โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไม่เห็นด้วย’ แต่ต้องทำตามศาลบอก เพื่อไทยเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ทำประชามติ 2 ครั้ง ให้รัฐสภาเลือก สสร.แทน

The Momentum

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 06.39 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (11 กันยายน 2568) ที่อาคารรัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงเรื่องแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาเมื่อวานนี้ (10 กันยายน 2568)

โดยในช่วงแรกของการแถลงต่อสื่อมวลชน ชูศักดิ์อธิบายเหตุผลการยื่นคำร้องของพรรคเพื่อไทยไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า ครั้งที่พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยบรรจุระเบียบวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 มีสมาชิกหลายคนบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุม บางส่วนโต้แย้งว่าประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะบรรจุคำวินิจฉัย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงพยายามหาข้อยุติว่า ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ได้

ในส่วนของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ ชูศักดิ์สรุปประเด็นสำคัญไว้ ดังนี้

1. รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน

2. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหมวด 15 คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

3. รัฐสภามีอำนาจที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เท่ากับว่าปฏิเสธการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง

4. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้งคือ ครั้งที่ 1 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ขณะที่ครั้งที่ 2 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า มีวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญอย่างไร และครั้งที่ 3 เมื่อรัฐสภาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้ประชาชนออกเสียงประชามติอีกรอบว่า เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ชูศักดิ์เพิ่มเติมว่า การออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ‘อาจจัดรวมกัน’ ได้ แม้มีปัญหาอุปสรรคคือขั้นตอนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นปัญหาถกเถียงกันอยู่ แต่ในฐานะผู้ที่ริเริ่มและติดตามเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด ยังคงยืนยันที่จะดำเนินการและแสวงหาการจัดทำให้เป็นประชาธิปไตยต่อไป

ดังนั้นเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ชูศักดิ์เปิดเผยสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือ ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในหมวด 15 เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสียก่อน โดยให้รัฐสภาพิจารณาเป็น 3 วาระ และต้องนำไปประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256

ขณะที่ประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ‘ไม่อาจกระทำ’ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แม้พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ขัดต่อหลักการประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามอาจจะกระทำโดยการเลือก สสร.ทางอ้อม เช่น รัฐสภามีมติแต่งตั้ง สสร.หรืออาจให้รัฐสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการได้

ทั้งนี้การจัดทำประชามติจะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรัฐสภามีมติส่งให้รัฐบาลดำเนินการหรือรัฐบาลเห็นสมควร ดังนั้นการทำประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อไร ก็อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลด้วย

“เรื่องนี้เราเห็นว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องไปตัดสินใจ ซึ่งเงื่อนไขก็จะมีอยู่หลายประการ เช่น จะยุบสภาฯ เมื่อไร จะทำประชามติเมื่อไร หลังจากรัฐบาลยุบสภาฯ แล้วจะยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จเมื่อไร

“เราคิดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องไปคิดในเรื่องนี้ แต่ของเราก็มีหน้าที่เสนอยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 หมวด 15 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ชูศักดิ์กล่าว

ด้านจาตุรนต์ระบุเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยยินดีและแสดงความตั้งใจว่า อยากให้มีการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ขณะนี้รัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีองค์กรใดแสดงความริเริ่มในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ตนจึงอยากเชิญชวนทุกพรรคการเมือง และเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่กำลังเข้ามาบริหารประเทศ ช่วยกันคิดหาทางออกว่า จะทำอย่างไรให้การจัดทำประชามติ 2 ครั้งรวมเป็นครั้งเดียวได้ ไม่ต้องเสียเวลานานและไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ

“พรรคการเมืองต่าง ๆ จะต้องหารือ และได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลที่ตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น รัฐบาลก็ต้องไปคิดแล้วว่าจะทำประชามติเมื่อไร และจะทำกี่ครั้ง ทำ 2 ครั้งพร้อมกันหรือไม่”

จาตุรนต์ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลต้องคิดแล้วว่าจะทำประชามติเมื่อไรและจะทำกี่ครั้ง เนื่องจากการทำประชามติเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องมีมติ ครม.จากการเสนอของรัฐสภา เสนอของประชาชน หรือมาจาก ครม.เอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...