โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คมนาคม ดันรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง เชื่อม 5 ประเทศ เร่งทำทางคู่ งบ 2.75 แสนล้าน

Khaosod

อัพเดต 03 พ.ย. 2566 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2566 เวลา 21.10 น.

คมนาคม ดันรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง เชื่อม 5 ประเทศ สิงคโปร์-มาเลเซีย-ไทย-ลาว-จีน เร่งทำรางคู่ ระยะ 2 งบ 2.75 แสนล้านบาท ชูเป็นฮับขนส่งภูมิภาค

วันที่ 2 พ.ย. 2566 ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไทนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “โอกาสของไทยในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมแห่งภูมิภาคเชื่อมไทยเชื่อมโลก” ในงาน “4th iTIC FORUM 2023 : Power of Connectivity and Smart Mobility ว่า กระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้เส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง ที่เชื่อมโยงทางรถไฟ 5 ประเทศ รวมระยะทางประมาณ 4,500 กิโลเมตร (กม.) ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ลาว และจีน จากปัจจุบันเป็นทางเดี่ยว เป็นทางคู่ให้ได้ในปี 2570

เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาคจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงเอเชียตะวันออก และเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้า และผู้โดยสารเดินให้สะดวก และรวดเร็วขึ้น รวมทั้งยังส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือระหว่างปี 2561-2580 อีกด้วย

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเส้นทางสิงคโปร์-คุนหมิง เหลือเพียงช่วงชุมพร-ปาดังเบซาร์เท่านั้น ที่ยังเป็นทางเดี่ยว ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้เสนอช่วงดังกล่าว และดำเนินการโดยเร็วที่สุด โดยในช่วงนี้มีอยู่ 3 เส้นทางทางใต้ในโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 5.7 หมื่นล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเปซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 6.6 พันล้านบาท

เบื้องต้นทราบว่าช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังฯ รฟท.จะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาในเดือน พ.ย. 2566 และเสนอคณะรัฐมนตรีภายในปี 2566

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า การที่ไทยจะเป็นฮับด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคได้นั้น ต้องเร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ซึ่งมี 7 เส้นทาง ระยะทาง 1,479 กม. วงเงิน 2.75 แสนล้านบาท เพราะจะทำให้เส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง มีความสมบูรณ์มากขึ้น

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ยังอยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างสะพานมิตรไทย-ลาว (หนองคาย-เวียงจันทน์) แห่งใหม่ ซึ่งอยู่คู่ขนานและห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) ประมาณ 30 เมตร โดยปัจจุบันกรมทางหลวง(ทล.) ได้ศึกษาแล้วเสร็จ และ รฟท. ได้ตั้งงบประมาณปี 2567 เตรียมออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างสะพานฯ พร้อมทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ผลการศึกษาในเบื้องต้นระบุว่าจะก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงก่อน ส่วนสะพานรถยนต์ไว้ทีหลัง เนื่องจากสะพานเดิมยังสามารถรองรับจำนวนรถยนต์ได้อยู่ ทั้งนี้ คาดว่า รฟท.จะใช้เวลาดำเนินการออกแบบรายละเอียดฯ ประมาณ 1 ปี จากนั้นจะเสนอ ครม. พิจารณาในช่วงต้นปี 2568 เริ่มก่อสร้างประมาณปี 2568 ใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปี จะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการปี 2571

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง วงเงินประมาณ 3 พันล้านบาท โดยจะมี 4 ทางวิ่ง เป็นทางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร 2 ทางวิ่ง เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง และทางรถไฟขนาด 1 เมตร 2 ทางวิ่ง เพื่อรองรับรถไฟทางคู่ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยรองรับการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทยกับลาว ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทางลาวได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รฟท. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาย่านเปลี่ยนถ่ายสินค้า (CY) สถานีนาทา เพื่ออำนวยความสะดวกระบบขนส่งโลจิสติกส์ รองรับการเติบโตทางการค้า การลงทุนของไทย และลาวในอนาคต โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคา (ประมูล) ต้นปี 2567 อย่างไรก็ตามการพัฒนารถไฟทางคู่กำลังเดินหน้าต่อเนื่อง

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า โดยตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป จะเริ่มเห็นอิทธิฤทธิ์ของรถไฟทางคู่ ที่จะเริ่มผลิดอกออกผล ทำให้การเชื่อมต่อทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศสำเร็จเป็นจริง ปัจจุบันรถไฟทางคู่มีระยะทางประมาณ 627 กม. และตั้งแต่ปี 2567 เมื่อทางคู่ระยะที่ 1 เสร็จ จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณพันกิโลเมตร หลังจากทิ้งช่วงไม่ได้พัฒนามานาน ทั้งนี้ ยังมีแผนที่จะพัฒนาทางคู่ให้ได้ 3,400 กม.ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...