“ส่งออกจีน” โตแรงเกินคาด แม้สหรัฐหดตัว 22% หันพึ่งอาเซียน–EU ทดแทน
ส่งออกจีน เดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 7.2% แม้ยอดส่งออกไปสหรัฐดิ่ง 22% ท่ามกลางภาษีที่เพิ่มขึ้น แต่ยอดขายไปอาเซียนพุ่งเกือบ 17% และ EU โตเกือบ 10% สะท้อนบทบาทตลาดเกิดใหม่และพันธมิตรทางเลือกในการพยุงเศรษฐกิจจีน
วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 10.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า ยอดส่งออกทั้งหมดในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.6% ในขณะเดียวกันยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.1% ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าอยู่ที่ 98.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การฟื้นตัวของการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับมาตรการภาษีที่สูงจากสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าอุปสงค์จากตลาดโลกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ตามการส่งออกไปยังสหรัฐลดลงถึง 22% จากปีก่อน ซึ่งมากกว่าการหดตัว 16% ที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน
เพื่อชดเชยการลดลงในตลาดสหรัฐ บริษัทจีนได้เพิ่มยอดขายไปยังตลาดอื่น ๆ โดยการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 9.3% และส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 17%
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 จีนมีมูลค่าการส่งออกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เร่งจัดส่งสินค้าล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมาตรการภาษี อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามว่า ความแข็งแกร่งนี้จะดำเนินต่อไปได้หรือไม่ในช่วงที่เหลือของปี เพราะอานิสงส์จากการส่งออกล่วงหน้าอาจเริ่มลดลง
ข้อมูลความถี่สูงชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมทางการค้าเริ่มชะลอตัว โดยท่าเรือของจีนประมวลผลตู้คอนเทนเนอร์ลดลงในช่วง 7 วันที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งนับเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกันที่มีการลดลง
นอกจากนี้จีนยังพึ่งพาประเทศที่สามมากขึ้นในการผลิตสินค้าขั้นสุดท้ายหรือชิ้นส่วนต่าง ๆ แนวโน้มนี้เริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากเกิดสงครามการค้าครั้งแรกในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการออกมาตรการควบคุมเข้มงวดมากขึ้นต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก
ข้อมูลจาก Bloomberg Economics ระบุว่า สัดส่วนของจีนในมูลค่าการผลิตเพิ่ม (value-added manufacturing) ของสินค้าที่ส่งไปยังสหรัฐฯ ผ่านประเทศอื่น เช่น เวียดนามและเม็กซิโก เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2017 เป็น 22% ในปี 2566
อ้างอิง : bloomberg.com