อ.เจษฎ์ แนะข้อปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บนรถบัส ชี้ต้องมี 3 สิ่งนี้
อ.เจษฎ์ แนะข้อปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บนรถบัส ต้องทำอย่างไรบ้าง ชี้ต้องมี 3 สิ่งนี้ พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้ หากต้องเดินทางไกล
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 จากกรณีเหตุการณ์สุดสลดเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยเหตุเกิดที่ถนนวิภาวดี หน้าเซียร์รังสิตตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
อ่านข่าวเพิ่มเติม :
- ด่วน ไฟไหม้รถบัสนักเรียน หน้าเซียร์รังสิต นักเรียนเสียชีวิต บาดเจ็บนับ10
- เผยเหตุรถบัสทัศนศึกษา ไฟไหม้กลางวิภาวดี สลดนักเรียนมา 44 คน ลงจากรถแค่ 19 คน
- ครูเปิดใจสลด บนรถมาครู-นร. 44 ชีวิต ตอนไฟลุกไหม้ ประตูรถบัสเปิดไม่ได้
- เปิดยอดล่าสุดเหตุ ไฟไหม้รถบัส เสียชีวิตแล้ว 10 ราย เร่งนำคนเจ็บส่งรพ.
ภาพประกอบ จาก Facebook : Jessada Denduangboripant
ล่าสุด นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ถึงประเด็น "มาตรฐานความปลอดภัยของรถบัส และแนวทางการปฏิบัติตน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น"
โดยระบุว่า "จากข่าวสลดวันนี้ น่าจะต้องถอดบทเรียน และคุมกันจริงจังมากขึ้น กับรถบัส รถเมล์ รถขนส่งสาธารณะ ที่ถ้าไม่ได้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วนตามมาตรฐาน หรือเกิดมีปัญหาในการใช้งาน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ (อย่างข่าววันนี้ ที่บอกว่าประตูฉุกเฉินเปิดไม่ได้ - ซึ่งความจริง ต้องเปิดได้ตลอดทั้งจากในรถและนอกรถ) เลยขอเอาบทความของ Patsornchai Tour - ภัสสรชัยทัวร์ นี้ มาสรุปให้ศึกษากันนะครับ"
3 สิ่งสำคัญ ที่รถบัสทุกคันต้องมี
3 สิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ที่รถบัสทุกคันต้องมี และผู้โดยสารทุกคน ควรสังเกตนั่นก็คือ
- ถังดับเพลิง
- ประตูฉุกเฉิน
- ค้อนทุบกระจก
โดยเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยบรรเทาความร้ายแรงของเหตุฉุกเฉินที่กำลังเกิดขึ้น และเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยทำผู้โดยสารออกจากห้องโดยสาร
1.ประตูทางออกฉุกเฉิน
- ผู้โดยสารควรมองหาประตูรถทางออกฉุกเฉิน เพราะจะช่วยให้ออกจากตัวรถบัสได้ในขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ประตูรถทางออกฉุกเฉิน จะต้องมีสัญลักษณ์บ่งบอก หรือมีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งภายในและภายนอกตัวรถ ว่าเป็นตำแหน่งของประตูฉุกเฉิน
- ถ้าเป็นประตูทางออก ที่อยู่ "ด้านท้าย" ของตัวรถ ต้องมีข้อความว่า“ทางออกฉุกเฉิน” เป็นอักษรภาษาไทย ความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร สีแดงสะท้อนแสง ติดอยู่เหนือบริเวณที่เปิดปิดประตู หรือบริเวณขอบประตูด้านบนทางออกฉุกเฉิน ให้สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
- ถ้าไม่อยู่ด้านท้ายของรถ ประตูฉุกเฉินจะต้องมีขนาดทางออกไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ความสูงไม่น้อยกว่า 120 เชนติเมตร อยู่ในตำแหน่ง "ด้านขวากลาง" ของตัวรถ หรืออาจจะค่อนไปทางท้ายรถ ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้
- ประตูฉุกเฉินจะต้องสามารถเปิดได้ โดยไม่ต้องใช้กุญแจหรืออุปกรณ์ใดๆ
- ต้องเปิดได้เต็มทั้งส่วนกว้างและความสูง
- ต้องไม่มีสิ่งติดตั้งถาวรกีดขวางทางออกนี้ เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน
2.ถังดับเพลิง
- รถบัสทุกคันจะต้องมี เพื่อไว้ใช้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน เมื่อมีไฟลุกขึ้นที่บริเวณห้องโดยสาร
- ภายในห้องโดยสารส่วนใหญ่ จะมีการติดตั้งถังดับเพลิงขนาด 2 ปอนด์ ไว้อย่างน้อย 2 ตำแหน่ง คือบริเวณ "เบาะหน้า" ใกล้คนขับ และบริเวณ "ที่นั่งด้านหลัง" หรือ "ตรงกลาง" ของห้องโดยสาร เพื่อให้สามารถหยิบใช้งานได้ง่าย
- เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ดึงสลักล็อกที่บริเวณคันบีบออก จากนั้นให้ปลดสายฉีดออกจากตัวถัง หันปากสายฉีดไปที่ "ฐาน" กองไฟ แล้วกดคันบีบแล้วส่ายสายฉีด เพื่อให้สารที่พ่นออกมาจากถังดับเพลิง พ่นให้ทั่วทั้งกองไฟ
- ไม่ควรฉีดไปที่เปลวไฟ เพราะเป็นการใช้แบบผิดวิธี ทำให้ไฟไม่ดับ
- ควรยืนห่างจากกองไฟประมาณ 6-8 ฟุต เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
3.ค้อนทุบกระจก
- รถบัสทุกคันจะต้องมีค้อนทุบกระจก หรือ อุปกรณ์ที่มีด้ามจับสีแดง มีหัวเหล็กลักษณะกลมๆ ยื่นออกมา
- ส่วนมาก ติดอยู่ใกล้ ๆ กระจกข้างรถ
- มีไว้สำหรับการกรีด หรือทุบกระจก เพื่อเปิดเป็นทางออกฉุกเฉิน สามารถทุบเปิดกระจกได้เร็วกว่าของแข็งอื่น ๆ
- สามารถดึงออกจากแท่นเก็บ จากนั้น จับด้ามให้แน่น แล้วใช้ปลายแหลม "กรีด" ลงที่กระจกให้เป็นรอย แล้วใช้ปลายค้อน ทุบที่แนวกรีด กระจกก็จะแตกละเอียด
ภาพประกอบ จาก Facebook : Jessada Denduangboripant
ข้อแนะนำอื่นสำหรับการเดินทาง
1.เลือกเดินทางกลับบริษัทผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ มีการตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง และเป็นบริษัทที่ไม่มีประวัติ การเกิดอุบัติเหตุหนัก ซึ่งท่านสามารถเช็คได้กับกรมขนส่งทางบก
2.บนรถบัสทุกคันจะจะต้องมีเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติอย่างน้อย 2 จุด ทุกที่นั่ง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในขณะเดินทาง
3.ในขณะเดินทาง ผู้โดยสารควรสังเกตอาการของพนักงานขับรถ ว่ามีอาการมึนเมา หาวบ่อย หรือขับรถเร็วเกินไปหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรโทรแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดตรวจของกรมขนส่ง หรือบริษัทของผู้ให้บริการ
4.หากเป็นระยะทางไกลมากกว่า 400 กิโลเมตร บริษัทผู้ให้บริการจะต้องมีพนักงานขับรถ 2 คน หรือจะต้องมีการหยุดจอดรถพักทุก 4 ชั่วโมง อย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที นอกจากนี้พนักงานขับรถจะต้องขับรถด้วยความสุภาพ และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่อาจเกิดขึ้นได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม :
- นายกฯอิ๊งค์ ร้องไห้ เหตุ ไฟไหม้รถบัส นักเรียนทัศนศึกษา สั่งการ อนุทิน-สุริยะ ลงพื้นที่
- ข้อมูลล่าสุด ไฟไหม้รถบัส ทัศนศึกษา ครู-นักเรียนเสียชีวิตกว่า 20คน
- หนุ่มเล่านาที ไฟไหม้รถบัส ขับตีคู่กันมา เห็นควันพวยพุ่ง ก่อนไฟโหมอย่างแรง ทุกคนพยายามเข้าช่วย
- เปิดภาพ 3 ช.ม. ก่อน รถบัสทัศนศึกษา ไฟไหม้สลด พบไปวัดดังอยุธยา ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม
- ยังติดต่อไม่ได้ ประกาศตามหาหลานชาย ชั้นป.3 ที่นั่งโดยสารมากับรถบัสเพลิงไหม้
- เร่งตามหาคนขับ รถบัสทัศนศึกษา หายตัว ปิดมือถือ หลังไฟไหม้รถวอด
ที่มา : Jessada Denduangboripant
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.เจษฎ์ แนะข้อปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บนรถบัส ชี้ต้องมี 3 สิ่งนี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th