โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำไม หุ้นการบินไทย พุ่งไม่หยุด นักลงทุนเห็นอะไรที่ขอบฟ้าไกล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 09.05 น.

หุ้นการบินไทย พุ่งเป็นจรวด 6 วันติด ราคาปรับขึ้นแล้ว 370 % มูลค่ากิจการ 4.4 แสนล้านบาท ติดท็อป 10 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้นไทย อะไรเป็นสาเหตุทำให้หุ้นสายการบินแห่งชาติของไทย กลับมาเทคออฟได้อย่างสวยงาม

หุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) พุ่งเป็นจรวด 6 วันติด หลังกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) อีกครั้ง เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2568

ล่าสุดวันที่ 13 ส.ค. 2568 หุ้นการบินไทย ปรับตัวขึ้นสูงสุด 15.90 บาท ก่อนอ่อนตัวลงมาเทรดที่ราคาแถว 15.60-15.70 บาท ณ เวลาประมาณ 14.38 น. ราคาอยู่ที่ 15.60 บาท (+6.12 %) มูลค่าซื้อขายหนาแน่น 3,320 ล้านบาท

หุ้นการบินไทย ติดลมบน ราคาเพิ่มขึ้น 12.28 บาท (+370 %) จากราคาปิดสุดท้าย 3.32 บาท ณ วันที่ 25 ก.พ. 2564 ส่งผลให้มูลค่าหุ้น หรือมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาท ผงาดติดท็อป 10 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ขณะที่ IAA Consensus ให้ราคาเหมาะสมหุ้น THAI ที่ 8.93-9.60 บาท

การเงินธนาคาร ได้รวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีต่อหุ้นการบินไทย พร้อมข้อมูลพื้นฐานที่นักลงทุนควรรู้

บล.เอเซีย พลัส มองว่าราคาหุ้นการบินไทยที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกำไรปกติไตรมาส 2/68 ที่เติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 2/68 มีกำไรสุทธิสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากปีก่อนที่มีกำไรเพียง 306 ล้านบาท แม้ว่ากำไรส่วนหนึ่งจะมาจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษยังอยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นจาก 1.2 พันล้านบาทในปีก่อน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THAI พุ่งขึ้นมาจาก 2 เรื่องหลัก

  • รายได้เติบโต แม้ว่าราคาตั๋วเฉลี่ยต่อผู้โดยสาร (Passenger Yield) จะลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่รายได้จากการดำเนินงานโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเส้นทางบินและเพิ่มความถี่เที่ยวบิน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin factor) อยู่ที่ 77% จากเดิม 73%
  • ต้นทุนลดลง โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลงถึง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง ประกอบกับ ค่าซ่อมบำรุงอากาศยานที่ลดลง จากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบินและการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ Operating Profit Margin (OPM) ขยับสูงขึ้นเป็น 20% จากเดิม 11%

อีกทั้งกำไรปกติครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของประมาณการกำไรทั้งปีของบล.เอเซียพลัส และ 63% ของนักวิเคราะห์ในตลาด นอกจากนี้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) ก็สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อราคาหุ้น

ทั้งนี้บล.เอเซีย พลัส ยังคงเลือกหุ้นการบินไทยเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มท่องเที่ยว และคาดว่าราคาหุ้นจะตอบสนองเชิงบวกต่อผลประกอบการที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

บล.ทิสโก้ ระบุว่า หลังจาก THAI กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องจนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมี 4 ปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโต

  • การบินไทย กลับมาแข็งแกร่งหลังผ่านพ้นช่วงฟื้นฟูกิจการเป็นเวลา 4 ปี และกลับมาพร้อมกับสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ จากหนี้สินกว่า 4 แสนล้านบาท ลดลงเหลือเพียง 9.5 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่งและคล่องตัวมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ
  • อุปสงค์การเดินทางที่ฟื้นตัว การบินไทย ได้รับประโยชน์จากการกลับมาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างเอเชียแปซิฟิกและยุโรป ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักกว่า 95% ของการบินไทย นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 22% ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
  • กลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน การบินไทยได้วางแผนกลยุทธ์ระยะยาวที่น่าสนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร ทั้งการปรับปรุงเส้นทางบินให้ตรงกับจุดหมายปลายทางที่ให้ผลตอบแทนสูง การนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดน้ำมันมาใช้ในฝูงบิน และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับสายการบินชั้นนำ เช่น Turkish Airlines เพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ราคาหุ้น THAI ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ เนื่องจากมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นมาจากการที่บริษัทสามารถทำผลกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2568

โดยสรุปแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นของการบินไทยให้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ลดลงได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรได้อย่างน่าพอใจ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากรายได้ที่เติบโตในระดับที่ช้าลงก็ตาม

ลุ้นเข้าคำนวณ SET50 สิ้นปี 2568

บล.พาย คาดว่า THAI จะได้เข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในช่วงสิ้นปี 2568 จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน พบว่าหุ้น THAI เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์และสื่อต่างๆ ว่ามีโอกาสสูงที่จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบการคัดเลือกสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้

  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ หลังกลับมาเทรดอีกครั้งในรอบ 4 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกหุ้นเข้า SET50
  • มีสภาพคล่องในการซื้อขายที่หนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสผ่านเกณฑ์สภาพคล่องตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นเข้า SET50

อย่างไรก็ตาม บล.พาย เตือนว่านักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น ราคาน้ำมันที่ผันผวน, ความล่าช้าในการปรับปรุงฝูงบิน, การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากร และการแข่งขันที่รุนแรงจากสายการบินต้นทุนต่ำ (LCC) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคตได้

ข้อมูลพื้นฐานหุ้น THAI

  • จำนวนหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 28,303.29 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.30 บาท/หุ้น

  • สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) 43.12 % (ณ. 14 มี.ค. 2568)

  • 5 อันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ 1.กระทรวงการคลัง 38.90% อันดับ 2. ธนาคารกรุงเทพ 8.5% อันดับ 3. สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าผ่านผลิตแห่งประเทศไทย 5.43 % อันดับ 4.บมจ.ธนาคารกรุงไทย 4.69% 5.บมจ.ธนาคารทหารไทยธนชาต 2.05 % ส่วนจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ติดหุ้น THAI มีทั้งสิ้นกว่า 110,000 ราย

  • ข้อมูลจากสรุปข้อสนเทศการบินไทย หุ้นการบินไทยที่ถูกห้ามขายตามเกณฑ์ไซเรนพีเรียด รวม 26,403.43 หุ้น สัดส่วน 93.3 %

  • เมื่อครบ 6 เดือน นับจากวันที่หุ้นเริ่มกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถทะยอยขายได้ 6,600.86 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.3 %

    • เมื่อครบ 1 ปี นับจากวันที่หุ้นเริ่มกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถขายได้ 19,802.57 ล้านหุ้น หรือ 70 %
  • หุ้นการบินไทยจำนวนมากถูกล็อคไว้รวม 93% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงหุ้นประมาณ 55% ที่ถูกล็อคไว้ในปีแรก และหุ้นที่แปลงหนี้เป็นทุนก็ถูกล็อคไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นมีหุ้นเพียงประมาณ 1,900 ล้านหุ้นเท่านั้นที่ซื้อขายในตลาด ทำให้มี Free Float ต่ำ ด้านต้นทุนของนักลงทุน โดยนักลงทุนบางราย จากการแปลงหนี้เป็นทุนมีต้นทุนอยู่ที่ 2.54 บาทต่อหุ้น ซึ่งหุ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกล็อคไว้ (ข้อมูลจากบล.ลิเบอเรเตอร์)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...