โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

7-Eleven ไตรมาส3/66 ทำรายได้ 99,115 ล้านบาท ธุรกิจใช้กลยุทธ์อะไรถึงมาไกลขนาดนี้

SMART SME

อัพเดต 16 พ.ย. 2566 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 09.54 น. • Smart SME

เรียกได้ว่า 7-Eleven กลายเป็นร้านสะดวกซื้อเบอร์ 1 ที่เข้ามาครองตลาดผู้ให้บริการขายสินค้าอุปโภค-บริโภค ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย และไม่รู้ว่าจะมีคู่แข่งแบรนด์อื่น จะเข้ามาล้มยักษ์ตัวนี้ลงได้

ด้วยปัจจัยทั้งภายใน และภายนอก ของการทำธุรกิจ ผสมผสานกับการไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาบริการต่าง ๆ ภายในร้านให้มีความหลากหลายมากขึ้น จากเมื่อก่อนแค่ขายสินค้า มาวันนี้บริการมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การชงเครื่องดื่มทั้ง All café และ kudsan, บริการจ่ายบิลต่าง ๆ ทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ตลอดจนการฝากเงิน จองตั๋ว คอนเสิร์ต และยังมีอื่น ๆ อีกที่ยังไม่ได้พูดถึง เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวทำได้ครบ จบทุกอย่าง

ร้าน 7-Eleven

คงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราจะเห็นผลประกอบการของร้าน 7-Eleven ในแต่ละไตรมาสมีรายได้ในระดับสูง แม้ช่วงการแพร่ระบาดโควิดอาจจะมีสะดุดลดลงอยู่บ้าง แต่เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การทำธุรกิจก็เดินหน้าเต็มสูบอีกครั้ง สามารถสร้างกลยุทธ์ ทำการตลาดได้อย่างเต็มที่

อย่างไตรมาส 3/2566 ที่ smartsme จะยกมานำเสนอในบทความนี้

ร้าน 7-Eleven ภายใต้การบริหารของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 99,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 3,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

เมื่อลงรายละเอียดของตัวเลขที่เกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อ พบว่ายอดขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 79,308 บาท ยอดซื้อต่อบิลประมาณ 82 บาท ลูกค้าเฉลี่ยต่อวัน 959 คน ด้านสัดส่วนรายได้ 75.4% มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และ 24.6% มาจากสินค้าอุปโภค โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั่วประเทศ 14,391 สาขา แบ่งเป็น (1) สาขาบริษัท 7,258 สาขา และ (2) ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,133 สาขา

ร้าน 7-Eleven

โดยจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แม้ว่าจะมีฝนตกตลอดไตรมาสก็ตาม ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ร้าน 7-Eleven ได้รับอานิสงส์ จากนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น

7-Eleven ใช้กลยุทธ์อะไร

จากรายงานการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการสำหรับผลการดำเนินงาน (MD&A) ในไตรมาส 3/2566 ระบุว่าตัวเลขรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันจากปีก่อน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป กับการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชัน ซึ่งดึงดูดให้ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องนี้เลย คือการออกแสตมป์แคมเปญที่สามารถใช้แทนเงินสด หรือเก็บสะสมได้ครบจำนวนที่กำหนดก็สามารถนำมาแลกเป็นสินค้าได้

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ที่เรียกว่า O2O โดยเป็นโมเดลธุรกิจแบบออฟไลน์กับออนไลน์ ซึ่งสำคัญอย่างมากในยุคนี้ เพราะเป็นการปิดจุดอ่อน สร้างจุดแข็ง ผสมผสานทั้งสองรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อมาดูที่ร้าน 7-Eleven ก็จะพบว่าธุรกิจมีร้านค้าที่เป็นออฟไลน์ และการสั่งซื้อของผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมจัดส่งในรูปแบบเดลิเวอรี่ เหล่านี้ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคปัจจุบันเป็นอย่างดี

ในส่วนของรายจ่ายนั้น ซีพีออลล์ยังพยายามที่จะควบคุมรายจ่ายอย่างรัดกุม ตลอดจนขยายสาขา 7-Eleven ตามแผนที่วางไว้ สอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว และทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะลงทุนเปิดสาขาใหม่ในไทยอีกประมาณ 700 สาขา ในปี 2566

อีกทั้ง การเพิ่มช่องทางเข้าถึงสินค้า และบริการสำหรับลูกค้า โดยที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 7-Delivery, All Online และ Vending Machine ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคาดการณ์รายได้ของธุรกิจแล้วว่าจะมาจากสาขาใหม่ และอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยร้านเดิม

เรียกได้ว่า การทำธุรกิจร้านสะดวกซื้อของซีพีออลล์ มีการใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ

ที่มา: set, Cpall

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...