โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภารกิจกู้วิกฤตศรัทธา: ใครคือมือสังหารตัวจริง?

SIAMSPORT

เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 06.40 น.
ทีมชาติไทย พร้อมแล้วที่จะเปิดฉากฟาดแข้งฟุตบอลคิงส์คัพ 2025 กับ ทีมชาติฟิจิ ในรอบรองชนะเลิศ วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายนนี้ เวลา 20.00 น. ณ สนามกีฬากลีบบัว จังหวัดกาญจนบุรี

แน่นอนว่าเรื่องที่คอบอลไทยให้ความสนใจมากที่สุดในเวลานี้ หนีไม่พ้นคำถามที่ว่า ใครจะได้สวมบทบาท “มือสังหาร” ในแดนหน้า?

ภายใต้การนำทัพของกุนซือชาวญี่ปุ่นอย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ ภารกิจที่ท้าทายที่สุดคือ การค้นหาเพชฌฆาตตัวจริงมาเติมเต็มเกมรุกให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทยที่สูงลิบลิ่ว และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมาหลังเกมคัดเอเชียน คัพ ที่ไปเยือนพ่ายเติร์กเมนิสถาน 1-3 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับคิงส์คัพครั้งที่ 51 นี้ โค้ชอิชิอิ ได้เรียก 3 กองหน้าฝีเท้าดีมาร่วมทีม ได้แก่ ศุภชัย ใจเด็ด จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย จากการท่าเรือ เอฟซี และ ปรเมศย์ อาจวิไล จากจูบิโล่ อิวาตะ แต่ละคนต่างมีสไตล์การเล่นและเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกันไป

คนแรกคือ ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าเบอร์หนึ่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้กำลังหาตัวตนในทีมชาติ แม้ว่าในนามสโมสร “เจ้าอาร์ม” จะเพิ่งสร้างสถิติอันน่าทึ่งด้วยการทำประตูรวม 100 ประตูให้กับปราสาทสายฟ้าไปหมาด ๆ

แต่กับทีมชาติไทย สถิติของเขากลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2018 เจ้าตัวลงเล่นไปแล้วถึง 42 เกม แต่ทำได้เพียง 8 ประตูเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลใหม่ของไทยลีก 1 ดาวยิงวัย 26 ปีกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งด้วยการซัดไป 2 ประตูจาก 3 นัดแรก นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีที่เขาจะก้าวข้ามกำแพงในทีมชาติและระเบิดฟอร์มเก่งได้สำเร็จ

คนที่สอง ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ดาวรุ่งพุ่งแรงกับเป้าหมายที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะเขาคือหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุคนี้

ด้วยวัยเพียง 22 ปี เขามีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมชาติไทยไปแล้วถึง 18 นัด ทำได้ 3 ประตู โดยประตูสุดท้ายเกิดขึ้นในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ที่บุกไปชนะสิงคโปร์ 4-2 หลังจากนั้นเขาก็ยังหาทางยิงประตูในนามทีมชาติไม่ได้เลย

ขณะที่ในระดับสโมสรกับการท่าเรือ เอฟซี ฤดูกาลนี้เขาทำไป 1 ประตูจาก 3 นัด โอกาสที่ได้รับในคิงส์คัพครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนเวทีสำคัญที่ “เจ้าต้น” จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอสำหรับทีมชาติชุดใหญ่

และคนสุดท้าย ปรเมศย์ อาจวิไล ตัวเลือกที่ซ่อนทีเด็ดเอาไว้ แม้จะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับต้นสังกัดใหม่อย่างจูบิโล่ อิวาตะ ในเจลีก 2 ของญี่ปุ่น แต่ “เจ้าฟร้องซ์” ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในเกมอุ่นเครื่อง ยิง 1 จ่าย 1 ในเกมที่แพ้ เวียร์เตียง มิเอะ ทีมจาก JFL ด้วยสกอร์ 2-3

นี่คือสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขา ส่วนสถิติในทีมชาติของเขานับตั้งแต่ติดครั้งแรกในปี 2022 เจ้าตัวลงเล่นไป 18 นัด ทำได้ 3 ประตู สถิติดูอาจจะไม่หวือหวา แต่ ปรเมศย์ คือตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งอาจมีทีเด็ดซ่อนอยู่ และพร้อมที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ทุกเวลา

เมื่อมองจากค่าเฉลี่ยการทำประตูของทั้ง 3 คนในนามทีมชาติแล้ว แฟนบอลหลายคนอาจอดเป็นห่วงไม่ได้ และการไม่มีชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงตลอดกาลของไทย ยิ่งทำให้โจทย์ของ โค้ชอิชิอิ ยากขึ้นไปอีกขั้น

แต่ในทางกลับกัน นี่ก็อาจเป็นโอกาสทองที่กองหน้าดาวรุ่งและดาวโรจน์เหล่านี้ จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ของทีมชาติไทย

ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่การตัดสินใจของ มาซาทาดะ อิชิอิ ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใช้ใครเป็น “อาวุธลับ” ในการเจาะประตูฟิจิ และใครกันแน่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “เพชฌฆาตช้างศึก” ตัวจริงในศึกคิงส์คัพครั้งนี้

แล้วแฟนๆ SIAMSPORT ละครับ อยากเห็นใครลงสนามเป็น 11 ตัวจริงคนแรก? มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเชียร์ทีมชาติไทยไปพร้อมๆ กัน!

-กอล์ฟเบนเทเก้-

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...