สภาผ่านร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขวาระ 2-3 เว้นไม่นิรโทษกรรมคดีม. 112
21 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13:00 น. สภาผู้แทนราษฎรเริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ในวาระ 2 และ 3 มีการพิจารณาและลงมติรายมาตรา ข้อถกเถียงสำคัญคือ ประเด็นการนิรโทษกรรมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของเยาวชนโดยทันทีในมาตรา 3 ตามที่สส.ของพรรคประชาชนสวงนคำแปรญัตติไว้ ซึ่งนำมาสู่การพูดคุยและขอพักการประชุมเพื่อหาที่ยุติเป็นเวลากว่าชั่วโมง ก่อนกลับมาพิจารณาและลงมติในมาตราดังกล่าว โดยมีผู้เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข 184 เสียง ไม่เห็นชอบ (ให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ของเยาวชน) 133 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง เมื่อการแปรญัตติในมาตราที่เป็นหลักการสำคัญอย่างมาตรา 3 ของพรรคประชาชนตกไป ทำให้ญัตติอื่นๆที่สส.พรรคประชาชนสวงนเกี่ยวเนื่องกับมาตรา 3 ไว้ไม่ได้ไปต่อไปโดยปริยาย
สภาพิจารณาเรื่อยมาจนถึงบัญชีท้ายของร่างพ.ร.บ. ในเวลา 18:50 น. ที่ประชุมลงคะแนนเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้าย 271 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง และพิจารณาในวาระ 3 และพิจารณาต่อในวาระ 3 โดยเวลา 18:53 น. ที่ประชุมผ่านร่างสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยเสียเห็นชอบ 280 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียงและไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาร่างกฎหมายโดยแบ่งเป็น 3 วาระเช่นเดียวกันกับสภาผู้แทนราษฎร โดยต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 136 หากไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าวุฒิสภาได้เห็นชอบร่างกฎหมายนั้นแล้ว
ตามร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นผลให้คดีที่มีฐานความผิดที่ไม่อยู่ในบัญชีท้ายของกฎหมายไม่ได้รับการนิรโทษกรรม โดยมีจำเลยคดีการเมือง เช่น คดีมาตรา 112 จำนวน 284 คน ไม่ได้รับผลนิรโทษกรรมนี้ไปด้วย
สภาปัดตกข้อเสนอพรรคประชาชนนิรโทษกรรมเยาวชน ม. 112 ทันที
ข้อถกเถียงสำคัญคือ ประเด็นการนิรโทษกรรมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของเยาวชนโดยทันทีในมาตรา 3 ที่ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ พนิดา มงคลสวัสดิ์และพุธิตา ชัยอนันต์ พรรคประชาชนสงวนคำแปรญัตติไว้ว่า “มาตรา 3 ภายใต้บังคับมาตรา 6 พระราชบัญญัตินี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส หรือการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่มในกรณีที่ผู้กระทำความผิดมีอายุเกินสิบแปดปีในขณะกระทำความผิด”
ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวทำนองว่า การ “นิรโทษกรรม” หรือมาตรการพิเศษสำหรับจำเลยคดีมาตรา 112 ที่เป็นเยาวชนกำหนดไว้แล้วในมาตรา 9/1 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ว่า เขาเคยเสนอความเห็นชัดเจนว่า หากจะมีการนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง ควรครอบคลุมทุกกรณี “มาตรา 112 ผมก็เคยเสนอว่า ให้นิรโทษกรรมโดยมีเงื่อนไข” ความเห็นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงยืนยันเช่นนั้นเสมอ หากเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์จริงพบว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ในสภาเห็นตรงกันว่าควรกำหนดข้อยกเว้นคดีตามมาตรา 112 อย่างไรก็ตามหากร่างกฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วโดยรวมมาตรา 112 ก็มีความเป็นไปได้สูงที่วุฒิสภาจะตีกลับ ตามกระบวนการ หากวุฒิสภาตีกลับ สภาผู้แทนราษฎรจะมีเวลา 6 เดือนในการลงมติยืนยันกลับไปใหม่ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สภามีอายุเหลือไม่ถึง 6 เดือนนับจากนี้ ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ร่างกฎหมายตก [หมายเหตุ : เฉพาะกรณีที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วและยุบสภา]
ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรพักประชุมและแต่ละฝ่ายไปถกเถียงกันในเรื่องมาตรา 3 กว่าชั่วโมง สภาผู้แทนราษฎรกลับมาพิจารณาในวาระ 2 อีกครั้ง ศศินันท์ กล่าวว่า
“ในกรณีมาตรา 3 เป็นการแก้ไข อย่างตรงไปตรงมาว่าเราต้องการนิรโทษกรรมให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยที่ไม่ได้มีการระบุว่า จะอยู่ในขั้นตอนใดก็ตาม จะอยู่ในชั้นศาล อัยการ ตำรวจ หรืออาจจะมีการนำคดีเก่ามาฟ้องใหม่ เราก็ไม่ได้ระบุไว้เลย เพราะเราเห็นว่าเรายังไม่จำเป็นจะต้องมาถึงลงดูรายละเอียดของเยาวชนขนาดนั้น ตอนที่เราพยายามจะถกเถียงกันในเรื่องของคดีปิดสนามบิน การฟื้นสิทธิล้มละลายต่างๆ การระงับค่าเสียหายต่างๆ หรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่มันหนักกว่าตั้งเยอะ เราไม่เห็นมานั่งถกเถียงกันถึงเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เลย
ดิฉันก็รู้สึกผิดหวังที่สุดท้ายเราต้องหาทางออกกันแบบอ้อมๆ เลียบๆเคียงๆ กันอยู่ดีและเราแทบจะไม่ได้ถามเลยด้วยซ้ำว่า สุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลประโยชน์จากพ.ร.บ.นี้เขาต้องการอะไรกันแน่ แน่นอนว่า โหวตวันนี้ดิฉันอาจจะไม่ได้ชนะในครั้งนี้ แต่อยากฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้จะเสริมสร้างสังคมสันติสุขไม่ได้เลย ถ้าเรายังคงมองคนอีกลุ่มหนึ่งเป็นคนตรงกันข้ามกับเราอยู่เหมือนทุกวันนี้ เรายังคงพยายามจะหาวิธีเลี่ยงบาลีแม้กระทั่งคำว่า นิรโทษกรรมให้แก่เยาวชนด้วยซ้ำ ดิฉันยังยืนยันว่ามาตรา 3 ที่สงวนความคิดเห็นไว้ไม่ได้ขัดต่อหลักการและความสำเร็จในการนิรโทษกรรมและการเสริมสร้างสันติสุขต้องการความกล้าหาญของทุกท่าน ความกล้าหาญทางการเมืองที่จะโหวตถ้าท่านหวังดีกับเยาวชนจริงๆไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขใดๆ ไม่จำเป็นต้องมีมาตรา 9/1 ก็ได้”
ท้ายที่สุดมีผู้เห็นชอบยกเว้นคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข 184 เสียง ไม่เห็นชอบ (ให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ของเยาวชน) 133 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง เมื่อการแปรญัตติในมาตราที่เป็นหลักการสำคัญอย่างมาตรา 3 ของพรรคประชาชนตกไป ทำให้ญัตติอื่นๆที่สส.พรรคประชาชนสวงนไว้ไม่ได้ไปต่อและไม่ได้อภิปราย
ร่างฉบับกรรมาธิการผ่านหมดทุกมาตรา ส่งต่อวุฒิสภาพิจารณา
เวลา 18:38 น. สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชนอภิปรายให้ตัดบัญชีท้ายของร่างพ.ร.บ. นิกร จำนง กรรมาธิการอธิบายว่า ไม่สามารถยืนยันความสมบูรณ์ของบัญชีแนบท้ายได้แต่ได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพิ่มฐานความผิดเข้ามาในร่างดังกล่าว ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชนขอให้กรรมาธิการย้ำเจตนารมณ์ว่า ฐานความผิดที่เกี่ยวพันกันเป็นอำนาจของคณะกรรมการโดยแท้ในการใช้ดุลพินิจว่า ฐานความผิดไม่อยู่ในบัญชีท้ายแต่มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและมีแรงจูงใจทางการเมือง ณัฐวุฒิตอบว่า “เป็นเช่นนั้นการบัญญัติบัญชีท้ายก็มีที่มาพยายามให้กว้างและครอบคลุมที่สุดแล้วก็เราเขียนตรงนั้นเพิ่มไว้เพื่อให้เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการ”
เวลา 18:50 น. ที่ประชุมลงคะแนนเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้าย 271 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง และพิจารณาในวาระ 3 และพิจารณาต่อในวาระ 3 โดยเวลา 18:53 น. ที่ประชุมผ่านร่างสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยเสียเห็นชอบ 280 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียงและไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาร่างกฎหมายโดยแบ่งเป็น 3 วาระเช่นเดียวกันกับสภาผู้แทนราษฎร โดยต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 136 หากไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าวุฒิสภาได้เห็นชอบร่างกฎหมายนั้นแล้ว
ณัฐวุฒิ กล่าวปิดว่า “เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่ผม ได้มาทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ต้องขอกราบเรียนทุกท่านว่า เป็นบรรยากาศที่ส่วนตัวผมประทับใจ ในความมุ่งมั่นทุ่มเทของเพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และท่านกรรมาธิการที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ และก็ร่วมกันลงคะแนนผลักดันกฎหมายนี้จนผ่านสภาผู้แทนราษฎร
ขอขอบคุณท่านคณะกรรมมาธิการ ซึ่งทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง ผมนัดบ่ายโมงก็บ่ายโมง 9 โมงก็ 9 โมงไม่มีใครปริปากบ่นแล้วก็ทำงานของพวกเราจนเสร็จสิ้นในที่สุด ไม่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการแทบทุกท่านในนี้ แต่ว่าเมื่อได้ร่วมงานก็เคารพในหัวใจเคารพในศักยภาพ ที่สำคัญคือกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิก อย่างที่ได้นำเรียนไปแล้วตอนต้น เนื้อหาสาระในร่างกฎหมายนี้ แม้กระทั่งถ้อยคำหรือท่าทีระหว่างกระบวนการพิจารณาตลอดวัน อาจจะมีสิ่งที่ตรงกับใจท่านบ้าง ขัดใจท่านบ้าง หรืออาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง หากมีสิ่งนั้นเกิดจากผม หรือเกิดจากคณะกรรมาธิการท่านใด ผมขออภัยและขอน้อมรับความขุ่นเคืองในใจจากทุกท่านไว้ ณ ที่นี้
หากสิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งเนื้อหาสาระและกระบวนการพิจารณาทั้งหมดจะเกิดเป็นประโยชน์ ก็ขอมอบประโยคนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับบุคคลผู้ต้องคดีความทางการเมือง แล้วก็ให้กับสังคมไทยที่จะเดินหน้าสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุขต่อไป หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้ไม่กี่วันนี้ ที่ประชุมวุฒิสภาจะได้กรุณาให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อนำไปสู่การประกาศบังคับใช้ต่อไป”