ทำไมชาวประมงต้องใช้ไฟสีเขียว ‘ไดหมึก’ ที่มาแสงเขียว เขาพะเนินทุ่ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2566 เวลา 03.49 น. • The Bangkok Insight"ดร.ธรณ์" ไขข้อข้องใจ แสงเขียว เขาพะเนินทุ่ง ที่มาจากเรือไดหมีก ทำไมต้องใช้แสงสีเขียว
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawatเรื่อง แสงเขียว เขาพะเนินทุ่ง ที่มาจากเรือไดหมึก โดยระบุว่า
แสงสีเขียวที่เห็นจากเขาพะเนินทุ่งคือ แสงของเรือไดหมึก เรื่องนี้คงเคลียร์แล้ว แต่ทำไมชาวประมงต้องใช้ไฟสีเขียว ? จะมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟังครับ
ย้อนกลับไปสมัยผมยังเด็ก (50 ปี) ทะเลไทยไม่ได้สว่างไสวเช่นทุกวันนี้ เรามีการประมงแบบใช้แสงไฟล่ออยู่บ้าง แต่ยุคนั้นยังเป็นแค่ตะเกียงเจ้าพายุ ส่องแสงสีขาว เรือก็มีอยู่เพียงไม่กี่ลำทำอวนล้อมกลางทะเล
เมื่อเข้าสู่ปี 2520 ชาวประมงแถวปราณบุรีที่จับหมึก เริ่มทดลองเอาไดนาโมปั่นไฟลงเรือไปด้วย ปรากฏว่าหมึกชอบมาก มาว่ายวนให้จับกันเต็มไปหมด จึงเป็นการเปิดศักราชประมงปั่นไฟจับหมึก
คำว่า ไดหมึก ก็มาจาก ไดนาโม ที่นำลงเรือครับ
ตอนแรกยังเป็นไฟขาว ต่อมามีคนใช้ไฟเขียว จึงเริ่มขยายวงกว้าง ใครต่อใครหันมาใช้ไฟเขียวตามกัน ทะเลไทยจึงสว่างไสวไปด้วยสีเขียว
แล้วทำไมต้องสีเขียว ?
ผมนำงานวิจัยของดร.จรวย ลูกศิษย์ผมที่คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาอ้างอิง
จรวยเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมึกทะเล จึงทดลองเรื่องผลของแสงไฟที่มีต่อหมึก
หมึกไม่ใช่ปลา หมึกทะเลเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ถือเป็นสัตว์กลุ่มนี้ที่พัฒนาสูงสุด
เราอาจไม่เคยเห็นแมงกะพรุนจีบกัน แต่ลองไปถามนักดำน้ำได้ครับว่าเคยเจอหมึกจีบกันมั้ย
มีแม้กระทั่งหมึกชู้
หมึกยังเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีการพัฒนานัยน์ตาและการมองเห็นดีสุด หมึกกล้วยยักษ์ที่อาศัยอยู่ในน้ำลึก ยังเป็นเจ้าของสถิติ ตาสัตว์ใหญ่สุดในโลก
ตาหมึกกล้วยยักษ์ใหญ่เท่าลูกบอลที่ถูกยิงตุงตาข่ายอาร์เซน่อลเมื่อวาน ใหญ่กว่าตาของวาฬสีน้ำเงิน สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกอีกแน่ะ
หมึกจึงใช้ตาในการหาเหยื่อ อย่างไรก็ตาม หมึกตาบอดสีนะครับ ไม่สามารถแยกสีได้ แต่ทดแทนด้วยความสามารถในการแยกระดับความเข้มแสง ฯลฯ
เมื่อในน้ำมีไฟ แพลงก์ตอนถูกแสงกระตุ้นให้เข้ามารวมกัน ปลาเล็กตามเข้ามา หมึกจึงตามเข้ามาหาอาหาร
นอกจากนี้ สัตว์น้ำหลายชนิดยังถูกกระตุ้นด้วยแสงโดยตรง แพลงก์ตอนยังไม่มา หมึกมาแล้ว เรื่องนี้เป็นไปได้เช่นกัน
ว่าง่าย ๆ คือมีทั้ง 2 สาเหตุที่หมึกชอบเข้ามาหาแสงไฟ
ดร.จรวยทดลองใช้ไฟ 4 เฉดสี ขาว แดง เขียว และฟ้า ทำไปเกือบ 200 ครั้งก่อนพบว่า สีของไฟส่งผลต่างกันนะ
หมึกไม่ชอบไฟสีแดง ไม่ชอบมาก ๆ ชนิดเข้ามาน้อยกว่าแสงสีฟ้า 10 เท่า
หมึกชอบไฟสีฟ้า เข้ามาบ่อยครั้งที่สุด รองลงมาคือ สีเขียวกับสีขาว
เพศไม่มีผล หมึกหนุ่มหมึกสาวล้วนถูกล่อลวงด้วยไฟได้เหมือนกัน
ดังที่บอกไว้ หมึกตาบอดสี แล้วทำไมถึงเข้าหาไฟสีต่าง ๆ ไม่เหมือนกันล่ะ ?
เหตุผลที่พอตั้งสมมติฐานได้ คือแสงสีแดงถูกดูดกลืนในน้ำได้เร็วสุด
ลองดูภาพปะการังกัลปังหาสีแดงสีชมพูสวย ๆ ก็ได้ครับ เราต้องใช้แฟลชใต้น้ำถ่าย หรือไม่ก็เข้าโปรแกรมที่เร่งสีแดงโดยเฉพาะ
เมื่อแสงสีแดงโดนดูดกลืนง่าย ย่อมสว่างออกไปในน้ำไม่ไกลนัก หมึกไม่เห็นแสง หมึกก็ไม่เข้ามา
แสงสีฟ้าคือสีที่ทะลุน้ำได้ไกลสุด รองลงมาคือสีเขียว หมึกจึงเห็นแสงสีฟ้าแล้วเข้ามาหาบ่อยสุด
แต่นั่นคือในห้องแลป ถ้าเป็นในทะเล เคยมีงานวิจัยเมืองนอกบอกว่าสีฟ้าหรือสีเขียวก็ไม่ต่างกันมากนัก
หากน้ำใส งานวิจัยบางเปเปอร์บอกว่าสีขาวก็ดีนะ
แต่ทะเลไทยอยู่ชายฝั่ง มีตะกอนเยอะ แสงไม่ได้ถูกดูดกลืนเพียงอย่างเดียว ยังสะท้อนตะกอนและอื่น ๆ อีกมาก
แสงสีฟ้าหรือสีเขียวอาจส่งทะลุไปในน้ำแบบนี้ได้ใกล้เคียงกัน อีกทั้งหมึกแยกสีไม่ออก แต่เข้ามาตามความเข้มแสง จึงเป็นไปได้ว่าแค่แสงสีเขียวก็ให้ความเข้มแสงที่เพียงพอต่อการล่อหมึกในระยะทำการแล้ว
ความนิยมยังเป็นอีกสาเหตุ เมื่อคนหนึ่งใช้ คนอื่นก็ใช้ เมื่อใช้ได้ก็ไม่คิดจะเปลี่ยน ใช้ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน
นั่นคือที่มาของแสงสีเขียวทั่วท้องทะเลไทย หากอยากรู้มากไปกว่านี้ ต้องรออีกสักระยะ เพราะตอนนี้ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง เพิ่งได้ชุดอุปกรณ์ศึกษาพฤติกรรมสัตว์น้ำมาหมาด ๆ ดร.จรวยกำลังวางแผงการทดลองขั้นต่อไป
รอให้ผลออกมาก่อน จะนำมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟัง แต่ถ้าอยากรู้ก่อนหน้านั้น แนะนำให้ไปถามคุณหมึก
หากหมึกไม่ยอมตอบ เราควรใช้ประโยชน์จากหมึกในทางอื่นครับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม