“ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ไม้ต่อมือ 3 ธุรกิจค้าทองคําแท่ง Gcap Gold
Gcap Gold คือหนึ่งในผู้เล่น “ธุรกิจค้าทองคําแท่ง” ที่ยืนหยัดในแวดวงมากว่า 83 ปี จากจุดเริ่มต้นธุรกิจค้าทองคำที่จังหวัดปราจีนบุรีเมื่อปี 2483 ก่อนจะขยายเป็นอาณาจักรค้าส่งทองรูปพรรณในกรุงเทพฯภายใต้ชื่อ “ห้างทองจิ้นไถ่เฮง” (แม่ฉไฉน) ย่านวรจักร แตกแขนงเป็น“ห้างทองโกลด์สยาม” ย่านศาลาเฉลิมกรุง ในเวลาต่อมา
และจดทะเบียนในนาม “บริษัท จีแคป จำกัด” เพื่อผลิตและจำหน่ายทองคำยี่ห้อ “GCAP GOLD” ในปี 2550
ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ในฐานะ “ประธานกรรมการบริหารธุรกิจค้าทองคําแท่ง Gcap Gold” ซึ่งเข้ามาต่อยอดอาณาจักรGCAP GOLDให้กว้างใหญ่กว่าเดิมจากผู้นำเข้าและส่งออกทองคำรายใหญ่ในประเทศไทยสู่บริการเทรดทอง, ออมทอง, ทองคำแท่ง, และ Gold Gift Card ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางการขายให้หลากหลาย ทั้งการซื้อ-ขายที่ทำการบริษัท, ผ่านระบบโทรศัพท์ รวมทั้งระบบออนไลน์
“ซื่อตรง-ไม่บิดพลิ้ว” กลยุทธ์บริหารธุรกิจค้าทอง ส่งตรงจากรุ่นปู่
“ธนพิศาล” ฉายภาพกลยุทธ์ที่ทำให้ “GCAP GOLD” แตกต่างจาก “ธุรกิจค้าทองคําแท่ง” เจ้าอื่นในตลาดว่าGCAP GOLDมีพื้นฐานมาจากห้างทองที่มีมานานแล้วกว่า 80 ปี และมีบริษัทในเครือเป็นโรงงานหลอมทองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นเจ้าแรกๆที่นำเข้า-ส่งออกทองคำ ดังนั้น “ประสบการณ์” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารธุรกิจทองคำ เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจค้า-ขายทองคำคือ “ เงินต้องเร็ว ทองคำต้องมีให้ลูกค้า”
“เราผ่านร้อนผ่านหนาวในวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาทองขึ้นแรงๆหรือลงแรงๆ เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งเซอร์วิสที่ดีสุดและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีกและลูกค้ารายย่อย เราเชื่อว่าเรามีจุดขายในเรื่องของ “การบริการ” และ “ประสบการณ์” ในการรับมือวิกฤตปัญหาต่างๆ และบริการลูกค้าได้ทันท่วงที
สิ่งสำคัญคือ “ไม่เอาเปรียบลูกค้า” เราเป็นคนกลางที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะไม่ผิดนัดกับลูกค้า พูดคำไหนคำนั้น นี่เป็นสิ่งที่คุณปู่-คุณพ่อสอนมา เวลาเราทำธุรกิจก็ควรจะตรงไปตรงมาและไม่บิดพลิ้วกับคำพูดที่ให้กับลูกค้า นี่เป็นหัวใจสำคัญของGCAP GOLD ในการสร้างความเชื่อถือ และทำธุรกิจทองคำ”
จากธุรกิจค้าส่งสู่พอร์ตออมทอง
ปัจจุบัน GCAP มีร้านค้าส่งทองรูปพรรณ 2 สาขา และฮับพันธมิตรในการส่งมอบทอง 4 แห่ง อย่างไรก็ตามผู้บริหารมองว่า “ตอนนี้ในโลกออนไลน์สามารถซื้อขายทองคำแท่งได้แล้ว” ดังนั้นต่อให้ไม่มีการขยายสาขาแต่ GCAP ยังสามารถทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองบน Application และส่งของถึงมือลูกค้าได้ โดยคอนโทรลทุกอย่างจากสำนักงานใหญ่ที่เดียว
“แต่ก่อนธุรกิจอาจจะมีรูปแบบดั้งเดิม ในสมัยคุณพ่อการบริหารมีความชัดเจนว่าเป็นร้านค้าส่ง-ร้านค้าปลีก -ผู้นำเข้า-ส่งออกเป็นทอดๆ ซึ่งสมัยดั้งเดิมทุกคนจะถนัดในสิ่งที่ตัวเองมี ทำให้การทำงานง่าย สบาย ไม่ซับซ้อน แต่พอทองคำเริ่มบูมนัยหนึ่งเป็นโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น จากผู้เล่นมากขึ้นที่มากขึ้น
สิ่งที่ตามมาคือทุกคนต้องปรับตัวในการแข่งขันและในการหาลูกค้าใหม่ๆ เราเองก็ต้องปรับตัวเข้าไปถึงนักลงทุนให้ได้ ถ้ายังอยู่แบบเดิมขายทองรูปพรรณหรือทองคำแท่งอย่างเดียววันนี้ก็แข่งขันในตลาดไม่ได้ เมื่อโลกเปลี่ยนไป สินค้าเปลี่ยนไป การบริการสินค้าเปลี่ยนไป การลงทุนเปลี่ยนไปเราต้องตามพวกนี้ให้ได้ ถ้าเราอยู่เฉยๆเราก็จะล้าหลัง”
ภายใต้การบริหารของ“ธนพิศาล” หนึ่งในวิธีเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆคือ“การออมทอง” ซึ่งเป็นกลยุทธิ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการออมทองแบบคนรุ่นเก่าที่มักจะซื้อทองคำรูปพรรณมาเก็บไว้ซึ่งมีจุดอ่อนคือ เมื่อนำไปขายคืนมักจะโดนค่าเสื่อมทำให้ผลตอบแทนที่ได้ลดลง ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาลงทุนทองผ่านการออมทองมากขึ้น เพราะเข้าถึงง่ายและสดวกสามารถทำธุรกิจผ่าน Application บนมือถือได้ทันที
“ตอนนี้ทองคำเมืองไทยวิวัฒนาการไปเยอะ มีทั้งรูปแบบทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ การออมทองในรูปแบบฟิวเจอร์ในตลาดหลักทรัพย์ก็มี เพราะฉะนั้นทองเราสามารถเข้าถึงได้จากหลายๆช่องทาง ลูกค้าขาประจำของเราเองกลุ่มผู้สูงอายุก็ยังมีกำลังซื้อเพราะว่าราคาทองแพง ดังนั้นในส่วนของการเทรดดิ้งอาจไม่จำเป็นเพราะเป็นการซื้อมาขายไปไม่ได้ถือออมแล้วเก็บยาวๆ
แต่วินัยการออมก็สำคัญเราต้องให้ความรู้ให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยลง เพราะการซื้อทองเพื่อออมเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณกำลังซื้ออาจจะไม่ถึง เราเชื่อว่าคนไทยออมเก่งมากและยังจะเติบโตได้อีกและถ้าเราสามารถลงลึกไปถึงรุ่นเด็กๆก็เป็นเรื่องที่ดี เขาจะมีเงินก้นถุงหรือมีทุนสำหรับตอบโจทย์ความต้องการของเขาในอนาคตได้ คนที่ออมทองกับ GCAP สามารถรับเป็นทองไปเก็บไว้เองหรือหรือฝากไว้กับ เราและมาเบิกกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะจะตัดซื้อโดยนำเงินที่ลูกค้าออมไปซื้อทองในราคาตลาดโลก เป็นเศษทองมาเก็บแยกให้แต่ละคน เมื่อเก็บครบที่ต้องการก็สามารถมาเบิกได้”
วางเป้า 3 ปี เติบโตเท่าตัว
ปัจจุบันทองคำแท่งยังคงเป็นพอร์ตใหญ่ของ GCAP กว่า 90 % เพราะเป็นธุรกิจหลัก โดยมีทั้งทองคำ 99.99 และ 96.5 ซึ่งแต่ละชนิดจะมีหลายไซส์ นอกจากนี้ยังมี Gift Card ออมทองและ Trading เข้ามาเสริมพอร์ต
“การออมทองเป็นธุรกิจที่ต้องค่อยๆสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจ และค่อยๆเติบโตที่ผ่านมาก็มีการเติบโตเรื่อยๆ และยังมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นกว่านี้ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนตัวเองเป็นนักลงทุน เริ่มเข้าถึงทองคำและต้องการออม ในพอร์ตออมทองของ GCAP ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 4,000 กว่ารายสิ่งที่เราต้องทำคือปรับตัวเข้าหาลูกค้า ให้รวดเร็วทันใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา เซอร์วิสและการทำให้การค้าขายทองคำง่ายขึ้นโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นออมทองเวอร์ชั่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวออกมา”
ผู้บริหารกล่าวปิดท้ายอย่างน่าสนใจถึงก้าวต่อไปของ GCAP ว่า “ภายใน 3 ปีนี้เราคาดหวังว่าจะเติบโตมากกว่าปัจจุบัน 1 เท่าตัว โดยจะเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าในพอร์ตออมทอง ลูกค้าปลีกและลูกค้าบุคคลธรรมดามากขึ้นควบคู่ไปกับการโตในเรื่องของร้านค้าส่ง-ร้านค้าปลีก เพราะเราเชื่อว่าเรามีศักยภาพ มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทองคำ การมีมาตรฐานที่ดี และตอบโจทย์ลูกค้าได้ นอกจากนี้เราจะใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์เรื่องปัจจัยซื้อขายเพื่อทำกำไรมากที่สุดให้ลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทำกำไรจากการซื้อ-ขาย-ออมทองในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย”