โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่องหมายการค้า “เหมือนแค่ไหน” ถึงเรียกว่า “ละเมิดสิทธิ์”

ThaiFranchiseCenter

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 09.16 น.

การเริ่มทำธุรกิจสิ่งสำคัญอันดับแรกคือ "เครื่องหมายการค้า" เพื่อใช้เป็นตราสินค้าและเพื่อให้เป็นที่จดจำของผู้ใช้สินค้า และต้องแน่ใจก่อนว่าเครื่องหมายการค้าที่จะใช้นั้นชื่อและรูปภาพจะไม่ไปเหมือนหรือคล้ายกับของผู้อื่นที่ยื่นจดทะเบียนแล้ว

แต่คำถามก็คือในยุคนี้ที่มีการแข่งขันกันสูงเหลือเกิน แถมมีธุรกิจเกิดขึ้นใหม่มากมายเราจะรู้ได้ยังไงว่าเครื่องหมายการค้าที่เราจดไปนั้นจะไปเหมือนหรือคล้ายคนอื่นไหม และ "เหมือนแค่ไหน" ถึงเรียกว่า "ละเมิดสิทธิ์"

ถ้าไปดูพรบ.เครื่องหมายการค้าปี 2565 นิยามคำว่า เหมือน หมายถึง เครื่องหมายที่มีลักษณะตรงกัน ส่วนคำว่า คล้าย หมายถึง เครื่องหมายมีความใกล้เคียงกันจนอาจทำให้สาธารณะชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า โดยจะพิจารณาจากภาพรวมของเครื่องหมาย สำเนียงเสียงเรียกขาน และรายการสินค้าทุกองค์ประกอบรวมกัน ว่ามีความคล้ายคลึงมากแค่ไหน

และตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 109 บัญญัติว่า บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งในการพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าแบบไหนที่ "ละเมิดสิทธิ์" มีหลักเกณฑ์ 3 ข้อคือ

  • เป็นคำที่พ้องเสียงกัน เช่น nike - nikee - nikea
  • เป็นคำที่พ้องรูปกัน เช่น Malee Meela ที่อาจเขียนอักษรคล้ายๆกัน
  • เป็นธุรกิจในกลุ่มเดียวกันหรือคล้ายกัน

นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโดยดูจากสาระสำคัญของเครื่องหมาย กลุ่มผู้ใช้สินค้า และรายการสินค้าที่ยื่นขอจดทะเบียน เพื่อนำมาประกอบในการพิจารณาว่าเหมือนคล้ายกับเครื่องหมายที่ได้ยื่นจดทะเบียนในระบบแล้วหรือไม่

โดยปกติ พรบ.เครื่องหมายการค้าจะให้สิทธิผู้ที่ยื่นขอจดทะเบียนก่อน ตามหลัก First to file เมื่อเครื่องหมายนั้นรับจดทะเบียนแล้วจะได้รับการคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียน เมื่อมีเครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกันมาขอยื่นจดทะเบียน นายทะเบียนจะสั่งปฏิเสธรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มาเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายที่ได้รับจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว

ทั้งนี้มีกรณีตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเป็นเคสของ Cafe’ Amazon แบรนด์ร้านกาแฟชื่อดังที่นอกจากมีสาขาในประเทศยังมีการขยายสาขาไปต่างประเทศด้วย ซึ่งมีรายงานข่าวว่ามีร้านหนึ่งในกัมพูชาตั้งชื่อร้านว่า Café Amazing และมีรูปแบบร้านที่เหมือนกับ Cafe’ Amazon อย่างมากต่างกันเพียงแค่ชื่อร้านเท่านั้น แน่นอนว่าเรื่องนี้ทาง Café Amazon ได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐาน เพื่อยื่นฟ้องร้องร้านกาแฟดังกล่าวด้วย

รวมถึงอีกเคสที่น่าสนใจเกิดเมื่อปี 2556 ระหว่าง“สตาร์บัง Vs สตาร์บัคส์” โดยเจ้าของร้านกาแฟระดับโลก “สตาร์บัคส์” ยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ฟ้องกาแฟรถเข็น “สตาร์บัง” ในข้อหาเลียนแบบเครื่องหมายการค้า

เคล็ดลับน่ารู้!

ชื่อแบรนด์สามารถใช้เหมือนกันได้ เนื่องจากชื่อแบรนด์ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็แก้ปัญหาด้วยการจดชื่อแบรนด์ร่วมกับเครื่องหมายการค้า ทำให้มีสิทธิ์ในชื่อและโลโก้อย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถเอาผิดกับคนลอกเลียนแบบทั้งโลโก้ ตัวสะกดแม้แต่การออกเสียงชื่อแบรนด์คล้าย ๆ กันได้

อย่างไรก็ดีชื่อแบรนด์ที่เหมือนกันแม้จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ในกลุ่มสินค้าอื่นก็สามารถจดทะเบียนในชื่อเดียวกันได้ ถ้ากลุ่มสินค้านั้นยังไม่มีผู้ขอจดทะเบียนการค้ามาก่อน

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...