โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นราธิวาส-2 นายกฯ เยือนชายแดนไทย-มาเลเซียผลักดันการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่นน้ำโก-ลก

77kaoded

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2567 เวลา 08.03 น. • 77 ข่าวเด็ด

นราธิวาส-2 นายกฯ เยือนชายแดนไทย-มาเลเซียผลักดันการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่นน้ำโก-ลกยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้งสองฝั่ง ท่ามกลางการคุมเข้มจัดกำลังทหาร-ตำรวจกว่า 1,000 นาย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ด่านศุลกากรสุไหงโกลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายอันวาร์ อิบราฮิม
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เดินทางมายังประเทศไทยบริเวณด่านพรมแดนสุไหงโกลก จ.นราธิวาส เพื่อร่วมหารือทวิภาคี ซึ่งจัดขึ้นที่ด่านศุลกากรสุไหงโกลก โดยวันนี้ถือเป็นอีกวันที่เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างไทยและมาเลเซีย และเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ร่วมกันในการผลักดันการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และรัฐในภาคเหนือของมาเลเซีย โดยเฉพาะโครงการ ก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่นน้ำโก-ลก

ซึ่งการเดินทางมาของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเพื่อพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเดินทางมาถึงท่าอากาศยานจังหวัดนราธิวาสเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายมาริษ เสงี่ยมพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเดินทางต่อโดยรถยนต์มายังด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก

เมื่อเดินทางมาถึงด่านศุลกากร นายกรัฐมนตรี ได้รอต้อนรับดาโตะ เซอรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและคณะ ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงตทั้งสองได้ทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมนำคณะเข้าร่วมหารือทวิภาคีกลุ่มเล็ก ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก โดยมีผู้เข้าร่วมหารือ ประกอบ ด้วย นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่าย/ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ/หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้และได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก

โดยการหารือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการลงพื้นที่ร่วมกันที่ด่านอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านเมืองบูกิตกายูฮิตัม ของมาเลเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 และเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันให้เกิดความสงบสุข และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และรัฐในภาคเหนือของมาเลเซีย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้งสองฝั่ง และผู้นำทั้งสองจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทาง ที่จะเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะโครงการสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก

สำหรับสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างเมืองรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มเปิดใช้เส้นทางมาประมาณ 50 ปี ปัจจุบันไทยและมาเลเซียมีมติเห็นชอบร่วมกันให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกคู่ขนานกับสะพานเดิมภายใต้กรอบความร่วมมือว่าด้วยยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย หรือ IMT - GT และแผนงานพัฒนาของ ศอ.บต. โดยงบประมาณการก่อสร้างจะแบ่งคนละครึ่ง คาดการณ์ว่าการก่อสร้างจะเริ่มในเดือนเมษายน 2568 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2570

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก สถาปัตยกรรมออกแบบเป็นรูปเรือกอและ สร้างทางด้านขวาของสะพานเดิม เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็น 4 ช่องทางจราจร โดยสะพานตัวเก่าจะใช้เป็นช่องทางขาออกไปมาเลเซีย ส่วนสะพานที่สร้างใหม่จะเป็นช่องทางขาเข้าไทย เสริมด้วยช่องทางของรถจักรยานยนต์ ประกอบกับด่านนี้ประชาชนทั้งไทยและมาเลเซีย จะมีการเดินเท้าข้ามเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่องทางเดินจะมีหลังคาคลุมเชื่อมถึงด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่ง จะเห็นได้ว่าสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก จะเกิดประโยชน์ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ และผู้เดินเท้า มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ และลดปัญหาการรอหน้าด่านฝั่งมาเลเซียได้มากยิ่งขึ้น
และช่วงบ่ายทั้งสองฝ่ายได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ที่ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังรวมกว่า 1,000 นาย รักษาความสงบเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ทั้งจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจ ในพื้นที่ต่างๆ พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างเข้มงวดทั้งทางบกและทางน้ำ โดยมีการวางกำลังทุกเส้นทางและจุดเข้าออกทุกจุดเพื่อความปลอดภัย มีการตรวจความพร้อมด้านสถานที่ การเตรียมงาน การวางกำลัง การคัดกรองบุคคลก่อนเข้างาน ตลอดจนแผนรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...