โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลุมพินีวัน” สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 07.14 น.
มายาเทวีวิหาร ด้านหน้าเป็นสระโบกขรณี ที่สรงสนานพระวรกายของพระนางสิริมหามายา (ภาพโดย Arjun Jaisawal จาก Pixabay)

“ลุมพินีวัน” 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล

คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ คงคุ้นเคยกับสวนลุมพินี สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่า รัชกาลที่ 6 โปรดพระราชทานนามสวนแห่งนี้โดยนำชื่อมาจาก“ลุมพินีวัน” ตำบลแห่งหนึ่งในประเทศเนปาล อันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

ลุมพินีวัน (วัน, วน[วะ-นะ] แปลว่า ป่า, ดง) หรือเรียกสั้นลงมาหน่อยว่า “ลุมพินี” (Lumbini) หรือ รุมมินเด (Rummindei) ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ อยู่ในเขตอำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล อยู่ห่างจากพรมแดนอินเดียราว 23 กิโลเมตร แต่สมัยพุทธกาลถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียโบราณ อยู่ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดพุทธบิดา-มารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ (พระพุทธเจ้า) นั่นคือกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ

ตามพุทธประวัติ เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์ครบกำหนด ได้เสด็จจากกบิลพัสดุ์เพื่อไปมีพระประสูติกาลพระกุมารที่เทวทหะ ระหว่างทางพระนางได้ประสูติเจ้าชายสิทธัตถะใต้ต้นสาละใหญ่ต้นหนึ่งในสวนลุมพินี สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จโปรดสัตว์โลก เผยแผ่พระธรรมคำสอน กระทั่งถึงวันที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ได้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า เดิมทีภิกษุทั้งหลายยังได้มาเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อโอกาสในการสนทนาธรรม แต่หลังจากพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปก็จะไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีกแล้ว

พระพุทธเจ้าจึงตรัสถึงสังเวชนียสถาน สถานที่ที่ผู้มีศรัทธาสามารถไปเยือนเพื่อระลึกถึงพระองค์ 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ (ลุมพินี-ไภรวา, เนปาล) สถานที่ตรัสรู้ (ต้นพระศรีมหาโพธิ์-พุทธคยา, อินเดีย) สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน-สารนาถ, อินเดีย) และสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน (ป่าสาลวัน-กาเซีย, อินเดีย)

ราวพุทธศักราช 294 พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จมานมัสการสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ (พระอุปคุต) พระองค์ให้เถระช่วยชี้จุดประสูติ แล้วทรงรับสั่งให้สร้างพระอาราม พระเจดีย์ และเสาศิลาจารึกอักษรพราหมี มีข้อความว่า (ถอดเป็นภาษาไทยโดย เจ้าคุณพระราชธรรมมุนี)

“…สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปริยทรรศี (พระเจ้าอโศกมหาราช)ผู้เป็นที่รักแห่งทวยเทพ เมื่ออภิเษกแล้วได้ 20 ปี ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง ด้วยว่าพระพุทธศากยมุนีได้ประสูติ ณ ที่นี้ โปรดให้สร้างรูปสลักหิน (บางท่านแปลว่า รั้วหิน)และประดิษฐานหลักศิลาไว้เป็นที่หมาย โดยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประสูติ ณ สถานที่นี้ จึงโปรดให้ยกเว้นภาษีแก่หมู่บ้านลุมพินี และทรงให้เสียแต่เพียงหนึ่งในแปดของผลผลิต เป็นค่าภาษีที่ดิน… ”

“เสาอโศก” ยังอยู่ที่เดิมมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเมื่อ พ.ศ. 2438-2439 เซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม(Sir Alexander Cunningham) นายทหารและนักโบราณคดีชาวอังกฤษ และคณะ ได้ขุดค้นพบเสาศิลาดังกล่าวฝังอยู่ใต้ดิน ณ บริเวณระหว่างสิทธารถนคร (กรุงเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก และติเลาราโกต (กรุงกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก ด้านละ 22 กิโลเมตรพอดิบพอดี เป็นหลักฐานยืนยันว่าที่ตรงนี้คืออุทยานลุมพินี

จากนั้นทีมของคันนิ่งแฮมก็เริ่มการขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่อย่างจริงจัง ทำให้พบซากปรักหักพังจำนวนมาก เป็นร่องรอยของสถูปกว่า 50 องค์ รวมถึงวิหารอารามตั้งแต่สมัยราชวงศ์เมารยะของพระเจ้าอโศกมหาราช เรื่อยมาถึงราชวงศ์ศุงคะ กุษาณะ และคุปตะ กินระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 300-950

ย้อนกลับไป พ.ศ. 942 สมณะจีนนาม “ฟาเหียน” ได้จาริกแสวงบุญมาอินเดีย แล้วบันทึกถึงลุมพินีว่ามีบ่อน้ำใสสะอาด แวดล้อมด้วยสังฆาราม เจดีย์ และเสาศิลาตั้งตระหง่าน พระสงฆ์ที่นี่ประพฤติปฏิบัติตนเรียบร้อยน่าเลื่อมใส และ พ.ศ. 1280 พระเสวียนจ้าง (พระถังซัมจั๋ง) ก็จาริกมาถึงลุมพินี แล้วบันทึกไว้ว่า บนเสาอโศกมีรูป “วิคฑะ” คือเป็นม้าและฐานเป็นดอกบัว

สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในลุมพินี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ยืนยันเรื่องราวในพุทธประวัติและดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1. เสาอโศก เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช 2. มายาเทวีวิหาร มีภาพแกะสลักเรื่องราวของพุทธมารดาในวันประสูติพระกุมาร 3. ซากวิหารและพระเจดีย์สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช 4. สระโบกขรณี เชื่อว่าเป็นที่สรงสนานพระวรกายของพระนางสิริมหามายา และ 5. หลักเขตแดน เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้แสดงเขตแดนระหว่างนครกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ

ลุมพินีได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมไปเมื่อ พ.ศ. 2540

ทุกวันนี้สามารถกล่าวได้ว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีทั้งที่ลุมพินี สังเวชนียสถานอื่น ๆ และสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติ ถูกค้นพบมากมายจนหนักแน่นพอจะยืนยันว่า เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า มี “ตัวตน” อยู่จริงในประวัติศาสตร์ รวมถึงยืนยันได้ว่าพระชนม์ชีพของพระองค์อยู่ที่ชมพูทวีป หรือในอินเดีย

โลกเขาพิสูจน์ทราบกันถึงขั้นนี้ จึงป่วยการที่จะมาถกเถียงกันว่าพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนากำเนิดขึ้นที่ไหนกันแน่…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กนกวรรณ ทองตะโก, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ลุมพินี.20 กรกฎาคม 2553. (ออนไลน์)

ธรรมหรรษา. ลุมพินี (Lumbini). สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2568. (ออนไลน์)

อิสริยา เลาหตีรานนท์, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. สังเวชนียสถาน.18 ตุลาคม 2553. (ออนไลน์)

ศูนย์บริการวิชาการธรรมสุทัศน์, สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาราชภัฏนครปฐม. ลุมพินี: สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2568. (ออนไลน์)

ngthai.com.เดินทาง ตามรอยพระพุทธเจ้า นับจากประสูติจนปรินิพพาน จากเนปาลสู่อินเดีย. 16 กันยายน 2564. จาก https://ngthai.com/cultures/38005/thebuddhapath/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ลุมพินีวัน” สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...