โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สิงคโปร์” เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ประชากร 65 ปีขึ้นไปทะลุ 20% ครั้งแรกในอาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 07.56 น.

"สิงคโปร์" เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป ทะลุ 20% ของทั้งประเทศ ครั้งแรกในอาเซียน รัฐบาลเร่งเดินหน้าใช้เทคโนโลยี AI และโครงการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 เวลา 08.43 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จำนวนประชากรสิงคโปร์ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มเกิน 20% ของประชากรทั้งหมดเป็นครั้งแรก ตามข้อมูลสถิติทางการ ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ก้าวเข้าสู่ระดับดังกล่าว ท่ามกลางความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่ผู้กำหนดนโยบายเร่งหาทางรับมือ

รายงาน Population in Brief 2025 ที่รัฐบาลสิงคโปร์เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ ระบุว่าสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปแตะ 20.7% ณ เดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 13.1% เมื่อสิบปีก่อน โดยคาดว่าสัดส่วนจะพุ่งถึง 23.9% ภายในปี 2573

รายงานยังเสริมว่า จำนวนประชากรอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นราว 60% จาก 91,000 คนในปี 2558 เป็น 145,000 คนในปี 2568 ในทางตรงกันข้าม ประชากรวัยทำงานอายุ 20–64 ปี ลดลงเหลือ 59.8% ของประชากรทั้งหมดในเดือนมิถุนายน จาก 60.4% ในปีก่อน และ 64.5% เมื่อสิบปีก่อน

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรนี้เกิดจากอัตราการเกิดที่ต่ำ โดยอัตราการเจริญพันธุ์รวม (TFR) ของชาวสิงคโปร์ รวมถึงผู้พำนักถาวร อยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.97 ในปีที่ผ่านมา ทำให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีอัตราเกิดต่ำกว่า 1

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีสังคมสูงวัยที่สุด โดยธนาคารโลกชี้ว่าในปี 2567 ไทยมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็น 15% ของประชากรทั้งหมด และเวียดนามอยู่ที่ 9% ส่วนญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงที่สุดในเอเชียที่ 30% ตามมาด้วยฮ่องกง 23% ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่และอินเดียอยู่ที่ 15% และ 7% ตามลำดับ

รายงานยังระบุว่า เนื่องจากแรงงานวัยทำงานหดตัวลง แต่โครงการใหญ่ ๆ เช่น การก่อสร้างสนามบินชางงี เทอร์มินัล 5 ยังต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ทำให้จำนวนชาวต่างชาติในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 1.906 ล้านคนในปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากแรงงานก่อสร้างและแรงงานภาคครัวเรือน ส่งผลให้ประชากรรวมของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 1.2% แตะ 6.11 ล้านคน

เพื่อรับมือกับภาวะสังคมสูงวัยที่ 1 ใน 5 ของประชากรมีอายุเกิน 65 ปี รัฐบาลสิงคโปร์เร่งนำ เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ มาใช้ โดยเฉพาะในภาคสาธารณสุข เพื่อทดแทนข้อจำกัดด้านแรงงาน และหวังเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หน่วยงานด้านเทคโนโลยีสุขภาพแห่งชาติของสิงคโปร์ Synapxe ได้ลงนามความร่วมมือกับ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เพื่อทดสอบต้นแบบ multi-agent ที่สามารถทำงานด้านบริการทั่วไป เช่น จองคิวพบแพทย์ หรือให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น Synapxe ยังได้ลงนาม MOU ร่วมกับ Google Cloud และผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายอื่นด้วย

Ngiam Siew Ying ซีอีโอของ Synapxe กล่าวระหว่างงาน AI Accelerate 2025 เมื่อเดือนมิถุนายนว่า “AI มีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขผ่านนวัตกรรม …โดยการใช้ศักยภาพของ AI เรากำลังพัฒนาวิธีการดูแลเชิงพยากรณ์และเชิงเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้กับทุกคน”

ขณะเดียวกันในเดือนสิงหาคม รัฐบาลยังได้เปิดตัวโครงการ Age Well Neighbourhoods เพื่อสนับสนุนบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน แทนการเน้นสร้างสถานดูแล (nursing homes)

Ong Ye Kung รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “แทนที่จะมุ่งสร้างบ้านพักคนชราเพิ่ม จุดเน้นของเราคือการช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างสง่างามและมีสุขภาพดี เชื่อมโยงกับชุมชน และอยู่ร่วมกับคนรุ่นใหม่ รวมถึงเด็ก ๆ”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...