โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น่าห่วง! 8 เดือนแรก ธุรกิจ SME ปิดกิจการ 10,000 ราย เหตุต้นทุนสูง-ขาดการใช้เทคโนโลยี

SMART SME

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 08.41 น. • Smart SME

ดูเหมือนว่าด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ทั้งภายในและภายนอกที่ถาโถมเข้ามาทำให้สถานการณ์ของธุรกิจ SME ไทย จะดูกลืนไม่เข้า คายไม่ออก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข รวมถึงปรับตัวให้อยู่รอดต่อไป

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่าความท้าทายของ SME ไทย ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากแรงกดดันรอบด้านทั้งปัจจัยด้านเศรษฐกิจ, การแข่งขันที่ดุเดือด และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง สอดคล้องกับข้อมูลอ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายอดตัวเลขการปิดกิจการธุรกิจ SME ในช่วง 8 เดือนแรกปี 2566 ที่มีราว 10,000 ราย ซึ่งภาคเหนือ และภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่น่าเป็นห่วง มีความเปราะบางมากที่สุด

ด้านธุรกิจที่ปิดกิจการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ธุรกิจประมง ได้รับผลกระทบจากมาตรการ IUU ที่เข้มงวดเรื่องการจับสัตว์น้ำมากขึ้น อันดับ 2 ธุรกิจผู้ผลิตเหล็กและจำหน่ายเหล็ก ได้รับผลกระทบจากจีนเข้ามาตีตลาดในไทย และอันดับ 3 ธุรกิจโรงพิมพ์ ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปรับชมผ่านออนไลน์มากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SME ยังมีมุมมองเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากส่วนใหญ่เห็นว่ากำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง และมีความกังวลต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ SME ไทย อันดับต้น ๆ คือ ต้นทุนการผลิตการดำเนินธุรกิจสูง ตามมาด้วย พฤติกรรม/ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป, กลยุทธ์การตลาดเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ได้จำกัด, กระบวนการผลิต/การทำงาน ล้าสมัย ขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องจักร, ห่วงโซ่อุปทาน/แหล่งวัตถุดิบที่ความไม่แน่นอนสูง, ผลกระทบจากกระแส ESG เช่น นโยบายสิ่งแวดล้อม, ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานทักษะ และขาดอำนาจต่อรองกับคู่ค้า

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของ SME จะปรับตัวดีขึ้น หากภาครัฐ และภาคการเงิน เพิ่มบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และผ่อนคลายนโยบายทางการเงินลง รวมถึงนโนบายสนับสนุน SME เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี, การพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพ และปริมาณที่เพียงพอต่อการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ มีคุณภาพสูง ตลอดจนขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ

สุดท้ายคือแนวทางช่วยเหลือธุรกิจ SME ไม่ว่าจะเป็น โควตาการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจาก SME ในท้องถิ่น, สิทธิการลดหย่อนภาษีจากการซื้อเครื่องจักรและรายจ่ายการอบรมแรงงาน, โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ และการกระจายโครงการฝึกอบรมให้ความรู้ต่าง ๆ สู่จังหวัดเมืองรอง

ที่มา: SCBEIC

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...