โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร “วิทยุการบินแห่งประเทศไทย” ที่ AAA แนวโน้ม Stable

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ส.ค. 2567 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 04.10 น.

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร "วิทยุการบินแห่งประเทศไทย" ที่ AAA แนวโน้ม Stable มีความเชื่อมโยงรัฐบาลในระดับสูงสุด คาดผลการดำเนินงานดีขึ้น ภาระหนี้ทยอยลดลง

วันที่ 7 สิงหาคม 2567 ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ระดับ “AAA” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงการประเมินของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับสถานะการเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ (Government-related Entity -- GRE) ของบริษัทซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลในระดับสูงสุด (Integral Linkage) และมีความสำคัญต่อรัฐบาลไทยในระดับสูงที่สุด (Critical Importance) นอกจากนี้อันดับเครดิตยังสะท้อนความเห็นของทริสเรทติ้งว่ามีความเป็นไปได้มากที่บริษัทจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาลอย่างเพียงพอและทันท่วงทีในกรณีที่บริษัทประสบกับปัญหาทางด้านการเงินอีกด้วย

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

  • มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลในระดับสูงสุด

ทริสเรทติ้งพิจารณาว่าบริษัทมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลในระดับสูงที่สุด โดยบริษัททำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ดำเนินการแทนรัฐบาลในการให้บริการการเดินอากาศเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล บริษัทเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีรัฐบาลไทยถือหุ้นในสัดส่วน 91% และคณะกรรมการของบริษัทจำนวน 9 จากทั้งสิ้น 11 คนได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาล การดำเนินงานของบริษัทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลผ่านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคม ในขณะที่แผนวิสาหกิจของบริษัทนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมและงบประมาณการลงทุนต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้วจึงนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อการอนุมัติต่อไป นอกจากนี้บริษัทจะต้องส่งแผนการกู้หรือชำระคืนเงินกู้ยืมให้แก่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงการคลังอีกด้วย ทั้งนี้ทริสเรทติ้งเชื่อว่าในกรณีที่มีสถานการณ์วิกฤติเกิดขึ้น รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่บริษัทอย่างเต็มที่และทันท่วงที

  • มีบทบาทที่สำคัญมากที่สุดต่อรัฐบาล

ทริสเรทติ้งมีความเห็นว่าบริษัทมีบทบาทที่สำคัญมากที่สุดในอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและต่อรัฐบาลในฐานะผู้ให้บริการการเดินอากาศรายหลักของประเทศไทย รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้บริษัทดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของ กพท. และมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization -- ICAO) เพื่อให้การขนส่งทางอากาศในบริเวณเขตแถลงข่าวการบินกรุงเทพฯ (Bangkok Flight Information Region -- BKK FIR) มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เนื่องจากการให้บริการจราจรทางอากาศเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่รัฐบาลจะอนุญาตให้หน่วยงานภาคเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทยังเป็นส่วนสำคัญของแผนงานของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางหลักของการบินในภูมิภาคเอเชียอีกแห่งหนึ่งด้วย

  • คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้น

ผลการดำเนินงานของบริษัทฟื้นตัวขึ้นอย่างมากในปีงบประมาณ 2566 จนถึงช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2567 ภายหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 สิ้นสุดลง ปริมาณการจราจรทางอากาศฟื้นตัวขึ้นเป็นประมาณ 69% ของปริมาณเที่ยวบินในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในปีงบประมาณ 2566 และฟื้นตัวขึ้นเป็นประมาณ 78% ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2567 จาก 41% ในปีงบประมาณ 2565 เป็นผลให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 67% เป็น 9.1 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2566 และเพิ่มขึ้น 29% เป็น 5.5 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2567 บริษัทกลับมามีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่ 530 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2566 และ 370 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 จากที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ในปีงบประมาณ 2563-2565

ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะยังฟื้นตัวต่อเนื่องจนกระทั่งไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในปีงบประมาณ 2569 โดยคาดว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาดแล้ว
ปริมาณการจราจรทางอากาศจะฟื้นตัวที่ระดับ 81% ในปีงบประมาณ 2567 ที่ระดับ 91% ในปีงบประมาณ 2568 และที่ระดับ 98% ในปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทดำเนินการภายใต้หลักการชดเชยต้นทุนที่เกิดขึ้น (Cost-recovery Basis) โดยค่าบริการได้รับการประมาณการและกำหนดให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะสามารถปรับเพิ่มค่าบริการในช่วงกลางปีงบประมาณ 2568 เป็นต้นไปเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่ปรับสูงขึ้น ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เท่ากับ 1.11 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2567 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.27 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2568 และ 1.42 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 ทริสเรทติ้งยังประมาณการด้วยว่าบริษัทจะมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่ 500-1,100 ล้านบาทต่อปีในปีงบประมาณ 2567-2569

  • ภาระหนี้จะทยอยลดลง

ทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทจะทยอยลดลงจากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทที่ฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการการเดินอากาศ โดยคาดว่ากระแสเงินสดของบริษัทจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.0-2.2 พันล้านบาทต่อปีในปีงบประมาณ 2567-2569 จากที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565 และประมาณการว่างบลงทุนของบริษัทจะอยู่ที่จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3.4 พันล้านบาทในช่วงปีงบประมาณ 2567-2569 โดยมีโครงการที่สำคัญคือโครงการเตรียมความพร้อมการให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศที่สนามบินอู่ตะเภา ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าหนี้สิทางการเงินที่ปรับปรุงแล้วของบริษัทจะลดลงจาก 4.4 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2566 เป็น 2.7 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2567 และ 1.2 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 และอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนที่ปรับปรุงแล้วจะลดลงจากระดับ 81% ในปีงบประมาณ 2566 มาอยู่ที่ระดับ 73% ในปีงบประมาณ 2567 และ 54% ในปีงบประมาณ 2569

  • สภาพคล่องที่เพียงพอ

ทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดย ณ เดือนมีนาคม 2567 บริษัทมีเงินสดจำนวน 2.4 พันล้านบาทและมีวงเงินกู้ยืมจากธนาคารที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกจำนวน 2.8 พันล้านบาท และคาดว่าบริษัทจะมีกระแสเงินรับจากการดำเนินงานที่ประมาณ 2 พันล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยแหล่งเงินทุนดังกล่าวถือว่าเพียงพอสำหรับความต้องการใช้เงินทุนของบริษัทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าซึ่งประกอบด้วยภาระหนี้เงินกู้ยืมจำนวน 1.6 พันล้านบาทและค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนอีกจำนวน 560 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...