โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองน้ำมัน รีเทิร์นสูง แห่ขายทำกำไร-เงินไหลออก 2 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ย 2565 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2565 เวลา 04.53 น.

กองทุนรวมน้ำมัน (Commodities Energy) เป็นกองทุนที่มีความเคลื่อนไหวอย่างมากในปีนี้ จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หนุนผลตอบแทนกองทุนให้พุ่งขึ้นตาม ส่งผลให้นักลงทุนทยอยขายหน่วยลงทุน เพื่อทำกำไร

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่าการเคลื่อนตัวของราคาน้ำมัน ขึ้นกับปัจจัยด้านอุปสงค์-อุปทานน้ำมันที่เป็นผลจากอัตราการผลิตน้ำมันของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่

และความต้องการน้ำมันตามสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละช่วง อย่างช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันปัจจัยจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็สะท้อนไปที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมน้ำมัน พบว่า ปีนี้กองทุนประเภทนี้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท ลดลง 34.4% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลจากเงินไหลออกสุทธิในรอบ 8 เดือน รวม 2,200 ล้านบาท โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) 25.2% (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ก.ย. 2565) สูงสุดนำโดยกองทุน I-OIL

จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี มีผลตอบแทน YTD อยู่ที่ 29.46% ตามด้วยกองทุน TMBOIL จาก บลจ.ทหารไทย 29.46% ตามด้วยกองทุน KT-OIL จาก บลจ.กรุงไทย 27.84% และกองทุน TOIL6 จาก บลจ.ทิสโก้ 26.08% (ดูตาราง)

“กองทุนรวมน้ำมันเป็นการลงทุนความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะความเสี่ยงความผันผวน เพื่อที่จะได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง” นางสาวชญานีกล่าว

ขณะที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า การที่เงินไหลออกจากกองทุนสะท้อนว่าอาจมีนักลงทุนขายกองทุนนั้นออก เป็นไปได้ว่านักลงทุนอาจขายทำกำไร (take profit) เมื่อสินทรัพย์ราคาถึงกำไรที่ตั้งเอาไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาในระดับสูง จากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน

แต่ในระยะยาวภาพของเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อสูง รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากพอ เพราะฉะนั้นราคาน้ำมันจึงเริ่มปรับตัวลง แต่จะปรับลงไปมากน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือกลุ่มโอเปกด้วยว่าจะทำอย่างไร กับสถานการณ์ราคาน้ำมันในระยะถัดไป

ตาราง น้ำมันสะสม

“อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมน้ำมันมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งผู้จัดการกองทุนเอง ก็ไม่แนะนำให้เข้าไปลงทุน จากความเสี่ยงและความผันผวนที่เกิดจากราคาพลังงานที่ผันผวนรุนแรง และเนื่องจากเป็นสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า (oil futures) ผลตอบแทนที่ได้ จึงไม่อาจเป็นไปตามราคาน้ำมันในขณะนั้น” นายสาห์รัชกล่าว

ด้าน “เอกรินทร์ วงษ์ศิริ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลง ซึ่งมาจากความกังวลในเรื่องของความต้องการใช้น้ำมันที่คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพของเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดูชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงแต่ทางซาอุดีอาระเบียเอง ก็พยายามที่จะควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้ลดลงต่ำจนเกินไป ดังนั้นในระยะข้างหน้าก็คาดว่าหากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวต่ำมากเกินไป ก็เป็นไปได้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน อาจจะพักกำลังการผลิต และอาจส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปรับลงได้ไม่ลึกมาก

“คาดว่าราคาน้ำมันจะแกว่งตัวไซด์เวย์อยู่แถวบริเวณ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ก็อาจจะมีปัจจัยกดดันเข้ามากระทบเป็นบางช่วง และเชื่อว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 80 เหรียญต่อบาร์เรล แม้ว่าราคาน้ำมัน อาจจะผ่านจุดพีกไปแล้ว แต่การปรับตัวลดลงก็ยังมีกรอบจำกัดอยู่” นายเอกรินทร์กล่าว

แม้ว่าผลตอบแทนจะสูง แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง ดังนั้น ผู้ที่จะลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ ต้องมีความรู้ความเข้าใจและสามารถรับความเสี่ยงที่สูงได้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...