โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมืองคาร์บอนต่ำ กุญแจสำคัญสู้โลกเดือด มนุษย์ต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด

SpringNews

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 08.18 น.

โลกกำลังร้อนขึ้น ภัยพิบัติก็จะรุนแรงขึ้น เห็นได้ชัดจากน้ำท่วมที่จังหวัดน่าน ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติการณ์ เพราะน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นส่งผลให้พายุวิภามีพลังมากขึ้น ในเมื่อเรายังแก้ต้นเหตุของภาวะโลกร้อนไม่ได้เต็มที่ การ “ปรับตัว” จึงเป็นสิ่งสำคัญ

มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 ประชากรกว่า 70% จะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่า เมืองคือแหล่งปล่อยคาร์บอนอันดับต้น ๆ ของโลก

เพราะงั้น เมืองที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า “เมืองคาร์บอนต่ำ” จึงเป็นกุญแจสำคัญในการชี้วัดว่า เราจะรอดหรือร่วงในโลกใบนี้

Low Carbon City คืออะไร?

เมืองคาร์บอนต่ำคือ เมืองที่ออกแบบทุกมิติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด ทั้งด้านพลังงาน ขนส่ง ขยะ ผังเมือง และพฤติกรรมผู้คน หลัก ๆ คือ

  • ใช้พลังงานหมุนเวียน
  • ส่งเสริมขนส่งสาธารณะ
  • ออกแบบเมืองให้กะทัดรัด ลดการเดินทาง มีพื้นที่สีเขียว
  • ลดขยะ ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในทุกภาคส่วน

โดยในต่างประเทศก็มีเยอะเลย เช่นที่ โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ตั้งเป้าจะเป็นเมืองปลอดคาร์บอน ภายในปี 2025 หรือก็คือปีนี้เลย ระบบขนส่งมวลชนที่นี่ส่วนใหญ่ผู้คนใช้จักรยานในการเดินทางเป็นหลัก โดยมีผลสำรวจด้วย บอกว่าผู้คน 60% ที่นี่ ขี่จักรยานไปทำงาน โคเปนเฮเกนใช้พลังงานหมุนเวียนจากลมและชีวมวลเป็นหลัก รวมถึงใช้พลังงานความร้อนจากโรงเผาขยะร่วมด้วย

ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น มีการวางผังเมืองแบบ Compact City กระจุกคนให้อยู่กลางเมือง เพื่อลดการเดินทาง ส่งเสริมให้คนเดินเท้าและใช้รถไฟฟ้าในการเดินทาง และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอาคารประหยัดพลังงาน

หรือสิงคโปร์ใกล้บ้านเรา เห็นเมืองเล็กแบบนี้มีแนวคิด Green and Smart Nation สร้างพื้นที่สีเขียวให้คนของเขาได้มากถึง 50% ของพื้นที่เมือง ส่งเสริมตึกสีเขียว หลังคาสีเขียว และระบบเก็บพลังงาน มีระบบขนส่งที่ทั่วถึง ลดการใช้รถส่วนตัว

เมืองแบบนี้ฟังดูเหมือนอยู่ไกลตัว แต่ความจริงคือ ในไทยเราก็มีเหมือนกัน จากการดำเนินงานส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเผยว่า ในไทยมีเกือบ ๆ 20 เมืองแล้วที่เป็นต้นแบบเมืองยั่งยืนและเมืองคาร์บอนต่ำ

เช่น เทศบาลนครตรัง หรือ เมืองทับเที่ยง เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่วัฒนธรรมจีน-ท้องถิ่น และตึกชิโน-โปรตุกีสที่อนุรักษ์ไว้ได้อย่างดี แต่ยังเป็นหนึ่งในต้นแบบของเมืองคาร์บอนต่ำด้วย เช่น

  • เปลี่ยนหลอดไฟในเมืองเป็น LED ประหยัดพลังงาน
  • ใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า
  • เปลี่ยนแอร์ในสำนักงานเป็นระบบ Inverter
  • จัดการขยะด้วยการแยกตั้งแต่ต้นทาง และนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF
  • มีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
  • แม้ว่าภาคใต้จะไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องฝุ่น แต่ก็มีระบบเฝ้าระวังฝุ่น PM2.5 แบบเรียลไทม์ และห้ามเผาขยะในพื้นที่
  • พัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมือง ส่งเสริมการมีสวนสาธารณะทั่วเมืองให้คนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ง่าย
  • เข้าร่วมโครงการ Low Carbon City ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ยังมีอีกหลายชุมชนในไทยเลยที่ก็เริ่มขยับ ในการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำแล้ว เพราะไม่ใช่แค่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังดีต่อสุขภาพและสภาวะจิตใจของเราด้วย ท่ามกลางโลกที่เผชิญหน้ากับปัญหาสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และอีกมากมายเลย แต่อย่างน้อย การมีเมืองสีเขียวเล็ก ๆ ที่เป็นเซฟโซนในบ้านเราก็ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง

แต่การจะเกิดขึ้นของเมืองเหล่านี้ได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมจากทุกฝ่ายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคการศึกษา ที่จะต้องทำความเข้าใจ และต้องร่วมใจกันทำให้ทุกกิจกรรมที่ว่าเกิดขึ้นจริงในบ้านของเราเอง แม้ว่าเมืองคาร์บอนต่ำอาจไม่ได้สำเร็จในเร็ววัน แต่ถ้าเราทุกคนช่วยกัน มันก็จะสำเร็จแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...