โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สยอง! ชายจีน ปากเหม็นไม่รู้สาเหตุ สุดท้ายหาหมอถึงกับอึ้ง เข้าไปได้ยังไง?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 07.04 น. • Bright Today

สุดสยอง ชายจีน ปากเหม็นไม่รู้สาเหตุ ทั้งไอ และมีเสมหะผิดปกติ สุดท้ายไปหาหมอก่อนจะรู้ความจริง ว่ามีแมลงสาบตายอยู่ในหลอดลม!

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างอุทาหรณ์ให้กับชาวเน็ตอย่างมาก เมื่อชายชาวจีนคนหนึ่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างคลานอยู่ในจมูกของเขาในคืนหนึ่ง ก่อนที่มันจะไหลลงคอ เขาจึงเริ่มไอ แต่กลับไม่มีสิ่งใดออกมา ชายรายนี้จึงกลับไปนอนต่อ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเจอกับเรื่องราวสุดสยอง

โดยหลังจากที่เรื่องราวผ่านไป 3 วันแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น จู่ ๆ เขาก็รู้ว่าเขามีกลิ่นปากเหม็นเป็นพิเศษเป็นเวลาสามวัน แถมลมหายใจยังมีกลิ่นเหม็น เขาเริ่มไออย่างหนัก และมีเสมหะสีเหลือง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ในที่สุด

เขาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ที่โรงพยาบาลไหหลำ ตอนแรกตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจและการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่โรงพยาบาลตรวจซ้ำอีกครั้งโดยการสแกน CT ทรวงอก ผลคือพบเงาในส่วนฐานด้านหลังของกลีบล่างขวา ซึ่งบ่งชี้ว่ามีวัตถุแปลกปลอมติดอยู่ตรงนั้น แนวทางการรักษาที่แนะนำคือการส่องกล้องลงไปในหลอดลม

แมลงสาบติดคอ

แพทย์กล่าวว่า “ระหว่างทำหัตถการ เราเห็นอะไรบางอย่างที่มีปีกอยู่ในหลอดลมอย่างชัดเจน สิ่งแปลกปลอมถูกห่อหุ้มด้วยเสมหะจำนวนมาก หลังจากดูดเสมหะที่อยู่รอบๆ ออกไปก็เห็นว่ามันคือแมลงสาบ”

หลังจากเอาแมลงออกจากหลอดลมแล้ว บริเวณดังกล่าวก็ได้รับการล้างและทำความสะอาดเสมหะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นกลิ่นเหม็นที่ออกมาจากแมลงจึงหายไปในเวลาไม่นาน ชายวัย 58 ปีรายนี้ฟื้นตัวเต็มที่และออกจากโรงพยาบาลได้ในวันถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...