โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิทช์ คงอันดับเครดิต “ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย” ที่ AA(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 08.47 น.

ฟิทช์ คงอันดับเครดิต "ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย" ที่ AA(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ แรงหนุนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างมาก-ต่อเนื่อง

วันที่ 18 กันยายน 2567 บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) ที่ AA(tha) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ F1+(tha)

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

น่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

อันดับเครดิตของ ibank สะท้อนถึงการที่ฟิทช์คาดว่ารัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) น่าจะให้การสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติ (extraordinary support) แก่ธนาคาร ในกรณีที่มีความจำเป็น ibank เป็นธนาคารรัฐและถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ภายใต้กฎหมายเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทางการเงินที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ในประเทศไทย

อันดับเครดิตของธนาคารยังพิจารณาเปรียบเทียบกับอันดับเครดิตของสถาบันการเงินอื่นในประเทศไทยที่มีปัจจัยด้านการสนับสนุนเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาอันดับเครดิตได้รับการจัดอันดับเครดิต ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ AA(tha) สะท้อนถึงโอกาสการผิดนัดชาระหนี้ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับบริษัทและธนาคารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ

มีบทบาทเชิงนโยบายที่สำคัญ

ibank ถูกจัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินแก่ประชากรมุสลิมในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ibank เป็นธนาคารแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์และฟิทช์คาดว่าบทบาทดังกล่าวจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในระยะกลาง และจะยังคงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์นโยบายโดยรวมของรัฐบาลต่อไป

ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างมากและต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา ibank ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารประสบปัญหาทางการเงินในปี 2560-2561 ในช่วงเวลาดังกล่าว กระทรวงการคลังได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน ibank เป็น 99.6% จากเดิมที่ต่ำกว่า 50% และยังได้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพส่วนใหญ่ของ ibank ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ กำไรสะสมของธนาคารในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจาdผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ ibank ยังมีเงินกองทุนติดลบ แต่อย่างไรก็ตามธนาคารได้รับการผ่อนผันด้านเกณฑ์การดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำและยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ไม่ได้เป็นธนาคารรัฐหลักของรัฐบาล

อันดับเครดิตของ ibank อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของธนาคารรัฐอื่นที่ได้รับการจัดอันดับโดยฟิทช์อยู่ 2 อันดับ สะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่าโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคาiนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

ตามที่กำหนดไว้ใน พรบ.จัดตั้งธนาคาร สัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังใน ibank จะถูกจำกัดไว้ที่ 49% แต่ทั้งนี้ข้อจำกัดดังกล่าวได้รับการผ่อนปรนชั่วคราวตามแผนการปรับโครงสร้างของธนาคาร แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าในระยะยาวสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังน่าจะลดลงกลับไปสู่ระดับเดิม และฟิทช์ยังมองว่าฐานะทางการเงินที่อ่อนแอและขนาดที่จำกัดของธนาคารปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินนโยบายรัฐเมื่อเทียบกับธนาคารรัฐอื่น

ความสัมพันธ์กับรัฐบาลช่วยสนับสนุนการระดมเงินทุน

ibank พึ่งพาการระดมทุนจากเงินฝากเป็นหลัก โดยเงินฝากคิดเป็น 95.5% ของการเงินทุนรวม (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้น) ธนาคารได้รับประโยชน์จากการเป็นธนาคารรัฐ ซึ่งช่วยรักษาความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน แม้ว่าธนาคารจะมีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างอ่อนแอต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 90.8% ในปี 2567 (ปี 2566: 83.7%) เนื่องจากการเติบของสินทรัพย์ในช่วงปีที่ผ่านมา ฟิทช์ยังคาดว่าธนาคารน่าจะยังคงสามารถเข้าถึงวงเงินกู้ยืมระหว่างธนาคารได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงวงเงินกู้ยืมระหว่างธนาคารรัฐและจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการระดมเงินทุนของธนาคาร

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) ฟิทช์อาจปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศของ ibank ได้ หากฟิทช์มองว่าโอกาสที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคารมีการปรับตัวลดลง ตัวอย่างเช่น หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของธนาคารจากการเป็นธนาคารรัฐ หรือการลดลงของระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลและอำนาจในการควบคุมการดำเนินงานของรัฐ หรือการคาดว่ารัฐบาลจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ ibank

การปรับตัวลดลงของความสามารถของรัฐบาลในการสนับสนุนระบบการเงินอาจส่งผลให้มีการทบทวนโอกาสที่ ibank จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในประเทศ ทั้งนี้การปรับลดอันดับเครดิตจะพิจารณาเปรียบเทียบกับโครงสร้างเครดิตของสถาบันการเงินไทยรายอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศอาจเกิดขึ้นได้ หากฟิทช์มองว่ามีการเพิ่มขึ้นของโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ ibank แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับบริษัทและธนาคารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น หากฟิทช์ทบทวนการประเมินและเชื่อว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะให้ ibank ยังคงมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว และหากธนาคารมีความสามารถในการสนับสนุนนโยบายรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิตได้เช่นกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...