โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"พายุวิภา" ถล่มน่าน ภาคธุรกิจเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท หอการค้าจังหวัดน่าน เสนอรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ

สยามรัฐ

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.31 น.

"พายุวิภา" ถล่มน่าน ภาคธุรกิจเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท หอการค้าจังหวัดน่าน เสนอรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาชัดเจนและเร่งด่วน

จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ที่พัดถล่มพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายอำเภอของจังหวัดน่าน ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ และพื้นที่ทางการเกษตร ประชาชนจำนวนมากถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนสายหลักและสายรองถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่ยังขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

ภาคธุรกิจในจังหวัดน่านได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัยครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว สินค้าและสต็อกสินค้าถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ทำให้เกิดการสูญเสียรายได้อย่างรุนแรง ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดน่าน ได้รับความเสียหายเกือบ 100% นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้ ส่งผลกระทบต่อรายได้ในภาคการท่องเที่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้

นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จากการประเมินความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมครั้งนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และเมื่อรวมความเสียหายด้านเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค และค่าเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ มูลค่าความเสียหายรวมอาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท ซึ่งหนักกว่าสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 อย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว หอการค้าจังหวัดน่านจึงได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรมใน 4 ด้านเร่งด่วน ได้แก่

มาตรการลดภาระภาษี ขอให้พิจารณาการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ SMEs รวมถึงพิจารณายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและฟื้นฟูทรัพย์สิน

มาตรการเยียวยาโดยตรง เสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณพิเศษเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของที่อยู่อาศัย ธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย และเกษตรกรที่พื้นที่เพาะปลูกถูกน้ำท่วม

มาตรการพักชำระหนี้สินเชื่อ เรียกร้องให้พิจารณาพักชำระหนี้สินเชื่อต่างๆ ทั้งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อเกษตร เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้ผู้ประสบภัยมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน เสนอให้มีการเร่งฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อไปได้

ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดน่าน วิงวอนขอความกรุณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ให้พิจารณาข้อเสนอเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดน่านให้กลับคืนสู่ภาวะปกติในเร็ววัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...