เซี่ยเหลียนฮวา มารดาย้อนยุค(มีE-book)
ข้อมูลเบื้องต้น
คำโปรย
.เมื่อวิณญาณสาวยุค2022 เข้าประตูที่จะส่งมาเกิดใหม่ผิด จึงได้เข้ามาอยู่ในร่างหญิงปากร้ายที่มีลูกฝาแฝดชายหญิง ไม่พอสามีของนางยังมาหายออกจากบ้านอีก นางจะพาทั้งสามชีวิตผ่านพ้นไปได้ไหมลองติดตามกันดูนะคะ
ตัวอย่าง
"สวรรค์!! ทำไมกลั่นแกล้งคนสวยแบบนี้!!! เก็บวิญญาณฉันมาผิดยังไม่พอยังส่งฉันมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักอย่างยุคจีนโบราณที่มีในหน้าประวัติศาสตร์ ยังค่ะยังไม่พอค่ายังมีลูกติดมาด้วยสองคน แล้วสามียังมาหายตัวไปอีก สวรรค์!แล้วฉันจะอยู่ยังไงละทีนี้!!
" ร่างบางในชุดหญิงชาวบ้านยุคโบราณคร่ำครวญโทษฟ้าโทษดินอยู่ภายในบ้านดินหลังเล็ก
………………………
"อ้อแล้วท่านก็กลับไปได้แล้ว ให้คิดซะว่าไม่มีพวกเราแม่ลูกอยู่ในโลกใบนี้ก็แล้วกัน กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ผ่านมาของท่านนั่นละ" เซี่ยเหลียนฮวาเอ่ยบอกกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงปกติไม่มีแววประชดประชันเพราะนางได้คิดทบทวนมาดีแล้วว่าต่างคนต่างอยู่นั่นละดีที่สุดแล้ว
…………………
"อะ นี่ชุดท่านรีบเปลี่ยนซะเถอะ" เมื่อได้ยินเช่นนั้นมือเรียวของหญิงสาวจึงหยิบยื่นให้ชายหนุ่มผ่านผ้าม่านเข้าไปเพียงแค่แขนเรียวเท่านั่น
"ว้าย!!" ทันใดนั้นเซี่ยเหลียนฮวากลับรับรู้ได้ถึงแรงฉุดรั้งทำให้นางเซถลาผ่านผ้านม่านกั้นบานประตูนั้นเข้าไปด้านในอย่างไม่ทันตั้งตัว
"นี่! ท่านปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ" รู้ตัวอีกทีร่างบอบบางก็มาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งเสียแล้ว
"ปละ อึ้ม"
***ตัวละครเนื้อเรื่องและสถานที่ไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงจินตนาการที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาเองค่ะ***
สามารถติดตามอ่านยาวๆทั้งเรื่องในE-bookได้เลยนะคะ
อีบุ๊คเรื่องเซี่ยเหลียนฮวา มารดาย้อนยุค
❌อีบุ๊คลดราคาถึง31ธันวาคมนี้เวลา 00.00 น. เด้อจ้า❌
https://dekd.co/w/e/11466
จุดเริ่มต้น
บัวบูชา สาวสวยยุค 2022 ที่พลัดตกบันไดคอหักตายแล้ววิญญาณดันยังไม่หมดอายุขัย ท่านยมทูตส่งกลับร่างเดิมก็ไม่ได้ จึงส่งวิญญาณสาวไปเกิดในอีกโลกคู่ขนาน แต่วิญญาณสาวดันเข้าประตูผิดช่องอีก จึงได้เข้ามาอยู่ในร่างของ เซี่ยเหลียนฮวาอดีตหญิงงามแห่งหมู่บ้านเซี่ยแห่งนี้ เนื่องจากเซี่ยเหลียนฮวาถือว่าตัวเองมีรูปร่างหน้าตาสวยงามและมีชายหนุ่มมากมายมาเกี้ยวนาง ไม่ว่าจะครอบครัวเศรษฐีหรือครอบครัวชาวบ้านธรรมดาต่างก็ส่งแม่สื่อมาสู่ขอนางทั้งนั้น เป็นที่อิจฉาริษยาของหญิงสาวหลายคนในหมู่บ้านรวมทั้งน้องสาวต่างมารดาของนางอย่างเซี่ยเหมยฮวาด้วย ที่ต่อหน้าแสดงท่าทางอ่อนแอความเคารพรักพี่สาวต่างมารดาเช่นนางมาตลอด แต่กับแอบทำเรื่องเลวร้ายลับหลังพี่สาวเช่นนางมาตลอด
จนเซี่ยหลียนฮวา ถึงวัยออกเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยผู้เป็นย่าจึงตัดสินใจให้นางแต่งงานกับหวังจื้อลูกชายคนโตของบ้านสกุลหวังที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านเซี่ยไปเพียง2หลี้เท่านั้น เนื่องจากคนบ้านนี้ถือว่ามีฐานะร่ำรวยพอที่จะได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงค์ตระกูลได้
แต่แล้วคืนก่อนวันแต่งงานก็เกิดเรื่องขึ้นช่วงเวลาปลายยามโฉ่ว(01.00 - 02.59 น.)ที่ได้เวลาปลุกเจ้าสาวมาอาบน้ำแต่งกายแต่เจ้าสาวดันหายตัวไปอย่างไร้ล่องรอย ทำเอาทุกคนวุ่นวายกันออกตามหา
จนกระทั่งกลุ่มคนที่ตามหานำโดยเซี่ยเหวิน ผู้เป็นบิดาของเซี่ยเหลียนฮวามาถึงบ้านดินหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงครวญครางแว่วหวานปะปนกับเสียงครางทุ้มลึกออกมาจากบ้านหลังเล็ก จากเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาใครที่ได้ยินก็ต้องรู้ว่าภายในบ้านเกิดอะไรขึ้น ทำให้สีหน้าเซียเหวินดำคล้ำอย่างโกรธจัดมีหรือที่เขาจะจดจำเสียงของบุตรสาวของตนเองไม่ได้ เขาทั้งรู้สึกอับอายทั้งรู้สึกโกรธจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
"พวกเจ้าสองคนเข้าไปพานังลูกไม่รักดีกลับบ้านเดียวนี้"สั่งลูกชายคนโตกับคนรองเสร็จเขาก็สะบัดตัวเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ที่ด้านหลังของเซี่ยเหวินมีสองแม่ลูกสบตากันอย่างพึงพอใจก่อนรีบจะเดินตามเซี่ยเหวินกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงบ้านฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยแทบเป็นลมเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้น มีทางเดียวคือเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเท่านั้นเพื่อกู้หน้าคนบ้านเซี่ยเอาไว้ และจับเซี่ยเหลียนฮวาแต่งออกไปพร้อมกันอย่างเงียบๆ
"เหมยเอ๋อเจ้าจะยอมแต่งงานแทนพี่สาวของเจ้าหรือไม่" นางหวงซื่อผู้เป็นย่าเอ่ยถามหลานสาวอีกคน
"ข้าแล้วแต่ท่านย่าท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ" เซี่ยเหมยฮวาก้มหน้าตอบเสียงเบาอย่างเอียงอาย
"เช่นนั้นเจ้าก็รีบไปแต่งตัวเถิดใกล้จะได้เวลาแล้วประเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา"
"เจ้าค่ะท่านย่า"รับคำผู้เป็นย่าแล้วเซี่ยเหมยฮวาก็รีบกลับเข้าห้องไปพร้อมนางฮุ่ยซื่อผู้เป็นแม่ด้วยแววตาสมใจ
"กรี๊ด!ปล่อยข้านะพี่ไหญ่พี่รองข้าไม่รู้เรื่องกรี๊ด!" อีกด้านของเรือนเซี่ยเหวินอี้กับเซี่ยเหวินเอ้อกำลังลากร่างบางที่มีเสื้อผ้าหลุดรุ่ยทรงผมกระเซิงไม่เหลือเค้าสาวงามเลยสักนิดเดียว
"เพี๊ยะ! เจ้าจะหยุดบ้าได้หรือยัง แค่นี้ยังงามหน้าไม่พออีกรึ" เสียงฝ่ามือกระทบแก้มนวลอย่างแรง ตามด้วยเสียงตวาดของผู้เป็นพ่อทำเอาร่างบางของเซี่ยเหลียนฮวาตกใจตาค้างจนลืมอาการเจ็บ
"เข้าห้องไปสงบสติอารมณ์เสียแล้วก็เตรียมตัวออกเรือนกับมันผู้นั้นไปอย่างเงียบๆเสีย" เซี่ยเหวินกัดฟันสั่งลูกสาวด้วยความโกรธและผิดหวัง
"ไม่นะเจ้าคะ!ท่านพ่อข้าไม่แต่งกับมันนะเจ้าคะ!" เซี่ยเหลียนฮวาคุกเข่ากอดขาร้องไห้อ้อนวอนผู้เป็นพ่ออย่างน่าสงสาร
"ถ้าไม่แต่ง ก็ต้องโดนจับยัดกรงหมูถ่วงน้ำ เจ้าเลือกเอาจะเอาแบบไหน" ผู้เป็นย่าสั่งเสียงเข้ม ด้วยกฎของหมู่บ้านข้อนึงมีอยู่ว่าหนุ่มสาวที่ชิงสุกก่อนห่ามถ้าไม่แต่งงานกันฝ่ายหญิงจะต้องโดนจับถ่วงน้ำเพราะทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย เซี่ยเหลียนฮวาได้ยินดังนั้นถึงกับหมดเเรงปล่อยมือผู้เป็นพ่อทรุดกายลงพื้นอย่างอ่อนแรง
ปลายยามเฉิน(07.00 – 08.59)บ้านเซี่ยแต่งลูกสาวทั้งสองคนออกจากบ้านพร้อมกัน แต่พิธีการกับแตกต่างกันอย่างมาก เจ้าสาวคนน้องได้นั่งเกี้ยวเจ้าสาวอย่างสมเกียรติ มีญาติผู้ใหญ่รอส่งพร้อมหน้า เจ้าสาวหน้าตาสดใสภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ปักลวดลายอย่างสวยงาม ส่วนเจ้าสาวคนพี่ต้องกล้ำกลืนน้ำตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงพื้นๆเดินด้วยเท้าออกทางประตูหลังบ้านไปเข้าพีธีมีเพียงแม่สื่อและพี่ชายคนโตที่ดื้อรั้นจะมาส่งน้องสาว ยังดีที่ผู้เป็นย่าไม่ใจร้ายนักให้สินเดิมมาพอสมควรถ้ารู้จักใช้จ่ายนางคงอยู่อย่างสบายไปอีกหลายปี ก่อนออกจากเรือนมาท่านย่ายังกำชับนางมาอีกว่าถ้าไม่จำเป็นอย่ากลับไปบ้านเซี่ยอีก เซี่ยเหลียนฮวายอมก้มหน้ารับคำผู้เป็นย่าพร้อมน้ำตา
***ทุกตัวละคนสถานที่และเนื้อเรื่องไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงสิ่งที่ผู้เขียนจินตนาการขึ้นมาเองเท่านั่นนะคะ***
??’???’?อ่านแล้วชอบอย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นกันนะคะ และขอหัวใจดวงน้อยๆ สักดวงด้วยเด้อค่ะ??’???’?
เริ่มต้นใหม่
เปลือกตาบางลืมขึ้นอย่างช้าๆมองเห็นเพดานไม้มุงหลังคาด้วยใบจาก ร่างบางหลับตาลงแล้วลืมขึ้นใหม่อีกครั้งก็ยังเห็นเหมือนเดิม จึงกวาดตากลมมองไปรอบห้องภายในห้องเล็กๆเห็นเพียงผนังดินมีเพียงโต๊ะไม้เล็กๆที่มีสิ่งของระเกะระวางถัดมาอีกช่วงแขนมีตู้ไม้ใบขนาดพอดีประตูตู้คล้องเอาไว้ด้วยแม่กุญแจเก่าๆ สักพักความทรงจำของร่างเดิมก็หลั่งเข้ามา ร่างบางได้แต่นั่งกุมขมับพึมพำ อยู่บนเตียงคนเดียว
"สวรรค์!! ทำไมกลั่นแกล้งคนสวยแบบนี้!!! เก็บวิญญาณฉันมาผิดยังไม่พอยังส่งฉันมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักอย่างยุคจีนโบราณที่มีในหน้าประวัติศาสตร์ ยังค่ะยังไม่พอค่ายังมีลูกติดมาด้วยสองคน แล้วสามียังมาหายตัวไปอีก สวรรค์!แล้วฉันจะอยู่ยังไงละทีนี้" ร่างบางในชุดหญิงชาวบ้านยุคโบราณคร่ำครวญโทษฟ้าโทษดินอยู่ภายในบ้านดินหลังเล็ก
"เจ้าของร่างเดิมมีลูกแฝดชายหญิงนี่หว่า แล้วเด็กๆหายไปอยู่ไหนกันละ" ร่างบางบ่นพึมพำแล้วกวาดสายตาไปทั่วจึงลงจากเตียงเดินออกไปดูด้านนอกบ้าน
"เอาวะ! สู้โว้ย!ไอ้บัว!"บัวบูชาได้แต่ถอนหายใจเบาๆแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ กำสองมือแน่นดึงเข้าหาลำตัวพร้อมลืมตัวตะโกนออกมาเสียงดังจนเด็กทั้งสองสะดุ้งตกใจซ่อนสิ่งที่กำลังกินไว้ข้างหลังแล้วเอ่ยช้าอย่างขลาดกลัว
"ทะ ท่านแม่พวกเราไม่ได้ขโมยของในครัวนะขอรับ"แฝดชายคนพี่เอ่ยอย่างกลัวๆ
"แผ่นแป้งย่างนี้ท่านน้าซูหรงให้มาเจ้าค่ะ" เสียงเล็กของเด็กหญิงหน้าตามอมแมมโผล่มาจากด้านหลังพี่ชายอธิบายอีกครั้ง
บัวบูชา/เซี่ยเหลียนฮวาที่ได้ยินและเห็นสภาพของเด็กน้อยทั้งสองรู้สึกสงสารเด็กๆยิ่งนัก จึงได้เดินกันหลังกลับเข้าบ้านเงียบๆ พอเดินเข้าไปดูให้ห้องครัวก็พอเพียงเตาสองอันหม้อและกระทะอย่างละใบเท่านั้นส่วนจานชามก็มีเพียงจานและชามไม้เก่าๆและฟืนอีกเล็กน้อยเท่านั้น ภายในห้องครัวมีข้าวสารอยู่ที่ก้นโถไม่ถึงกำมือ เมื่อถึงตู้ที่คล้องกุญแจในห้อง นางจึงสาวเท้าเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เดินเข้าไปสอดมือเข้าใต้หมอนที่หัวเตียงก็เจอลูกกุญแจเล็กอยู่ดอกหนึ่งจึงนำมาไขดู เมื่อเปิดประตูตู้ออกก็เจอกับของกินมากพอสมควรอัดแน่นอยู่ในนั้น นางได้แต่ก่นด่าเซี่ยเหลียนฮวาคนก่อนในใจที่ตัวเองอยู่ดีกินดี แต่ใจดำปล่อยให้ลูกๆอดอยากได้อย่างไรกัน คิดแล้วนางก็นขนของกินและเครื่องครัวเข้าไปเก็บที่ห้องครัว แล้วคิดว่าจะทำอะไรง่ายๆให้เด็กๆกินก่อนค่อยทำความสะอาดจัดเก็บข้าวของเลยทีเดียวจะดีกว่าว่าแล้ว
เซี่ยเหลียนฮวาเริ่มติดไฟและตั้งหม้อหุงข้าวไว้ก่อน และหันมาจุดไฟอีกเตาตั้งกระทะนำเนื้อแห้งมาสับจนละเอียดลงคลุกกับน้ำมันเติมเกลือและน้ำตาลอีกเล็กน้อยนำไข่ไก่มาตอกลงไปอีกสองฟองแล้วผัดจนไข่สุกแล้วตักออก เต็มน้ำลงกระทะใบเดิมรอน้ำเดือดก็ใส่เนื้อแห้งสับละเอียดลงไปเคี่ยวสักพักจึงเติมเกลือลงไปเล็กน้อยแล้วปิดฝารอเดือดอีกรอบจึงถอยไฟออก
เมื่อกับข้าวทั้งสองอย่างเสร็จข้าวที่หุงไว้ก็สุกพอดี นางจึงยกหม้อข้าวลง และตั้งกาต้มน้ำร้อนเพื่อนำมาลวกถ้วยชามต่อทันที พอหมุนตัวจะออกไปเรียกเด็กๆ ก็เจอสองพี่ยืนแอบอยู่หลังประตูพอดีนางจึงกวักมือเรียก หนี่เอ๋อและเอ้อร์จื่อ สองพี่น้องฝาแฝดมองหน้ากันอย่างปรึกษากันก่อนจะจับมือกันเดินเข้ามาเนื่องจากทนกลิ่นของกับข้าวไม่ไหว
"นั่งรอก่อนนะจ๊ะเด็กๆ" เซี่ยเหลียนฮวาบอกให้เด็กทั้งสองนั่งรอก่อนเนื่องจากต้องการลวกถ้วยชามด้วยน้ำร้อนก่อน ดวงตาสองคู่มองร่างบางของผู้เป็นแม่ถือชามข้าวร้อนมาวางลงตรงหน้าและตามด้วยเนื้อแห้งผัดไข่และน้ำแกงเนื้อแห้งที่ส่งกลิ่นหอมจนต้องกลืนน้ำลายอย่างไม่แน่ใจนัก ว่าพวกตนสองพี่น้องจะได้รับอนุญาตให้กินด้วย จึงมองหน้าผู้เป็นแม่อีกครั้ง
"ลงมือกินสิจ๊ะ ไม่หิวกันเหรอไว้กินเสร็จแล้วเราค่อยคุยกันเนอะ แต่ตอนนี้กองทัพต้องเดินด้วยท้องจ้า อ้าวลุย!" มือบางเริ่มด้วยการตักเนื้อแห้งผัดไข่วางลงบนจานข้าวให้เด็กๆก่อนแล้วแล้วจึงหันมาคีบกินบ้าง ด้วยความหิวสองพี่น้องจึงรีบก้มหน้าพุ้ยข้าวร้อนๆกินอย่างรวดเร็ว
"อย่ากินแต่ข้าวเปล่าสิจ๊ะกินกับข้าวด้วยจ้ะเด็กๆ" เซี่ยเหลียนฮวาเอ่ยเตือนเมื่อสองพี่น้องไม่ยอมคบกับข้าวกินด้วย เมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยปากเด็กน้อยทั้งสองก็กินข้าวและกับกินอย่างเอร็ดอร่อย นับว่าเป็นครั้งแรกที่ท่านแม่อ่อนโยนกับพวกเขาเช่นนี้สองพี่น้องคิดเหมือนกันขณะกินข้าว
เมื่อกินข้าวเสร็จสองพี่น้องก็อาสาเก็บโต๊ะล้างจานซึ่งเซี่ยเหลียนฮวาก็ปล่อยทำ ส่วนตัวเองก็เก็บครัวทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้วจัดข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อจัดครัวเสร็จต่อไปก็คือห้องนอนจึงเดินไปที่ห้องนอน
ภายในห้องนอนไม่กว้างนักมีเพียงโต๊ะเล็กหนึ่งตัว ตู้เสื้อผ้าใบขนาดกลางและเตียงอีกหลัง ร่างบางเดินไปเปิดหน้าต่างออกรับลมเพื่อถ่ายเทอากาศ มองออกไปด้านหลังเป็นพื้นที่รกร้าง จากสภาพน่าจะเคยมีแปลงผักมาก่อนพรุ่งนี้คงต้องลองเดินสำรวจดูก่อน คิดได้ดังนั้นจึงหันกลับมาทำความสะอาดที่นอนหมอนผ้าห่มนางนำไปผึ่งแดดที่ลานบ้าน แล้วกลับมาทำความสะอาดภายในห้องทุกซอกทุกมุม ที่ใต้เตียงนางพบหีบใบขนาดกลางจึงลากออกมา เปิดดูด้านในพบว่าเป็นสินเดิมที่เหลืออยู่ของร่างเดิม ระหว่างที่นางพยามใช้ผ้าเช็ดฝุ่นใต้เตียงกับพบกล่องเล็กๆอีกกล่องจึงนำออกมาเปิดดู ด้านในพบป้ายหยกสีขาวแกะรวดลายมังกรอย่างอ่อนช้อยสวยงามและสลักตัวอักษรหลงไว้
"ท่านเป็นใครกันแน่ อาหลง" มือเรียวบางลูบตัวอักษรบนหยกแล้วเอ่ยพึมพำเบาๆกับตัวเอง
"ทะ ท่านแม่เจ้าคะมีอะไรให้พวกเราช่วยไหมเจ้าคะ" แฝดหญิงคนน้องเอ่ยถามตะกุกตะกัก ทำผู้เป็นแม่สะดุ้งตื่นจากพวัง
"พวกเจ้าเข้ามานี่สิ" มือบางกวักเรียกเด็กๆเข้ามาหา และจับให้นั่งบนเตียงแล้วเอ่ยกับทั้งสองชัดๆช้าๆ
"ต่อไปนี้แม่จะเรียกพวกเจ้าว่าเสี่ยวเป่าและเสี่ยวปิงนะลูก เราจะเริ่มต้นกันใหม่แม่จะเลี้ยงดูพวกเจ้าให้ดีที่สุดตกลงไหม" เซี่ยเหลียนฮวาเอ่ยกับลูกทั้งสองอย่างอ่อนโยนและหนักแน่น
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นถึงกับน้ำตาซึมด้วยความดีใจในที่สุดพวกเขาสองพี่น้องก็จะมีแม่ที่รักและเอาใจใส่พวกเขาเหมือนบ้านอื่นเสียที สองพี่น้องโผเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นแม่อย่างรวดเร็วจนร่างบางเกือบล้มลง แขนบางกระชับสองแขนเรียวแน่นขึ้นด้วยความตื้นตันใจ
มันเผาและโจ๊กมันเทศแสนอร่อย
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ สองพี่น้องก็อาสาเก็บจานชามไปล้าง เซี่ยเหลียนฮวาจึงมีเวลาสำรวจบ้านดินหลังเล็กนี้ ภายในบ้านประกอบไปด้วยห้องนอนสองห้องมีห้องโถงขนาดพอดีและถัดไปด้านหลังจะเป็นห้องครัวเล็กๆพอประกอบอาหารได้ หญิงสาวเลือกเปิดบานประตูห้องของเจ้าของร่างเดิมเห็นสภาพอับๆภายในห้องแล้วส่ายหน้า
นางจัดการเปิดบานหน้าต่างออกอย่างยากลำบาก สงสัยเจ้าของเดิมน่าจะไม่เคยเปิดมันรับแสงเลยสักครั้งจึงเปิดยากขนาดนี้ พอบานหน้าต่างเปิดออกมองออกไปก็พบกับแปลงผักเล็กๆสองสามแปลง มีผักกาดเหลืออยู่ครึ่งแปลง ส่วนแปลงที่โหล้นๆนั่นเด็กๆคงเก็บมาทำอาหารรับประทานกัน เมื่อเห็นแสงแดดยามสายนางจึงจัดการลื้อที่นอนที่มีกลิ่นอับออกมาผึ่งแดดตรงหน้าต่าง แล้วดึงผ้าปูที่นอนปลอกหมอนและผ้าห่มออกไปซัก
ขณะออกจากห้องก็พบกับเด็กๆพอดีจึงเอ่ยถาม
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวปิง แม่จะไปซักผ้าพวกเจ้าจะไปกับแม่หรือไม่" สองฝาแฝดมองหน้ากันก่อนหันมาพยักหน้ารับพร้อมกัน
"งั้นรอแม่แป๊บนะ" ว่าแล้วนางก็วางเครื่องนอนของตัวเองลง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องของเด็กๆ ภายในห้องมีตู้เสื้อผ้าใบเล็ก และที่นอนและผ้าห่มบางๆบนเตียงนอนขนาดกลางเท่านั้น นางจัดการดึงผ้าปูที่นอนและผ้าห่มของเด็กๆออกมาเอาที่นอนไปผึ่งแดดและพาเด็กๆมุ่งหน้าไปยังลำธารหลังบ้าน
"พวกเจ้าเล่นอยู่ใกล้ๆแม่นะ เดี๋ยวแม่ซักผ้าเสร็จจะพาเดินสำรวจป่าแถวนี้สักหน่อยเผื่อพบอะไรที่กินได้บ้าง" เซี่ยเหลียนฮวา บอกลูกๆเสร็จก็หันไปซักผ้าที่แผ่นหินริมลำธารทันที
ใช้เวลาเกือบสามเค่อนางก็ซักผ้าตากผ้าเสร็จ จึงหันไปชวนลูกๆเข้าป่าด้วยกัน
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวปิง แม่ซักผ้าเสร็จแล้วจ้าปะไปกัน" สองแฝดพอได้ยินเสียงนุ่มของท่านแม่คนใหม่ก็รีบวิ่งไปหาทันที(ที่พวกเขาคิดว่าท่านแม่คนใหม่เพราะเจ้าของร่างเดิมไม่เคยพูดดีๆเพราะๆด้วยเลยซักครั้งตั้งแต่จำความได้)
ป่าแถบนี้ค่อนข้างรกเพราะชาวบ้านไม่ค่อยมาหาของป่า เนื่องจากบริเวณนี้ไม่ค่อยมีพืชผักที่สามรถนำมาทำอาหารได้ จึงพากันไปหาของป่ายังป่าอีกฝั่งของหมู่บ้าน เดินมาได้สักพักก็ให้เด็กๆนั่งพักตรงขอนไม้ แล้วนางเดินก็สำรวจรอบๆแถวนั้น แต่ก็ไม่พบอะไรพอกินได้เลยจึงตัดสินใจจะพาเด็กๆกลับบ้านก่อน ระหว่างเดินกลับดันสะดุดเถาอะไรสักอย่างล้มลงพอมองดูชัดๆนางแทบโห่ร้องด้วยความยินดี มันคือเถามันเทศแต่นางไม่ได้เตรียมอุปกรณ์การขุดมาด้วยจึงหากิ่งไม้แถวนั้นทาลองขุดดูพบหัวมันเทศขนาดน้อยใหญ่มากมายจึงเรียกลูกๆมาช่วยขุด
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวปิง มาช่วยแม่หน่อยลูก"
“มันคือสิ่งใดหรือขอรับท่านแม่”
"นั่นสิเจ้าคะมันกินได้ด้วยเหรอเจ้าคะท่านแม่" สองพี่น้องฝาแฝดเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"แน่นอนจ้าเด็กๆ รับรองวันนี้พวกเจ้าจะได้กินของอร่อยและอิ่มท้องแน่นจ้าแม่สัญญา"
ได้ยินเช่นนั้นสองแฝดจึงรีบเข้าไปช่วยผู้เป็นแม่ขุดมันเทศอย่างแข็งขัน ผ่านไปสองเค่อทั้งสามแม่ลูกก็ได้มันเทศกองย่อมๆและช่วยกันขนออกจากชายป่าทันที เมื่อเก็บมันเทศเสร็จแล้วเซี่ยเหลียนฮวาก็ปล่อยให้เด็กๆเล่นกันที่ลานหน้าบ้าน ส่วนนางกลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านหลังน้อยจัดเก็บข้าวของใหม่จนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมเลยทีเดียว
ใช้เวลาจัดบ้านใหม่ทั้งวันเหลี่ยนฮวาและเด็กๆก็ได้ที่นอนใหม่ที่หนากว่ากว่าเดิมโดยนำฟูกนอนทั้งสองชิ้นมาซ้อนทับกับและปูทับด้วยผ้าปูที่นอนที่ซักใหม่ตากแดดจนหอมกลิ่นอายแดด แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวแต่อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างเย็นทั้งสามจึงตกลงว่าจะนอนด้วยกันทั้งสามคน
กว่าจะจัดการงานบ้านเสร็จก็บ่ายคล้อยแล้ว เหลียนฮวาจึงนำมันเผามาล้างและพอกโคลนให้ทั่วหัวมันและจัดการโยนลงไปในเตาไฟร้อนๆ ระหว่างนั้นก็ปอกเปลือกมันเทศหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปต้มจนเปื่อยเต็มเกลือและน้ำตาลลงเล็กน้อย พอเนื้อมันเปื่อยยุ่ยจึงคนให้เป็นเนืัอเดียวกัน เติมน้ำอีกเล็กน้อยคนให้เข้ากันและยกลงจากเตา เหลียนฮวาจัดการถอยไฟออกมาและคีบมันเผาออกจากเตาเสี่ยวเป่าและเสึ่ยวปิงมานั่งจ้องดูก้อนสีดำไหม้ๆที่ท่านแม่บอกว่าจะอร่อยอย่างไม่เข้าใจว่ามันจะอร่อยได้อย่างไรในเมื่อมันทั้งดำทั้งไหม้แบบนั้น เหลียนฮวาเห็นสีหน้าของลูกๆถึงกับหลุดยิ้มออกมาเข้าใจได้ทันทีว่าสองแฝดคิดอะไรอยู่ จึงไล่ที่ให้สองไปอาบน้ำ แล้วกลับมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง
กลางยามโหย่ว ( 17.00 – 18.59) สามแม่ลูกกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่โต๊ะอาหารกลางบ้าน เหลียนฮวาตักโจ๊กสีม่วงเนื้อเนียนละเอียดใส่ชามสามใบ ตรงกลางมีหัวมันเผาที่จัดการแกะโคลนที่ไหม้เป็นสีดำออกไปแล้ว เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวปิง เห็นอาหารตรงหน้าถึงกับตาโตกลืนน้ำลายเลยทีเดียว เหลียนฮวาเห็นเช่นนั้นจึงสาธิตวิธีกินให้สองพี่น้องทำตามอย่างช้าๆ พอโจ๊กคำแรกเข้าปากก็ได้รับรสชาดหวานมันของมันเทศผสมความเค็มเล็กน้อยจากเกลือทำให้สองแฝดเจริญอาหารยิ่งนัก
"กินช้าๆก็ได้ ไม่ต้องกลัวหมดแม่ยังมีเหลือให้พวกเจ้าเติมได้อีกเยอะเลย อะกินมันเผานี้ด้วยนะ" ว่าแล้วก็แกะเปลือกมันเผาส่งให้เด็กๆคนละหัว แล้วนั่งมองเด็กน้อยทั้งสองกินอาหารอย่างมีความสุข