โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พนัส” เผย "ลุงตู่" ยังมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯได้ หากรัฐสภาหนุนตามกระบวนการ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 17 ส.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

"พนัส” เผย พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯได้ หากรัฐสภาหนุนตามกระบวนการ ชี้ บรรทัดฐานเดิมเคยเกิดขึ้นแล้ว ย้ำ ไม่ขัดกฎหมาย

วันที่ 17 ส.ค. 2568 นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room44 ถึงสถานการณ์ทางการเมือง หากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า ศาลอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อ

นายพนัส กล่าวว่า กรณีนี้ยังไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่มีลักษณะของ “ศาลการเมือง” หลายประเด็นจึงขึ้นอยู่กับบริบททางการเมืองมากกว่าหลักกฎหมายเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของจุดยืนของศาล ถ้าศาลจะโน้มเอียงไปตามกระแส ก็ต้องดูว่าไปทางใด แต่โดยภาพรวม ขณะนี้ก็มีแนวโน้มไปในทางเดียวกันว่า นายกรัฐมนตรีไม่น่าจะรอด ซึ่งสำนักกฎหมายหลายแห่งก็ออกมาแสดงความเห็นเช่นเดียวกัน

เมื่อถามถึงคำวินิจฉัยในครั้งนี้จะกลายเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ทางการเมืองหรือไม่ นายพนัสมองว่าไม่ใช่ เพราะประเด็นที่นำมาพิจารณานั้นเป็นเรื่องที่กว้าง ไม่มีกรอบชัดเจน และขึ้นอยู่กับการตีความในเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้หลากหลายแนวทาง

นายพนัส ยกตัวอย่างว่า มีอาจารย์ด้านกฎหมายบางท่านเคยอธิบายว่า หากนายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยคำที่ไม่ตรงกับความจริง แม้จะอ้างว่าเป็นเพียงเทคนิคการเจรจาทางการทูต ก็ยังถือว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เพราะผู้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงเช่นนายกรัฐมนตรี ไม่ควรพูดเท็จ

“จริยธรรมนี้ใช้กับตุลาการ องค์กรอิสระ และควรใช้กับนายกรัฐมนตรี สส. สว. ด้วย ถ้าเรายอมรับว่านี่คือมาตรฐานของผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ก็ควรต้องยึดหลักเดียวกัน ไม่ควรโกหก แม้จะเพื่อการเจรจาก็ตาม”

กรณีที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่า เป็นการพูดเพื่อหลอกล่อผู้นำประเทศเพื่อนบ้านให้เปิดเผยข้อมูล นายพนัส เห็นว่า หากศาลไม่รับฟังเหตุผลดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการโกหก ซึ่งในเชิงศีลธรรมถือว่าผิด และในเชิงการเมืองแม้จะเป็นกลยุทธ์ทางการทูต ก็ยังอยู่ในข่ายของการไม่พูดความจริง ถ้าศาลตัดสินว่าเป็นการโกหก ก็มีโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่ง เพราะจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามว่าหากศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง จะส่งผลต่อพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ หรือไม่ นายพนัส ระบุว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะเตรียมการไว้แล้ว โดยหากนางสาวแพทองธารหลุดจากตำแหน่ง ก็อาจเสนอให้นายชัยเกษม นิติสิริ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือการรักษาความเป็นเอกภาพในพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเสียงในสภาขณะนี้อยู่ในระดับ “ปริ่มน้ำ” หากพรรคร่วมบางพรรคถอนตัวออกไป ก็อาจทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลต่อได้

“หากพรรคใดพรรคหนึ่งบอกว่า เมื่อคุณอุ๊งอิ๊งพ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมรัฐบาลอีก ความเสี่ยงก็จะตามมา พรรคเพื่อไทยต้องแก้เกมตรงนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็อาจแตก”

สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ นายพนัส กล่าวว่า บุคคลที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โดยมองว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งองคมนตรีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากกระบวนการทางรัฐสภาเสนอชื่อและได้รับการรับรอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง

“เคยมีบรรทัดฐานแล้วว่าองคมนตรีสามารถกลับมาเป็นนายกฯ ได้ ไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่”

ทั้งนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นผู้ที่ได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล หากสามารถรวมเสียงกับพรรคอื่น เช่น พรรคประชาชน ซึ่งเคยระบุว่าสามารถร่วมงานกับทุกพรรคการเมืองได้

เมื่อถามว่า หากนางสาวแพทองธารตัดสินใจลาออกจริง สถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายหรือไม่ นายพนัสมองว่า อาจจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เพราะปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่สามารถตกลงกันได้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ยังไม่เห็นว่าปัญหานี้จะจบลงเมื่อใด เพราะทั้งสองประเทศยังไม่ยอมรับกัน และถ้ามีความเปลี่ยนแปลงในตัวนายกฯ ก็อาจทำให้การเจรจายิ่งยุ่งยากขึ้น

เมื่อถามว่าจะยืดเยื้อไปถึงปีหน้าหรือไม่ นายพนัสระบุว่า ขึ้นอยู่กับว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดการกับสถานการณ์นี้ได้เด็ดขาดหรือไม่ หากทำได้ ก็จะเป็นคะแนนบวกให้กับพรรค ทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือทางการเมือง และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว

“ถ้าแพทองธารไม่รอด แต่พรรคยังประคองสถานการณ์ได้ ก็อาจได้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น”

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการเสนอ “นายกพระราชทาน” เพื่อเป็นทางออกจากวิกฤตการเมือง นายพนัส กล่าวว่า มีโอกาสเกิดขึ้นในบางเงื่อนไข โดยเฉพาะหากปัญหาไทย-กัมพูชาเรื่องพรมแดนยืดเยื้อ แต่ย้ำว่า ในอดีตรัชกาลที่ 9 เคยตรัสไว้อย่างชัดเจนเมื่อปี 2549 ว่า “ไม่สามารถมีนายกพระราชทานได้” และพระองค์ไม่เคยมีพระราชดำริในการแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเสนอชื่อ แต่ผมเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่เสนอแนวทางนี้อยู่แล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...