BANPU ผนึก BPP ปรับโครงสร้าง ตั้ง “บริษัทใหม่” ลุยธุรกิจ Non-coal เพิ่มความคล่องตัวรับ Energy Transition
BANPU ผนึก BPP "ควบบริษัท" จัดตั้ง "บริษัทมหาชนจำกัดใหม่" ขึ้นมารับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และความรับผิดชอบทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินกลยุทธ์ "Energy Symphonics" และ เร่งเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหิน (Non-coal) ให้สอดคล้องกับช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
30 ตุลาคม 2568 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท โดยอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าทพธุรกรรมการควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ซึ่งเป็นการควบบริษัทภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) (พ.ร.บ. บริษัทมหาชน)
โดยบริษัทฯ และ BPP จะสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล และเกิดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ขึ้นจากการควบบริษัท (บริษัทใหม่) ซึ่งบริษัทใหม่ดังกล่าวจะได้รับไปทั้งทรัพย์สิน หนี้สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดของบริษัทฯและ BPP
คณะกรรมการยังได้อนุมัติการเข้าทำข้อเสนอรับซื้อหุ้นของ BPP เป็นการทั่วไป จากผู้ถือหุ้นรายอื่นของ BPP (General Offer) ก่อนการดำเนินธุรกรรมการควบบริษัท เพื่อเป็นการเข้าลงทุนเพิ่มสัดส่วนใน BPP ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนการลงทุนที่ดี และอนุมัติให้บริษัท บ้านปูมินเนอรัล จำกัด (BMC)ซึ่งเป็นบริษัทที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 ซึ่งได้แสดงความประสงค์ที่จะเป็นผู้รับซื้อหุ้นของบริษัทฯ และหุ้นของ BPP จากผู้ถือหุ้นของแต่ละบริษัทที่เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงคัดค้านธุรกรรมการควบบริษัท
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การปรับโครงสร้างดังกล่าว เพื่อให้กลุ่มบริษัทมีความคล่องตัวและความพร้อมในการสร้างโอกาสในการเติบโต โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินกลยุทธ์ Energy Symphonics เนื่องจากโครงสร้างการจดทะเบียนในปัจจุบันของกลุ่มบริษัทยังไม่เอื้อต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเต็มศักยภาพ
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินกลยุทธ์ พร้อมปรับตำแหน่งทางธุรกิจ (Positioning) และทิศทางการเติบโตของแต่ละธุรกิจให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหิน (Non-coal)
ในการนี้บริษัทใหม่จะมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 40,496,219,730 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 4,049,621,973 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยจะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ BPP ในอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) ดังต่อไปนี้
(ก) 1 หุ้นเดิมในบริษัทฯ ต่อ 0.35575 หุ้นในบริษัทใหม่ และ
(ข) 1 หุ้นเดิมใน BPP ต่อ 0.74615 หุ้นในบริษัทใหม่ (อัตราส่วนดังกล่าวคำนวณได้มาโดยไม่นับรวมหุ้นใน BPP ที่ถือโดยบริษัทฯ โดยการจัดสรรหุ้นบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ BPP จะจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ยกเว้นบริษัทฯซึ่งจะได้รับการจัดสรรหุ้นบริษัทใหม่ตามอัตราส่วนภายใต้ข้อ (ก)