"มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย" สรุปราคา IPO 24 ต.ค. จากช่วง 8.30-8.60 บาท ,คาดเทรด พ.ย.นี้
#ทันหุ้น-บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)” หรือ MR. D.I.Y. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “MRDIYT” เคาะช่วงราคาหุ้น IPO ที่ 8.30-8.60 บาท ซึ่งจะสรุปราคาสุดท้ายในวันที่ 24 ต.ค.นี้ โดยเป็นการระดมทุนสูงสุด 5.6 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเสนอขาย IPO ที่มีมูลค่าตลาด (Market Capitalisation) สูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายใน SET เดือน พ.ย.นี้
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) และหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของ “บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)” หรือ MR. D.I.Y. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งนักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2568 ส่วน ราคาขายสุดท้าย ซึ่งจะกำหนดจากกระบวนการ Book-building จะประกาศภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ในช่วงเดือน พฤศจิกายน
โดย MR. D.I.Y. จะระดมทุนสูงสุดประมาณ 5.6 พันล้านบาท จากการเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคาสำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่อยู่ระหว่าง 8.30–8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น มูลค่าตลาด (Market Capitalisation) สูงสุดประมาณ 57.1 พันล้านบาท หลังจากการเพิ่มทุนของบริษัท ทำให้การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เป็น IPO ที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566
นายกนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบัน บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) หรือ MR. D.I.Y. มีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รวม ไม่เกิน 655,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น ไม่เกิน 10.9% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด หลังจากการเพิ่มทุนและการเสนอขายในครั้งนี้ การเสนอขายดังกล่าวประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ จำนวนไม่เกิน 420,000,000 หุ้น, และหุ้นสามัญเดิม จำนวนไม่เกิน 235,000,000 หุ้น
โดยการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำเงินไปใช้เพื่อ เพื่อพัฒนาและขยายสาขา การพัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และการชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงินรวมถึงใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่อธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของ MR. D.I.Y. โดยมีรายชื่อที่ปรึกษาและผู้จัดจำหน่ายหุ้นดังนี้:
-ที่ปรึกษาทางการเงิน: บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
-ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Lead Underwriters): บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
-ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Co-Underwriters): บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
-ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Joint Bookrunners): CIMB Investment Bank Berhad, J.P. Morgan Securities plc และ UBS AG
-ผู้จัดการร่วม (Co-Managers): CLSA Limited
**วางเป้าขยายสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 500 สาขาใน 3 ปี
นายเอเดรียน ออง ประธานกรรมการ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนขยายสาขาทั่วประเทศไทยด้วยการเพิ่มสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 500 สาขาภายในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2568–2570) เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการในทุกวันด้วยราคาถูกคุ้มเสมอ (“Always Low Prices”) ผ่านสินค้าที่หลากหลายและสาขาที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ
นอกจากนี้ MR. D.I.Y. มีแผนลงทุน 4.5 พันล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (supply chain) ให้สามารถรองรับการเติบโตของบริษัทได้มากกว่า 1,500 สาขาหลังปี พ.ศ. 2570 พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ MRDIYT ถือเป็น ก้าวสำคัญของบริษัท ในการเสริมสร้าง ธรรมาภิบาล (Corporate Governance) ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ กล่าวว่า อุตสาหกรรมค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในประเทศไทยคาดการณ์ว่ามีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 5.4 จากมูลค่าตลาด 182.6 พันล้านบาท ในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 237.8 พันล้านบาท ในปี 2572 ที่สำคัญกว่านั้น ผู้ค้าปลีกในรูปแบบ Chain Retailer เช่น MR. D.I.Y. ก็กำลังเติบโตเร็วกว่าตลาดโดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 15.3%
“ปัจจุบัน เราเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มธุรกิจของเรา ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่มั่นคงของเรา ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งตลาดในระดับเลขหลักเดียวนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของตลาดสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2567 บริษัทมีรายได้รวม 16.2 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งถึง 28% ขณะที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังช่วยผลักดันให้เรามีกำไรสุทธิ 1.7 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการขยายสาขา การพัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และการกระจายสินค้า เพื่อสนับสนุนแผนของเราที่จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศภายในปี พ.ศ. 2570”ประธานเจ้าหน้าที่่บริหาร MR. D.I.Y.กล่าว