โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไอเรื้อรัง มีเสมหะตลอดเวลา ระวัง! โรคหลอดลมโป่งพอง • สาเหตุ • อาการ • วิธีรักษา

GedGoodLife

เผยแพร่ 11 ก.ย 2565 เวลา 11.51 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

หากคุณมีอาการไอเรื้อรัง เสมหะเยอะ เช่น ไอทีมีเสมหะออกมาประมาณครึ่งช้อนได้ อาจสงสัยได้ว่าคุณกำลังป่วยเป็น "โรคหลอดลมโป่งพอง" ซึ่งเป็นโรคที่ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อควบคุมอาการของโรคให้ทันกาลก่อนจะลุกลาม วันนี้ Ged Good Life จะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น พร้อมสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

โรคหลอดลมโป่งพอง คืออะไร?

หลอดลมโป่งพอง (Bronchiectasis) เป็นภาวะที่หลอดลมโป่ง และพองใหญ่ขึ้น ๆ เป็นกระเปาะ (ขยายตัวขึ้นอย่างผิดปกติ) ทำให้ปัญหาที่ตามมาคือ เสมหะเกิดการคั่งอยู่ในหลอดลม หลอดลมไม่สามารถหดบีบกำจัดออกมาได้ และจะทำให้มีเชื้อโรคสะสมในบริเวณนี้ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียทำให้ไอ มีเสมหะ เสมหะเปลี่ยนสี ถ้าเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจทำให้ไอเป็นเลือดได้

โรคหลอดลมโป่งพอง หากเป็นแล้วหลอดลมจะเสียหายอย่างถาวร ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จึงต้องระวังไม่ให้เป็นมากขึ้น ด้วยการรู้จักดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ตามคำแนะนำของแพทย์ ในปัจจุบัน การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT scan) เป็นการวินิจฉัยโรคหลอดลมโป่งพอง ที่ได้รับความนิยมที่สุด และชัดเจนที่สุด

ข้อควรรู้ : หลายคนเข้าใจว่า "โรคหลอดลมโป่งพอง" กับ "ถุงลมโป่งพอง" เป็นโรคเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว เป็นคนละโรคกัน อ่านเรื่องถุงลมโป่งพองเพิ่มเติมได้ที่นี่ -> ถุงลมโป่งพอง โรคร้ายของสิงห์นักสูบ

สาเหตุของโรคหลอดลมโป่งพอง

สาเหตุที่ทำให้หลอดลมเกิดความเสียหายมีหลายประการ แต่ที่พบได้บ่อยคือ โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis: CF) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายมีการสร้างสารคัดหลั่งผิดปกติ หากไม่นับรายที่เกิดจาก "โรคซิสติก ไฟโบรซิส" แล้ว ผู้ป่วยหลอดลมโป่งพองร้อยละ 10-50 เกิดขึ้นโดยที่ไม่พบสาเหตุ

นอกจากนี้ โรคหลอดลมโป่งพอง อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น

  • ปอดอักเสบ
  • การติดเชื้อที่ปอด เช่น โรคไอกรน วัณโรค ภาวะปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง เป็นต้น
  • ภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • โรคทางกรรมพันธุ์
  • มะเร็งอุดตัน หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตัน
  • หลอดลมตีบ

ความแตกต่างระหว่าง "โรคหลอดลมโป่งพอง" และ "โรคหลอดลมอักเสบ" คืออะไร?

โรคหลอดลมโป่งพอง (Bronchiectasis) และ หลอดลมอักเสบ (Bronchitis) นอกจากมีชื่อภาษาอังกฤษคล้ายกันแล้ว ยังมีอาการคล้ายคลึงกันอีกด้วย ทั้งมีเสมหะในปอด และไอเหมือนกัน แต่โรคหลอดลมโป่งพองทำให้ทางเดินหายใจของคุณกว้างขึ้นอย่างถาวร ส่วน โรคหลอดลมอักเสบเป็นการติดเชื้อชั่วคราว ที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวร

อาการของโรคหลอดลมโป่งพอง

อาการที่พบได้บ่อย

  • อาการไอเรื้อรัง
  • มีเสมหะจำนวนมาก โดยเสมหะนั้นอาจมีสีใส สีเหลืองอ่อน หรือสีเขียว (บางรายอาจไม่มีอาการไอ หรือมีเสมหะเพียงเล็กน้อย)

ส่วนอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ มีดังนี้

  • หายใจถี่ หายใจมีเสียงหวีด
  • เจ็บหน้าอก โดยอาจรู้สึกเจ็บแปลบอย่างเฉียบพลันขณะหายใจ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดตามข้อ
  • น้ำหนักลด
  • มีอาการนิ้วปุ้ม ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณเล็บหนาตัวขึ้นเนื่องจากได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ทำให้ปลายนิ้วมีลักษณะกลมและโป่งขึ้นผิดปกติ
  • เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจบ่อยขึ้น

ผู้ป่วยโรคนี้อาจมีการติดเชื้อที่ปอดร่วมด้วย ส่งผลให้มีอาการรุนแรงขึ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน อาการที่สังเกตได้ มีดังนี้

  • ไอ และมีเสมหะจำนวนมาก
  • เสมหะมีสีเขียวกว่าปกติ หรือมีกลิ่นเหม็น
  • ไอเป็นเลือด
  • หายใจถี่อย่างรุนแรง
  • รู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกไม่สบาย
  • มีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก ซึ่งจะรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อหายใจ

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัย และรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

การรักษาโรคหลอดลมโป่งพอง

ความเสียหายที่เกิดกับปอดจากโรคหลอดลมโป่งพองจะคงอยู่ถาวร แต่การรักษาสามารถช่วยบรรเทาอาการ และหยุดความเสียหายที่แย่ลงได้ (ควบคุมอาการไม่ให้กำเริบ) การรักษาหลัก ๆ ได้แก่

  • การออกกำลังกาย และการใช้อุปกรณ์พิเศษที่จะช่วยล้างเมือกออกจากปอด (ควรได้รับคำแนะนำโดยนักกายภาพบำบัด)
  • ยาที่ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศภายในปอด เช่น ยาขยายหลอดลมชนิดพ่น ทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น
  • ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการติดเชื้อในปอดที่เกิดขึ้น
  • เลิกสูบบุหรี่

การรักษาด้วยกายภาพบำบัด ได้แก่

  • สอนไอเพื่อเป็นการขับเสมหะ
  • เคาะปอด หรือการสั่นปอดในรายที่มีเสมหะมาก และไม่สามารถไอออกเองได้
  • สอนหายใจ โดยการหายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก โดยอัตราการกายใจเข้า : ออก เป็น 1: 4

การป้องกันโรคหลอดลมโป่งพอง

  • ไม่สูบบุหรี่ และหากเป็นผู้ที่สูบบุหรี่อยู่ ควรลด ละ เลิก เพราะบุหรี่มีผลเสียโดยตรงต่อปอด และหลอดลม
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี และ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ปอด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเป็นประจำทุกวัน
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไข้หวัด หรือโรคไข้หวัดใหญ่
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง และสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ หากต้องไปยังสถานที่เหล่านี้

อ้างอิง : 1. นพ.วินัย โบเวจา 2. pobpad 3. clevelandclinic 4. firstphysioclinic

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้ ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ยาละลายเสมหะ เพื่อบรรเทาอาการไอ

ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : gedgoodlife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter : @gedgoodlife
Line : @gedgoodlife
Youtube : gedgoodlife ชีวิตดีดี
TikTok : @gedgoodlife

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...