โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ม.มหิดล คิดค้นเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์จากวัสดุเหลือทิ้ง สู้วิกฤต COVID-19 ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 20 ต.ค. 2565 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

อาจารย์ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (Center and Technology Development for Environmental Innovation – REi) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ค้นพบทางออกสำหรับปัญหาการกำจัดขยะอินทรีย์ของครัวเรือน โดยได้ประดิษฐ์ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” ได้กล่าวถึงธรรมชาติของการย่อยสลายขยะอินทรีย์ มีความแตกต่างกันตามลักษณะของขยะแต่ละประเภท ซึ่งปัญหาขยะ ณ บางจุดทิ้งส่งกลิ่นเนื่องจากเกิดการตกค้าง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้เรื่องการจัดการกับขยะอย่างเหมาะสม

ทางเลือกสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จากการรู้วิธีการจัดการกับขยะอินทรีย์คือ “การตัดตอน” ปัญหาการตกค้างของขยะของอินทรีย์ ด้วยเครื่องกำจัดขยะภายในครัวเรือน จาก “วัสดุเหลือทิ้ง” ที่นอกจากจะเป็นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังสามารถช่วยในการย่อยสลายภายในระยะเวลาก่อนที่ขยะจะแปรสภาพส่งกลิ่น

จุดเริ่มต้นของการทำ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” นั้น เริ่มขึ้นจากเรื่องการเรียนการสอนในวิชาเรียน จึงเกิดแนวคิดว่าการจัดการมลพิษเหล่านี้ รวมถึงหลังจากที่นักศึกษาได้เรียนรู้แล้ว อาจจะไม่ได้นำเรื่องที่เรียนมานั้นไปใช้ในชีวิตจริง เพราะเนื้อหาที่เรียนนั้น มักจะเน้นไปทางทฤษฎีเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เน้นการลงมือทำ และไม่ได้สร้างประโยชน์ที่เหมาะสมแก่ประชาชนและชุมชนนั่นเอง ก่อนจะเล็งเห็นช่องทางและโอกาสในการทำเครื่องมือและอุปกรณ์มาช่วยในเรื่องการจัดการขยะอินทรีย์โดยตรง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาทฤษฎีในเรื่องต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการจดสิทธิบัตรให้กับนวัตกรรมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

“สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องการเรียนการสอนส่วนหนึ่ง จึงทำให้เกิดความคิดว่าจะจัดการกับมลพิษเหล่านี้อย่างไร อีกทั้งเมื่อนักศึกษาเรียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แล้ว มักจะไม่ได้นำไปใช้งานได้ในชีวิตจริง หรืออาจจะไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์โดยตรง เพราะว่าเราเรียนแต่ด้านเนื้อหาและทฤษฎี ไม่ได้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ชาวบ้านหรือชุมชนจัดการขยะได้โดยตรงเลย มันไม่เห็นภาพนะครับ”

“วัสดุเหลือทิ้ง” ที่อาจารย์ ดร.นรินทร์เลือกนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือน ได้แก่ ถังแก๊สรถยนต์ และถังหุงต้ม ที่สามารถหาได้ทั่วไปตามครัวเรือนและร้านขายของเก่า โดยได้นำมาติดอุปกรณ์ที่จะสามารถเติมออกซิเจนให้กับขยะ เพื่อลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากการย่อยสลายของเชื้อจุลินทรีย์ในขยะ รวมทั้งได้ติดตั้งเครื่องตั้งเวลา (Timer) เพื่อให้กระบวนการย่อยสลายเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องตามเวลาที่กำหนด

ในด้านกลไกการทำงานของนวัตกรรมนั้น จะมีการคิดค้นและทำให้ระบบการทำงานง่ายที่สุด เพราะต้องคำนึงในเรื่องของการใช้งานเป็นหลัก จะมีกระบวนการทำงานที่คล้ายกับการทำปุ๋ยหมัก โดยทำให้เป็นรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยการใช้มอเตอร์ เติมอากาศโดยใช้ปั๊มลม ก็จะทำการผสมและเติมอากาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน โดยใช้หลักการที่ว่าทำให้ตัวขยะมีการผสมกับอากาศกับจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานของระบบอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

“อย่างปุ๋ยหมักก็จะมีการกลั่นกรองอยู่ตลอดเวลานะครับ เพื่อให้ออกซิเจนสามารถเข้าไปในตัวกรองได้ แล้วก็ระบายความร้อนที่เกิดการกระบวนการย่อยสลายของสารอินทรีย์ เราจึงเลียนแบบกระบวนการแบบนี้ เพียงแต่ทำให้ต่อเนื่องนะครับ ทำให้เป็นรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยการใช้มอเตอร์ เติมอากาศโดยใช้ปั๊มลม มันก็จะทำการผสมและเติมอากาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน หลักการของเราคือ เราทำให้ตัวขยะมีการผสมกับอากาศและจุลินทรีย์ โดยจุลินทรีย์จะมาจากอากาศทั่วไป ต่อมาในเรื่องการย่อยสลายนั้น ต้องการออกซิเจน ซึ่งจะมีการเติมเข้าไปบริเวณตัวแกน เมื่อปลายมีการผสมขยะ ก็จะปล่อยออกซิเจนออกมาด้วย เพราะฉะนั้นจะทำให้ตัวต้นกรองนั้นเกิดออกซิเจน จึงทำให้เกิดการทำงานได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็วครับ”

ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ วัสดุที่จะช่วยดูดซับความชื้นจากขยะ เพื่อให้กระบวนการย่อยสลายตามที่ผู้ประดิษฐ์ได้ออกแบบไว้เป็นไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะสามารถใช้ “ขี้เลื่อย” ที่ผ่านการทดลองแล้วพบว่าได้ผลดีที่สุดแล้ว ยังสามารถใช้ “ก้อนเชื้อเห็ด” ที่หมดอายุแล้ว หรือจะใช้ “ขุยมะพร้าว” ผสมกับ “ทางมะพร้าวสับ” ตลอดจนใบไม้แห้งบดละเอียด ในอัตราส่วนขยะ 1 ส่วนต่อวัสดุดูดซับ 1 ส่วน ก็ย่อมสามารถนำมาใช้ได้

อาจารย์ ดร.นรินทร์ ได้อธิบายว่า ผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้เป็นเครื่องช่วยในการย่อยสลายขยะ ไม่ใช่เครื่องทำปุ๋ย สามารถใช้ได้กับขยะอินทรีย์ในลักษณะที่เป็นกาก ทั้งดิบและสุก ไม่ว่าจะเป็นเศษผัก หรือผลไม้ หรือก้างปลา ซึ่งหากมาในลักษณะที่เป็นน้ำ ควรมีการกรองเอาน้ำออกก่อน หรือถ้าเป็นขยะอินทรีย์ชิ้นใหญ่ เช่น กระดูกสัตว์อื่นๆ ก็สามารถใช้ได้ หากสามารถทำให้เป็นชิ้นเล็กก่อน ซึ่งกระบวนการย่อยสลายอยู่ที่ภายใน 48 ชั่วโมง โดยผู้ใช้งานสามารถเติมขยะลงในเครื่องได้ โดยขี้เลื่อยหรือวัสดุดูดซับความชื้น สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนถ่ายภายในถัง จากการเสื่อมสลายของวัสดุ

เมื่อสอบถามถึงผลตอบรับของ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” นั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ มีประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่สนใจและสั่งทำเข้ามาจำนวนมาก เพราะเนื่องจากเมื่อผู้ใช้งานสั่งซื้อและใช้งานจริงแล้ว สามารถใช้งานได้ในระยะยาว อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ภายในตัวเครื่อง เมื่อเกิดการพัง ชำรุด เสียหาย สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ไม่ยุ่งยากและทำได้ไม่ยาก

ในด้านของราคานั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ราคา จะเริ่มต้นที่ราคา 2,000-15,000 บาท ราคาจะแตกต่างกันที่ขนาดและมอเตอร์สำหรับการใช้งาน ดังนี้

  • ไซซ์คอนโดฯ ขยะไม่เกิน 1 กิโลกรัมต่อวัน
  • ไซซ์ครอบครัว ขยะไม่เกิน 2 กิโลกรัมต่อวัน
  • 3. ไซซ์ครอบครัวใหญ่ ชุมชนเล็กๆ หรือวัด

ในอนาคตและก้าวต่อไป ทีมวิจัยเตรียมขยายผลเพื่อใช้จัดการกับอาหารภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเหลวสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่มักพบอุปสรรคในการนำไปกำจัด โดยอาจนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการจัดการกับอาหารเหลวสำหรับผู้ป่วยติดเตียงตามครัวเรือนได้ต่อไปอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” ได้ที่ อาจารย์ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (Center and Technology Development for Environmental Innovation – REi) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...