เปิดเบื้องหลัง ทำไม!? ‘ทรัมป์’ ถึงขู่ ‘ขึ้นภาษีนำเข้า 100%’ ต่อจีน อีกรอบ
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 03.01 น. • The Bangkok Insightประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ที่จะ "ขึ้นภาษีนำเข้า 100%" ต่อสินค้าจีน พร้อมระบุว่า ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศกำลังขัดแย้งกันในเรื่องการเข้าถึงแร่หายาก และประเด็นอื่น ๆ
เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ผู้นำสหรัฐ ได้โพสต์บนแพลตอร์มทรูธ โซเชียล บอกว่า เขามีกำหนดที่จะพบกับผู้นำจีน ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ที่การประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในเกาหลีใต้ แต่ขณะนี้ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเช่นนั้น
เบื้องหลังความขัดแย้งนี้คือ"ปัญหาแร่หายาก" ที่ทรัมป์ระบุว่า "จีนกำลังทำตัวเป็นศัตรูอย่างมาก มีการส่งจดหมายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกว่า พวกเขาต้องการกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกในทุกองค์ประกอบของการผลิต ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก และแทบทุกอย่างที่พวกเขาคิดได้ แม้ว่าจะไม่ได้ผลิตในจีนก็ตาม"
ในเวลาต่อมา ผู้นำสหรัฐ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งว่า เขาจะจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% ต่อสินค้าจีน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าภาษีนำเข้าใด ๆ ที่จีนกำลังจ่ายอยู่ในปัจจุบัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ พร้อมจะควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ ๆ ด้วย
ผู้นำสหรัฐ ยังบอกด้วยว่า นอกจากการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นแล้ว เขายังอยู่ระหว่าหว่างการพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงมาตรการตอบโต้อื่น ๆ จำนวนมากต่อจีน
ทั้งนี้ แร่หายาก หรือ Rare Earth ซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ เป็นเสี้ยนหนามในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับจีนมาอย่างยาวนาน โดยในช่วงกลางปีนี้ จีนประกาศว่าจะอนุญาตให้ส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐ ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของ 2 ฝ่าย
อย่างไรก็ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 ต.ค.) กระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแร่หายาก โดยมีผลบังคับใช้ทันที
แถลงการณ์ระบุว่า องค์กร และบุคคลต่างชาติจะต้องได้รับใบอนุญาตส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use Items) หรือ DUI ก่อนที่จะส่งออกสินค้าบางประเภท ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายากไปยังประเทศ และภูมิภาคภายนอกจีน
ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีน เป็นการแสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้นในความสัมพันธ์กับสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ อิลาเรีย มัซซอคโค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จีน ประจำศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (ซีซิส) กลุ่มคลังสมองในสหรัฐ แสดงความเห็นว่า โดยทั่วไปแล้ว จีนค่อนข้างมั่นใจ และรู้สึกว่ามีตัวแปรใหม่ที่สำคัญมากในความสัมพันธ์กับสหรัฐ นั่นคือการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ที่ดูเหมือนว่าจีนจะมองว่า เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งมาก
ส่วนรัช โดชิ ผู้อำนวยการโครงการริเริ่มกลยุทธ์จีน แห่งสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กลุ่มคลังสมองอีกแห่งหนึ่งของสหรัฐ แสดงความเห็นถึง ท่าทีข้างต้นของทรัมป์ว่า ดูเหมือนว่าในที่สุดผู้นำสหรัฐ จะเริ่มให้ความสนใจกับความจริงที่ว่า เขากำลังพ่ายแพ้ในสงครามการค้า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตอบโต้
"ผมคาดการณ์ไว้แล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการคว่ำบาตร ซึ่งอาจจะเป็นมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน"
ส่วนบทวิเคราะห์จากเอเวอร์สกอร์ ไอเอสไอ ระบุว่า แม้ในปี 2568 สหรัฐจะมีการนำเข้าสินค้าจากจีน ลดลงมากกว่า 30% แต่จีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้ารายใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐ ดังนั้นจึงยังคงมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ทางเลือกของทรัมป์ หากต้องการใช้ประโยชน์จากมาตรการคว่ำบาตร ก่อนการประชุมกับประธานาธิบดีสีครั้งต่อไป คือ การเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือแบบเจาะจงมากขึ้น การควบคุมการส่งออกแบบใหม่ หรือการขยายขอบเขตของภาษี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สื่อนอกแฉ! 'บริษัทไทย' ช่วยสหรัฐเลี่ยงมาตรการ 'แบนแร่หายาก' ของจีน
- รู้จัก 'แร่หายาก' ว่าที่อาวุธชิ้นต่อไป ที่จีนอาจใช้สู้ 'สงครามเทคโนโลยี'
- จีนอัดฉีด 6 แสนล้านหยวน สกัดผลกระทบ 'ภาษีทรัมป์' ผู้ว่าแบงก์ชาติ ย้ำ ไร้ผู้ชนะสงครามการค้า
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg