จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์
จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์
การแข่งขันกอล์ฟหญิง แอลพีจีเอทัวร์ สุดสัปดาห์นี้ เป็นรายการ โตโต้ เจแปน คลาสสิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของเอเชี่ยนสะวิงปลายปี ก่อนกลับไปแข่งที่สหรัฐอเมริกาเพื่อดวล 3 รายการสุดท้ายของฤดูกาล
นับเป็นช่วงสำคัญเพื่อตัดสินรางวัลใหญ่ประจำปีหลายๆ รางวัลของทัวร์ บรรดานักกอล์ฟมือท็อปของโลกซึ่งมีลุ้นรางวัลหลายคนจึงทยอยเดินทางกลับสหรัฐเพื่อเตรียมความพร้อมกันแล้ว
ในจำนวนนี้คือ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล หรือ จีโน่ โปรสาวมือ 1 ของไทย ที่สัปดาห์นี้กลับสู่อันดับท็อปเท็นเป็นมืออันดับ 7 ของโลกหลังจากผลงานดีต่อเนื่อง
โปรจีนมีสถิตินำรางวัลใหญ่ประจำปีของทัวร์ถึง 2 รางวัลในขณะนี้ รางวัลแรกคือ เอออน ริสก์ รีวอร์ด ชาลเลนจ์ (Aon Risk Reward Challenge) หรือรางวัลเล่นหลุมยาก มอบให้นักกอล์ฟที่ทำผลงานดีที่สุดในการเล่นหลุมยากแต่ละสนามที่กำหนดไว้ทัวร์นาเมนต์ละ 2 หลุม ชิงเงินรางวัลมหาศาลถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท)
โปรสาวชาวไทยลงแข่งขัน 15 รายการในปีนี้ ผ่านการเล่นหลุมยาก 30 หลุม ใน 30 หลุมนี้ทำสกอร์รวม 27 อันเดอร์พาร์ คิดเป็นสถิติเฉลี่ย -0.900 ดีที่สุดของทัวร์ ตามด้วย รยู แฮรัน โปรสาวดาวรุ่งชาวเกาหลีใต้ซึ่งทำสถิติเฉลี่ย -0.825 จากการเล่น 20 รายการ รวม 40 หลุม
ส่วนอันดับ 3-5 ได้แก่ หยิน รั่วหนิง โปรสาวชาวจีน เพื่อนซี้ของโปรจีน กับสถิติ -0.813, เนลลี่ คอร์ด้า โปรมือ 1 โลกชาวอเมริกันที่ไม่ได้เดินทางมาแข่งเอเชี่ยนสะวิง สถิติ -0.808 และ ลิเลีย วู มือ 2 ของโลกจากสหรัฐ สถิติ -0.800
จากอันดับท็อป 5 ดังกล่าว มีเพียงรยู แฮรัน ที่ลงแข่งขันที่ญี่ปุ่นสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่การเก็บสถิติเอออน ริสก์ รีวอร์ด ชาลเลนจ์ ฤดูกาลนี้จะเก็บสถิติอีก 3 รายการ คือ โตโต้ เจแปน คลาสสิก, ล็อตเต้ แชมเปี้ยนชิพ ที่ฮาวาย ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน และ ดิ อันนิก้า ที่รัฐฟลอริดา ระหว่างวันที่ 14-17 พฤศจิกายน
จาก 3 รายการที่เหลือ โปรจีนมีชื่อเข้าร่วมแข่งขันเพียงรายการเดียวคือ ดิ อันนิก้า ที่ฟลอริดา ซึ่งเป็นรายการอุ่นเครื่องรายการสุดท้ายก่อนศึกใหญ่ส่งท้ายปี ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งแข่งขันที่ฟลอริดาเช่นกัน
การวัดผลงานจากสถิติเฉลี่ยนั้น การลงแข่งขันทุกรายการก็ใช่จะเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อเป็นหลุมยากก็เหมือนดาบสองคม ถ้าผลงานดีก็ดีไป แต่ถ้าผลงานแย่จะยิ่งฉุดค่าเฉลี่ยให้ตกลง
กรณีของโปรจีน ถ้าเล่น 2 หลุมยากในรายการสุดท้าย (ดิ อันนิก้า) ได้ดี ทำสกอร์ต่ำกว่าพาร์ จะยิ่งทำให้สถิติหนีคู่แข่งเพื่อการันตี และบีบให้กลุ่มตามต้องท็อปฟอร์มจริงๆ เท่านั้นถึงจะไล่ทัน
อีกหนึ่งรางวัลสำคัญที่โปรจีนมีลุ้นในฤดูกาลนี้ คือ แวร์โทรฟี่ หรือรางวัลนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดของปี
ปีที่แล้วโปรจีนก็คว้ารางวัลนี้ไปครองพร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกของทัวร์ที่คว้ารางวัลแวร์โทรฟี่แม้ว่าจะไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว ซึ่งในทางหนึ่งเป็นการตอกย้ำมาตรฐานการเล่นที่ดีสม่ำเสมอของเจ้าตัว
โปรจีนนำสถิติสกอร์เฉลี่ยของทัวร์ในขณะนี้ที่ 69.54 จากการลงแข่งขัน 15 รายการ รวม 54 รอบ ตามด้วยเนลลี่ คอร์ด้า สกอร์เฉลี่ย 69.92 จากการลงเล่น 14 รายการ รวม 49 รอบ และอันดับ 3-4 เป็น อายากะ ฟุรุเอะ จากญี่ปุ่น สกอร์เฉลี่ย 70.09 จากการลงเล่น 20 รายการ รวม 78 รอบ กับรยู แฮรัน เฉลี่ย 70.14 จาก 22 รายการ รวม 80 รอบ (ยังไม่นับศึกโตโต้ เจแปน คลาสสิก)
ปีนี้ โปรจีนคว้าแชมป์ไปแล้ว 1 รายการ จากการแข่งขันกอล์ฟประเภททีม 2 คน ดาว แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์คู่กับหยิน รั่วหนิง เพื่อนสนิทชาวจีน เมื่อปลายเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิค เนื่องจากเป็นการแข่งขันประเภททีมจึงไม่ได้นำสกอร์มาคิดรวมในการเก็บสถิติแวร์โทรฟี่ด้วย
จากรายการที่เหลืออยู่ในขณะนี้ ขอเพียงโปรจีนผ่านการตัดตัวในศึกดิ อันนิก้า และลงเล่นครบทั้ง 4 รอบในซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ (ซึ่งไม่มีการตัดตัว) ก็จะการันตีคว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ไปครองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันทันที เนื่องจากต้องทำจำนวนรอบที่ลงแข่งขันให้ถึงเกณฑ์ที่ทางแอลพีจีเอทัวร์กำหนดไว้
อุปสรรคหนึ่งที่ทำให้การลุ้นรางวัลช่วงปลายปีของโปรจีนยากลำบากเนื่องด้วยช่วงต้นปี โปรสาวชาวไทยมีปัญหาบาดเจ็บที่มือ ต้องพักนานหลายเดือน กว่าจะกลับมาแข่งขันก็กลางเดือนเมษายนแล้ว
ด้วยเหตุผลเดียวกัน เนลลี่ คอร์ด้า โปรมือ 1 โลกมีปัญหาบาดเจ็บ และไม่ได้ลงแข่งในเอเชี่ยนสะวิงทั้งช่วงต้นปีและปลายปี ทำให้จำนวนรอบแข่งขันไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่แอลพีจีเอกำหนดไว้ ต่อให้สถิติเฉลี่ยแซงโปรจีนได้ ก็จะไม่สามารถคว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ได้อยู่ดี
ขณะที่ฟุรุเอะกับรยู แฮรัน นั้น สถิติบีบว่าต้องทำสกอร์เฉลี่ยต่อรอบที่ 65.944 และ 65.534 กับรายการที่เหลือตามลำดับ ในทางทฤษฎีอาจจะยังมีหวัง แต่ในทางปฏิบัติถือว่าเป็นไปได้ยาก
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะถ้าผ่านการตัดตัวในรายการดิ อันนิก้า โปรจีนก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นนักกอล์ฟคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลแวร์โทรฟี่ได้ 2 ปีติดต่อกัน แถมยังมีเกร็ดชวนอมยิ้มว่า ชื่อที่จะปรากฏในทำเนียบรางวัลนั้น จะเป็นชื่อที่แตกต่างกันแม้จะเป็นคนเดิม เนื่องด้วยปีนี้โปรจีนเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในทัวร์ จาก “อาฒยา” เป็น “จีโน่” หรือใช้ชื่อเล่นของตัวเองแทนนั่นเอง
นอกจาก 2 รางวัลใหญ่ดังกล่าวแล้ว โปรจีนยังมีลุ้นผลงานและรางวัลอื่นๆ แบบอ้อมๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งสถิติจบท็อปเท็นมากที่สุดของทัวร์ ซึ่งขณะนี้โปรจีนมีสถิติเป็นอันดับ 2 ที่ 11 รายการ ตามหลังรยู แฮรัน 1 รายการ โดย 2 ปีที่ผ่านมา โปรจีนเป็นเจ้าของสถิตินี้ 2 ปีติด แต่ปีนี้อาจจะเป็นรองรยู แฮรัน ที่มีโปแกรมแข่งขันที่เหลือมากกว่า
นอกจากนี้ถ้าโปรจีนทำผลงานได้ดีใน 2 รายการที่เหลือ ก็มีลุ้นเป็นนักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของทัวร์ จากที่ปัจจุบันติดอันดับ 7 ด้วยเงินรางวัลสะสม 2,059,309 ดอลลาร์สหรัฐ (67.96 ล้านบาท) เป็น 1 ในนักกอล์ฟ 8 คนที่ทำเงินรางวัลเกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้
เรียกว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการแข่งขันแอลพีจีเอทัวร์ที่โปรจีนมีลุ้นผลงานและเกียรติประวัติอีกมากมาย
น่าลุ้นน่าติดตามเอาใจช่วยสาวไทยในช่วง 1 เดือนนับจากนี้!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตาโปรจีนลุ้นหลายรางวัลใหญ่ โค้งสุดท้ายแอลพีจีเอทัวร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th