“ลุมพินีวัน” สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล
“ลุมพินีวัน” 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล
คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ คงคุ้นเคยกับสวนลุมพินี สวนสาธารณะแห่งแรกของไทยซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่า รัชกาลที่ 6 โปรดพระราชทานนามสวนแห่งนี้โดยนำชื่อมาจาก“ลุมพินีวัน” ตำบลแห่งหนึ่งในประเทศเนปาล อันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ลุมพินีวัน (วัน, วน[วะ-นะ] แปลว่า ป่า, ดง) หรือเรียกสั้นลงมาหน่อยว่า “ลุมพินี” (Lumbini) หรือ รุมมินเด (Rummindei) ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ อยู่ในเขตอำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล อยู่ห่างจากพรมแดนอินเดียราว 23 กิโลเมตร แต่สมัยพุทธกาลถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียโบราณ อยู่ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดพุทธบิดา-มารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ (พระพุทธเจ้า) นั่นคือกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
ตามพุทธประวัติ เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์ครบกำหนด ได้เสด็จจากกบิลพัสดุ์เพื่อไปมีพระประสูติกาลพระกุมารที่เทวทหะ ระหว่างทางพระนางได้ประสูติเจ้าชายสิทธัตถะใต้ต้นสาละใหญ่ต้นหนึ่งในสวนลุมพินี สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จโปรดสัตว์โลก เผยแผ่พระธรรมคำสอน กระทั่งถึงวันที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ได้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า เดิมทีภิกษุทั้งหลายยังได้มาเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อโอกาสในการสนทนาธรรม แต่หลังจากพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปก็จะไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีกแล้ว
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถึงสังเวชนียสถาน สถานที่ที่ผู้มีศรัทธาสามารถไปเยือนเพื่อระลึกถึงพระองค์ 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ (ลุมพินี-ไภรวา, เนปาล) สถานที่ตรัสรู้ (ต้นพระศรีมหาโพธิ์-พุทธคยา, อินเดีย) สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน-สารนาถ, อินเดีย) และสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน (ป่าสาลวัน-กาเซีย, อินเดีย)
ราวพุทธศักราช 294 พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จมานมัสการสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ (พระอุปคุต) พระองค์ให้เถระช่วยชี้จุดประสูติ แล้วทรงรับสั่งให้สร้างพระอาราม พระเจดีย์ และเสาศิลาจารึกอักษรพราหมี มีข้อความว่า (ถอดเป็นภาษาไทยโดย เจ้าคุณพระราชธรรมมุนี)
“…สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปริยทรรศี (พระเจ้าอโศกมหาราช)ผู้เป็นที่รักแห่งทวยเทพ เมื่ออภิเษกแล้วได้ 20 ปี ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง ด้วยว่าพระพุทธศากยมุนีได้ประสูติ ณ ที่นี้ โปรดให้สร้างรูปสลักหิน (บางท่านแปลว่า รั้วหิน)และประดิษฐานหลักศิลาไว้เป็นที่หมาย โดยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประสูติ ณ สถานที่นี้ จึงโปรดให้ยกเว้นภาษีแก่หมู่บ้านลุมพินี และทรงให้เสียแต่เพียงหนึ่งในแปดของผลผลิต เป็นค่าภาษีที่ดิน… ”
“เสาอโศก” ยังอยู่ที่เดิมมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเมื่อ พ.ศ. 2438-2439 เซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม(Sir Alexander Cunningham) นายทหารและนักโบราณคดีชาวอังกฤษ และคณะ ได้ขุดค้นพบเสาศิลาดังกล่าวฝังอยู่ใต้ดิน ณ บริเวณระหว่างสิทธารถนคร (กรุงเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก และติเลาราโกต (กรุงกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก ด้านละ 22 กิโลเมตรพอดิบพอดี เป็นหลักฐานยืนยันว่าที่ตรงนี้คืออุทยานลุมพินี
จากนั้นทีมของคันนิ่งแฮมก็เริ่มการขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่อย่างจริงจัง ทำให้พบซากปรักหักพังจำนวนมาก เป็นร่องรอยของสถูปกว่า 50 องค์ รวมถึงวิหารอารามตั้งแต่สมัยราชวงศ์เมารยะของพระเจ้าอโศกมหาราช เรื่อยมาถึงราชวงศ์ศุงคะ กุษาณะ และคุปตะ กินระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 300-950
ย้อนกลับไป พ.ศ. 942 สมณะจีนนาม “ฟาเหียน” ได้จาริกแสวงบุญมาอินเดีย แล้วบันทึกถึงลุมพินีว่ามีบ่อน้ำใสสะอาด แวดล้อมด้วยสังฆาราม เจดีย์ และเสาศิลาตั้งตระหง่าน พระสงฆ์ที่นี่ประพฤติปฏิบัติตนเรียบร้อยน่าเลื่อมใส และ พ.ศ. 1280 พระเสวียนจ้าง (พระถังซัมจั๋ง) ก็จาริกมาถึงลุมพินี แล้วบันทึกไว้ว่า บนเสาอโศกมีรูป “วิคฑะ” คือเป็นม้าและฐานเป็นดอกบัว
สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในลุมพินี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ยืนยันเรื่องราวในพุทธประวัติและดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1. เสาอโศก เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช 2. มายาเทวีวิหาร มีภาพแกะสลักเรื่องราวของพุทธมารดาในวันประสูติพระกุมาร 3. ซากวิหารและพระเจดีย์สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช 4. สระโบกขรณี เชื่อว่าเป็นที่สรงสนานพระวรกายของพระนางสิริมหามายา และ 5. หลักเขตแดน เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้แสดงเขตแดนระหว่างนครกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ
ลุมพินีได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมไปเมื่อ พ.ศ. 2540
ทุกวันนี้สามารถกล่าวได้ว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีทั้งที่ลุมพินี สังเวชนียสถานอื่น ๆ และสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติ ถูกค้นพบมากมายจนหนักแน่นพอจะยืนยันว่า เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า มี “ตัวตน” อยู่จริงในประวัติศาสตร์ รวมถึงยืนยันได้ว่าพระชนม์ชีพของพระองค์อยู่ที่ชมพูทวีป หรือในอินเดีย
โลกเขาพิสูจน์ทราบกันถึงขั้นนี้ จึงป่วยการที่จะมาถกเถียงกันว่าพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนากำเนิดขึ้นที่ไหนกันแน่…
อ่านเพิ่มเติม :
- พุทธประวัตินอกกระแส “สิทธัตถะ” เกิดในสังคมแบบชนเผ่า ไม่ได้อยู่ในวรรณะกษัตริย์
- “สหชาติ” ทั้ง 7 สิ่งมงคลอันเป็นอัศจรรย์ ที่เกิดพร้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- “มหาปุริสลักษณะ” 32 ลักษณะที่บ่งชี้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะเป็นพระพุทธเจ้า มีอะไรบ้าง ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กนกวรรณ ทองตะโก, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ลุมพินี.20 กรกฎาคม 2553. (ออนไลน์)
ธรรมหรรษา. ลุมพินี (Lumbini). สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2568. (ออนไลน์)
อิสริยา เลาหตีรานนท์, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. สังเวชนียสถาน.18 ตุลาคม 2553. (ออนไลน์)
ศูนย์บริการวิชาการธรรมสุทัศน์, สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาราชภัฏนครปฐม. ลุมพินี: สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2568. (ออนไลน์)
ngthai.com.เดินทาง ตามรอยพระพุทธเจ้า นับจากประสูติจนปรินิพพาน จากเนปาลสู่อินเดีย. 16 กันยายน 2564. จาก https://ngthai.com/cultures/38005/thebuddhapath/
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ลุมพินีวัน” สังเวชนียสถาน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศเนปาล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com