โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถอดบทเรียนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ธุรกิจไหนมาแรงในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ

Wealthy Thai

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2567 เวลา 04.13 น.

ในแต่ละวัฏจักรทางเศรษฐกิจ (economic cycle) มักจะมีกลุ่มหุ้นที่ทำกำไรได้ดีและไม่ดีสับเปลี่ยนกันไป ตามโครงสร้างธุรกิจที่แตกต่างและความคาดหวังของตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาถอดบทเรียนจากสหรัฐฯ ที่ได้มีการรวบรวมและคำนวณผลตอบแทนของหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรมเอาไว้ในแต่ละช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 1960 ถึง 2019
รายงานจากทาง SPDR Americas Research พบว่า ตั้งแต่ปี 1960 ถึงปี 2019 เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recessions) 7 ครั้ง มีภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว (recoveries) 7 ครั้ง มีภาวะเศรษฐกิจขยายตัว (expansions) 12 ครั้ง และมีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (slowdowns) 11 ครั้ง ซึ่งในแต่ละช่วงก็จะสังเกตเห็นธุรกิจบางประเภทที่ไปได้ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ
โดย SPDR Americas Research ได้คำนวณผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของหุ้นแต่ละกลุ่มใน S&P500 ในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ และพบว่าในช่วง recession ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 ไตรมาส โดยกลุ่มหุ้นที่ไปได้ดีที่สุด คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (+1%) ซึ่งมาจากการที่ผู้คนยังจำเป็นต้องใช้สินค้าเหล่านี้เหมือนเดิม แม้รายได้จะลดลง
ส่วนธุรกิจที่โดนกระทบน้อยรองลงมา คือ สาธารณูปโภค (-2%) และการแพทย์ (-3%) เพราะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างจำเป็นในการใช้ชีวิต ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม ขณะที่ธุรกิจที่โดนกระทบหนักที่สุดก็คือ อสังหาริมทรัพย์ (-22%) เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผู้คนจะไม่เลือกซื้อในช่วงที่รายได้ต่ำและความมีไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสูง
ในทางกลับกัน ช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดกลับเป็นอสังหาฯ (+39%) เนื่องจากนโยบายการเงินที่คลายตัวและระดับดอกเบี้ยที่ลดลงในช่วงนี้จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม ช่วยหนุนให้ความต้องการกู้ซื้ออสังหาฯ ของผู้คนเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาหุ้นในกลุ่มอื่นๆ มักจะปรับขึ้นเร็วในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน จากความมั่นใจภาคเอกชนที่ดีขึ้น
ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักและการจ้างงานเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักจะสูงที่สุด (21%) เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้จะลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และคนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจ รวมถึงมีกำลังซื้อสินค้าเหล่านี้กันในช่วงนี้ด้วย ส่วนธุรกิจที่ดีรองลงมาคือ การเงิน (+19%) และอสังหาฯ (+18%)
ท้ายที่สุด ในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมักจะมาหลังจากผ่านจุดที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงที่สุดไปแล้ว ธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือ การแพทย์ (+15%) เนื่องจากยังคงเป็นธุรกิจที่จำเป็นต่อชีวิต และน่าจะยังเป็นที่ต้องการแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอีก
บทเรียนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหล่านี้ ช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ได้คร่าวๆ ว่าธุรกิจไหนจะดำเนินไปได้ดีในช่วงไหนบ้าง และแม้แต่ละประเทศจะมีบริบทที่แตกต่างกัน ความรู้นี้ก็น่าจะยังเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในทุกประเทศไม่มากก็น้อย เพราะมุมมองของตลาดและแรงขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละช่วงของเศรษฐกิจอาจมีจุดที่คล้ายกันอยู่
เช่นในตอนนี้ที่เศรษฐกิจโลกได้อยู่ในช่วงชะลอตัว และกำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงของดอกเบี้ย อาจเป็นช่วงที่ดีสำหรับหุ้น value play และหุ้นกลุ่มอสังหาฯ หรือการแพทย์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรละเลยการศึกษาบริบทของตลาดการเงินในประเทศหรือบริษัทที่ลงทุนให้ดีด้วย เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับแนวทางการลงทุนของตนเอง เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...