โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เช็กเลย! มนุษย์เงินเดือน ขอคืนภาษีได้เท่าไหร่?

Wealth Me Up

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line| Youtube | Instagram

เงินเดือนที่ได้ ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่?

พนักงานเอกชนที่รายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 26,000 บาทขึ้นไป จะอยู่ในเกณฑ์ต้องเริ่มเสียภาษี และยิ่งรายได้สูงขึ้น ภาษีที่ต้องเสียก็ยิ่งสูงตาม

โดยภาษีที่ HR หักจากรายได้แต่ละเดือน มักคำนวณจากเงินที่พนักงานได้รับจากบริษัท ค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย ค่าลดหย่อนส่วนตัว และค่าลดหย่อนประกันสังคม ซึ่งหากพนักงานไม่มีเงินโบนัสและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ภาษีที่ถูก HR หักไว้แต่ละเดือน จะเป็นไปตามข้อมูลข้างต้น ส่วนผู้ที่ทำอาชีพอื่นหรือมีรายได้รูปแบบอื่น ภาษีที่คำนวณได้จะต่างออกไป

ตัวช่วยขอคืนภาษี มีอะไรบ้าง

คนทั่วไปอาจมีค่าลดหย่อนที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ แต่สามารถใช้ลดหย่อนเพื่อขอคืนภาษีบางส่วนที่ถูกหักไปได้ เช่น

  • ดอกเบี้ยบ้าน ตามที่จ่ายจริงทั้งปี (ไม่ใช่ยอดผ่อนรวม) ใช้สิทธิได้สูงสุด 100,000 บาท

  • บุตร โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • อายุไม่เกิน 20 ปี/ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

    • อายุ 20-25 ปี เรียนอยู่ระดับอนุปริญญา หรือปริญญาตรีขึ้นไป
    • อายุเท่าไหร่ก็ได้ แต่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้หรือเสมือนไร้ความความสามารถ
    • โดยบุตรที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ลดหย่อนได้ 30,000 บาท ต่อบุตร 1 คน
  • บิดา และ/หรือ มารดา ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ลดหย่อนได้ 30,000 บาท ต่อบิดาหรือมารดา 1 คน ในกรณีมีพี่น้องไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำซ้อนได้

เช่น ผู้ที่มีบิดา มารดา และบุตร 1 คน ที่อยู่ในเกณฑ์ใช้สิทธิได้ (รวมค่าลดหย่อน 90,000 บาท) คนเงินเดือน 40,000 บาท ขอคืนภาษีได้ 5,185 บาท ส่วนคนเงินเดือน 60,000 บาท ขอคืนภาษีได้ 11,685 บาท เป็นต้น

ทางเลือกเก็บออม แถมมีภาษีคืน

กองทุน SSF/RMF ประกันชีวิต ประกันบำนาญ และ ThaiESG กองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเงินออมทางเลือกที่สามารถใช้ขอคืนภาษีได้ โดยแต่ละทางเลือกมีเงื่อนไขที่ต้องรู้ และเหมาะกับคนที่ต่างกัน ได้แก่

กองทุน SSF

  • ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินพึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี สูงสุดปีละ 200,000 บาท
  • ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุนแต่ละครั้ง และไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องก็ได้
  • หน่วยลงทุนที่ลงทุนแต่ละครั้ง ต้องถืออย่างน้อย 10 ปีเต็ม (วันชนวัน)
  • อาจมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ขึ้นกับแต่ละกองทุน
  • เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงจากลงทุนได้บ้าง อายุน้อยกว่า 45 ปี

กองทุน RMF

  • ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินพึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี สูงสุดปีละ 500,000 บาท
  • ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุนแต่ละครั้ง แต่ต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งทุกปี ถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็มด้วย
  • ทุกกองทุน ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
  • เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงจากลงทุนได้บ้าง อายุมากกว่า 45 ปี หรือต้องการเก็บเงินเพื่อยามเกษียณ

ประกันชีวิต

  • ใช้สิทธิได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริงทั้งปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (รวมกับสิทธิเบี้ยประกันสุขภาพ 25,000 บาท)
  • ต้องเป็นแบบประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองหรือครบสัญญา 10 ปีขึ้นไป
  • เงื่อนไขการจ่ายเบี้ยและเงินคืน ขึ้นอยู่กับแบบประกัน
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินคืนที่แน่นอนตามสัญญา หรือต้องการทุนประกันชีวิตให้กับคนในครอบครัว

ประกันบำนาญ

  • ใช้สิทธิได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริงทั้งปี แต่ไม่เกิน 15% ของเงินพึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี สูงสุดปีละ 200,000 บาท
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินคืนที่แน่นอนตามสัญญา หรือต้องการรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ

กองทุน ThaiESG

  • ใช้สิทธิได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (ไม่นับรวมในสิทธิ 5 แสนบาท ของกองทุน SSF/RMF ประกันบำนาญ ฯลฯ)
  • ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
  • หน่วยลงทุนที่ลงทุนในแต่ละครั้ง ต้องถือไว้อย่างน้อย 8 ปีเต็ม (วันชนวัน) โดยใช้สิทธิได้ตั้งแต่ปี 2566-2575
  • เหมาะกับผู้ที่มีรายได้สูง หากมีการใช้สิทธิกองทุน SSF RMF ประกันชีวิต ประกันบำนาญ ด้วยแล้ว ภาษีที่ประหยัดได้จะยิ่งมากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ในแต่ละปีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีใน “SSF + RMF + ประกันบำนาญ + PVD + กบข. + กอช. + กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน” รวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท

และเมื่อรวมกับการลงทุนในกองทุน ThaiESG ซึ่งเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่ จะสามารถใช้สิทธิรวมกันได้ถึง 600,000 บาทนั่นเอง

คนรายได้ที่ต่างกัน สามารถใช้สิทธิสูงสุดในแต่ละทางเลือกและได้เงินคืนภาษีต่างกัน โดยแต่ละคนอาจไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิสูงสุดครบทุกทางเลือกก็สามารถขอคืนภาษีทั้งหมดที่ถูกหักไปได้ เช่น คนเงินเดือน 30,000 บาท มีเงินได้สุทธิก่อนวางแผน 193,700 บาท หากเลือกลงทุนกองทุน SSF 43,700 บาท เงินได้สุทธิหลังวางแผนจะอยู่ที่ 150,000 บาท (193,700 บาท – 43,700 บาท) ซึ่งไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีแล้ว

“ภาษี” สิ่งที่ผู้มีเงินได้ทุกคนมีหน้าที่ต้องจ่าย แต่ก็สามารถวางแผนเพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ ด้วยการวางแผนเก็บออมในทางเลือกที่เหมาะสมกับตนเอง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...