมาณ 425–427 ล้านตัน และจะเพิ่มขึ้นมาอีกในปี 2026 เมื่อมีปริมาณ LNG ใหม่เข้าตลาดมากขึ้น

2. อุปทาน LNG และปัญหาความไม่เสถียร

ปัญหาการขาดแคลนอุปทาน: แม้ว่าจะมีการลงทุนขยายโรงงานผลิต LNG ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา กาตาร์ และออสเตรเลีย แต่ยังคงมีความท้าทายด้านการเพิ่มอุปทานในระดับที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ความต้องการพลังงานสูง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออก (liquefaction capacity) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสหรัฐ และกาตาร์ ซึ่งทะยานขึ้นมากจนถูกคาดการณ์ว่าตลาดอาจจะประสบภาวะอุปทานล้น (oversupply) ภายในช่วงปี 2025–2028

การลงทุนในโครงการใหม่: หลายประเทศกำลังเพิ่มการลงทุนในโครงการขยายการผลิต LNG และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงงานแปรรูป และท่าเรือขนส่ง LNG เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

การแข่งขันในตลาด: ประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และกาตาร์ ต่างแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงตลาดส่งออก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและยุโรปที่มีความต้องการสูง

• ความเสี่ยงจากอุปทานล้นตลาด (แนวโน้มตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ Oversupply)

การขยายกำลังการผลิต (liquefaction capacity) อย่างมาก โดยเพิ่มประมาณ 40% ระหว่าง ปี 2024 -2028 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และกาตาร์ 

IEA คาดการณ์ว่าตลาด LNG กำลังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดในช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโครงการใหม่เพิ่มเติมจนถึงปี 2040

Wood Mackenzie คาดว่าในปี 2025 จะมี Final Investment Decisions (FIDs) สำหรับโครงการ LNG น้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนที่สูงและแรงกดดันจากภาคบริการ

Financial Times คาดการณ์ว่า รายได้จาก LNG ของบริษัทใหญ่ด้านพลังงานจะลดลงในปี 2025 เนื่องจากสถานการณ์ตลาดนิ่งขึ้น และคาดว่าจะมีอุปทานล้นตลาดตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

• อุปสงค์ในตลาดหลักชะลอตัวหรือหดตัว

ประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ที่เคยเป็นผู้บริโภค LNG ใหญ่ เริ่มลดการนำเข้า เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ 

สำหรับจีน แม้จะกลับมาเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ แต่การเติบโตยังไม่ฟื้นเต็มที่ อุปสงค์ถูกจำกัดโดยแหล่งพลังงานภายในประเทศและนโยบายด้านความมั่นคงพลังงาน

อินเดียและประเทศในเอเชียใต้เผชิญกับความท้าทายด้านราคาและการเงิน ทำให้มีการปรับลดโครงการ LNG และหันไปใช้เชื้อเพลิงอื่นหรือพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น 

Shell คาดว่าอินโดนีเซีย มาเลเซีย และแอลจีเรียจะกลายเป็นผู้นำเข้า LNG แทนในอนาคต เนื่องจากความต้องการภายในสูงขึ้นในขณะที่การผลิตลดลง ซึ่งอาจเพิ่ม LNG Demand ได้ราว 50 ล้านตัน ภายในปี 2040

3. ราคา LNG

• ความผันผวนของราคา: ราคาของ LNG ในตลาดโลกมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการเมืองหรือเศรษฐกิจ เช่น การก่อเหตุทางการเมืองในภูมิภาคต่างๆ หรือการหยุดผลิตของแหล่งสำคัญ

• อุปทานที่ขาดแคลน ในช่วงฤดูหนาว: ราคาของ LNG โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวมักจะสูงขึ้นเมื่อมีความต้องการใช้พลังงานความร้อนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความตึงเครียดในตลาด และผู้บริโภคบางประเทศอาจเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

4. การเปลี่ยนแปลงในทิศทางการลงทุนและนโยบาย

การลงทุนในพลังงานทดแทน: มีการลงทุนในพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีลดคาร์บอน อาจมีผลต่อการเติบโตของธุรกิจ LNG ในระยะยาว หลายประเทศยังคงเน้นการลงทุนในพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม แต่ LNG ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในช่วงที่เทคโนโลยีพลังงานทดแทนยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด

นโยบายพลังงานและการปรับตัว: ประเทศต่างๆ รวมถึงจีน, อินเดีย, และประเทศในยุโรป เริ่มออกนโยบายเพื่อส่งเสริมการใช้ LNG อย่างยั่งยืน พร้อมกับการผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

5. การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

เทคโนโลยีจัดเก็บและขนส่ง LNG: การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บและขนส่ง LNG เช่น การลดต้นทุนการขนส่งด้วยเรือ LNG ขนาดใหญ่ หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยให้ธุรกิจ LNG สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

LNG กับการลดการปล่อยคาร์บอน: แม้ว่า LNG จะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ LNG ยังคงได้รับความนิยมในฐานะพลังงานสะอาดกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น ถ่านหิน ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อม

6. ทิศทางในอนาคต

การเติบโตของตลาด LNG: คาดการณ์ว่า LNG จะยังคงเติบโตในตลาดโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคและประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น เอเชียและอินเดีย ซึ่งมีความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: จะมีการลงทุนอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐานในการผลิต, ขนส่ง และจัดเก็บ LNG เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

การขยายการใช้ LNG ในภาคขนส่งและอุตสาหกรรม: LNG อาจจะได้รับการขยายการใช้งานในภาคขนส่ง เช่น รถบรรทุก เรือ และเครื่องบิน เป็นต้น

โดยรวมแล้ว ธุรกิจ LNG กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้านจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ต้องการพลังงานสะอาดและความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงาน

คงกระพัน

สถานการณ์ธุรกิจ LNG ปัจจุบัน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia)

ในปี 2025 ธุรกิจ LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

คงกระพัน

1. ความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้น

การเติบโตของเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศในภูมิภาคนี้ อาทิ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ สิงคโปร์ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ความต้องการพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมและการขนส่ง

การเปลี่ยนแปลงทางพลังงาน หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มหันมาใช้ LNG มากขึ้นเพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิลชนิดอื่น เช่น ถ่านหินและน้ำมัน เนื่องจาก LNG มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต่ำกว่า

2. บทบาทของ LNG ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

การลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งเดิม ประเทศในภูมิภาคนี้ยังคงพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งต่างๆ เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แต่หลายประเทศก็พยายามลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งเดียวเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน

การพัฒนาพลังงานทดแทนและ LNG พลังงานทดแทนก็ได้รับการส่งเสริม แต่ LNG ยังคงเป็นพลังงานที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีพลังงานทดแทนยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้เต็มที่

3. โครงสร้างพื้นฐาน LNG ในภูมิภาค

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน LNG เช่น ท่าเรือขนส่ง โรงงานแปรรูป LNG และระบบท่อฯ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด LNG

สิงคโปร์: เป็นศูนย์กลางการขนส่ง LNG ในภูมิภาค ด้วยท่าเรือขนาดใหญ่และการเป็นศูนย์กลางการค้า สิงคโปร์กำลังพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้า LNG ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมลงทุนก่อสร้าง LNG Terminal แห่งที่ 2 และเพิ่มการบริการ LNG bunkering ในท่าเรือ ทั้งนี้สิงคโปร์ยังพึ่งพา LNG อยู่มาก: 95% ของการผลิตไฟฟ้า แม้จะมีการขยายพลังงานแสงอาทิตย์และนำเข้าพลังงานสะอาดจากภูมิภาคอื่น

ไทย: มีการลงทุนและพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐาน LNG โดยเฉพาะโครงการ LNG Regasification Terminal จำนวน 2 โครงการ โดยปัจจุบันมี Capacity รวมทั้งสิ้น 19 ล้านตันต่อปี ตั้งอยู่ที่เทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง พัฒนาโครงการโดย บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด

อินโดนีเซีย: กำลังพัฒนาโครงการ LNG ในหลายพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการในประเทศและการส่งออก

4. อุปทานและราคา LNG

การแข่งขันในการจัดหาก๊าซ แม้ว่ามีการลงทุนในโครงการ LNG เพิ่มขึ้น แต่การขาดแคลนแหล่งอุปทานบางครั้งอาจทำให้เกิดการแข่งขันในตลาด LNG การนำเข้า LNG จากต่างประเทศยังคงเป็นส่วนสำคัญในความพยายามที่จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว

ราคา LNG ที่ผันผวน ราคาของ LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยโลก เช่น ราคาน้ำมัน การขาดแคลนอุปทาน หรือความต้องการจากภูมิภาคอื่น

5. การสนับสนุนจากรัฐบาลและนโยบายพลังงาน

นโยบายด้านพลังงานสะอาด หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยมลพิษ สนับสนุนการใช้ LNG และพลังงานสะอาด เช่น การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน (Energy Mix) ในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

การเปิดเสรีทางการค้า LNG ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเปิดเสรีทางการค้า LNG โดยเฉพาะในการนำเข้าและส่งออก LNG ซึ่งช่วยให้ตลาดสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

6. ทิศทางในอนาคตของธุรกิจ LNG ในภูมิภาค

การเติบโตของตลาด ความต้องการ LNG ในภูมิภาคนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสูง เช่น เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย

โดยสรุปในปี 2025 ธุรกิจ LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาด หลายประเทศในภูมิภาคนี้มีการลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐาน LNG เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาของ LNG และการแข่งขันในตลาดยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง

คงกระพัน

ทิศทาง Outlook ของธุรกิจ LNG ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ปี 2025-2030)

1. ทิศทาง Outlook ของธุรกิจ LNG ในระดับโลก

ธุรกิจ LNG ในระดับโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งในแง่ของความต้องการ (demand) การพัฒนาเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:

1.1 ความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวของตลาด LNG ความต้องการ LNG ในตลาดโลกยังคงเติบโต โดยเฉพาะใน เอเชีย ยุโรป และ อเมริกาเหนือ เนื่องจากหลายประเทศต้องการใช้พลังงานสะอาดและหลีกเลี่ยงการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอื่นๆ

การพัฒนาของเศรษฐกิจเกิดใหม่ ประเทศใน เอเชีย (เช่น จีน อินเดีย) และ ตะวันออกกลาง จะยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการ LNG เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและการเติบโตของเมืองใหญ่

ยุโรปยังต้องพึ่งพา LNG ในปี 2025 ท่ามกลางการลดพึ่งพา Russian pipeline gas โดยคาดว่าอุปทานและดีมานด์จะใกล้สมดุลในปีนี้ แต่จากปี 2026 เป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วง oversupply ซึ่งจะกดดันราคาและกระทบผู้ส่งออกบางราย

• Shell เชื่อว่าความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้นในเอเชียจะทำให้ตลาดไม่ oversupply เกินไป และราคาที่ต่ำลงจะช่วยกระตุ้นดีมานด์ในเอเชียซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคา

ความท้าทายจากการปรับตัวในเรื่องพลังงานสะอาด

การเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย: หลายประเทศมีนโยบายพลังงานที่มุ่งไปสู่การใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาด LNG ในระยะยาว แต่ LNG ยังคงเป็นพลังงานทางเลือกที่สำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

การปล่อยมลพิษต่ำ: LNG ยังคงได้รับความนิยมในฐานะพลังงานสะอาดกว่าถ่านหินและน้ำมัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้ LNG ในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

2. ทิศทาง Outlook ของธุรกิจ LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงในธุรกิจ LNG เนื่องจากเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายพลังงานในหลายประเทศยังเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตในภูมิภาคนี้

2.1 ความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้น

การเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม: ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ สิงคโปร์ จะมีความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้า

THE STANDARD คาดการณ์ว่าความต้องการ LNG ในภูมิภาคนี้อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าภายในปี 2033 จนคิดเป็น 12% ของตลาดโลก

ประเทศอย่างไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียมีบทบาทสำคัญที่จะผลักดันตลาด LNG ให้เติบโต

ความต้องการก๊าซธรรมชาติ/LNG ในภูมิภาคจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ราว 3.1% จนถึงปี 2035 และถูกคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ก๊าซธรรมชาติอาจมีสัดส่วนสูงถึง 30% ของพลังงานหลักในภูมิภาค

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะกลายเป็น ภาคีผู้นำเข้าสุทธิ (Net LNG importer) ภายใน ปี 2032

2.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน LNG

โครงการท่อส่งก๊าซฯ ข้ามประเทศ เช่น Trans-ASEAN Gas Pipeline (TAGP) ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งไทยมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นศูนย์กลาง LNG ของภูมิภาค

หลายประเทศในภูมิภาคนี้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ กำลังลงทุนในโครงการ LNG ใหม่ๆ เช่น ท่าเรือขนส่ง LNG โรงงานแปรรูป LNG และระบบท่อส่ง LNG เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น

การส่งออก LNG จากภูมิภาค: ประเทศในภูมิภาคอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย จะยังคงเป็นผู้ส่งออก LNG สำคัญในภูมิภาค โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและส่งออก อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียและมาเลเซียอาจต้องหันมาเป็นผู้นำเข้าเนื่องจากดีมานด์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการผลิต

2.3 การลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล

การใช้ LNG แทนถ่านหิน: หลายประเทศในภูมิภาคนี้เริ่มหันมาใช้ LNG แทนพลังงานถ่านหิน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ

การสนับสนุนจากรัฐบาล: หลายประเทศเริ่มตั้งเป้าหมายในด้านการใช้พลังงานสะอาด และมีการปรับนโยบายพลังงานเพื่อสนับสนุนการใช้ LNG ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจ LNG ในระยะยาว

2.4 การท้าทายจากความผันผวนของราคา

ความผันผวนของราคา LNG: ราคาของ LNG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงผันผวนตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการจากตลาดโลก การขาดแคลนอุปทาน และเหตุการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อตลาด LNG

การพัฒนาตลาดกลาง (Hub): หลายประเทศในภูมิภาคกำลังพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้า LNG เช่น ไทย สิงคโปร์ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในด้านราคาและการจัดหาพลังงาน

โดยสรุปทิศทาง Outlook ของธุรกิจ LNG ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต (ปี 2025-2030) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งในแง่ของความต้องการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน LNG ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังคงเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของการใช้ LNG ในภาคขนส่งและอุตสาหกรรม และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน LNG ส่วนระดับโลกก็จะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตหลัก การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และนโยบายพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

การลงทุนในธุรกิจ LNG ของ ปตท. ในปัจจุบัน และแผนงานในอนาคต

1. ความร่วมมือระหว่างประเทศ

• สัญญาซื้อ LNG จาก Alaska (Alaska LNG)

เมื่อ 24 มิ.ย. 2025 ปตท. ลงนามข้อตกลงความร่วมมือไม่ผูกมัด (non‑binding cooperation agreement) กับ Glenfarne Alaska LNG LLC เพื่อซื้อ LNG จำนวน 2 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 20 ปี ข้อตกลงนี้เป็นการจองพื้นที่ซื้อ (offtake capacity) จากโครงการ Alaska LNG โดยรวมแล้วโครงการได้สำรอง 50% ของปริมาณของ offtake สำหรับคู่ค้าระดับ investment‑grade เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ไทยเน้นความร่วมมือกับรัฐ Alaska โดยความร่วมมือนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสในการจัดหา LNG รองรับความต้องการใช้ในประเทศไทยควบคู่กับการขยายธุรกิจ LNG ของกลุ่ม ปตท. โครงการคาดการณ์ว่าจะเริ่มผลิตปี 2028 และส่งออกปี 2031

o โครงการ LNG นี้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ8 Star Alaska LLC ซึ่งเป็นJoint Venture ระหว่าง Glenfarne (ผู้พัฒนาโครงการหลัก) และAlaska Gasline Development Corporation (AGDC)

• ข้อตกลงกับ Oman LNG

ได้ลงนามข้อตกลงซื้อ LNG จาก Oman LNG จำนวน 300,000 ตันต่อปี เริ่มปี 2025 และกำลังเจรจาข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 9 ปี ปริมาณ 800,000 ตันต่อปี เริ่มปี 2026

2. โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ

• โครงการคลังจัดเก็บและท่าเรือรับ LNG (LNG Receiving Terminal)

ปตท. ร่วมกับ กฟผ. ลงทุนสร้าง LNG Receiving Terminal ที่ 2 (หนองแฟบ จ.ระยอง) ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี โดยปัจจุบัน LNG Receiving Terminal ในประเทศไทย รวมกำลังรับได้สูงสุดถึง 19 ล้านตันต่อปี อันเป็นการเสริมศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลาง LNG ของอาเซียน

• ยอดการนำเข้า LNG ในประเทศ

ในปี 2024 ไทยนำเข้า LNG สูงสุดถึง 11.7 ล้านตัน ถือเป็นประเทศผู้นำเข้ารายหลักในภูมิภาค

แผนงานในอนาคต (กลยุทธ์ระยะกลางถึงยาว)

(แหล่งข้อมูล: S&P Global, Wood Mackenzie, IEA Global Energy Review 2025, Argus Media, Financial Times, Reuters)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...