โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ไม้ต่อมือ 3 ธุรกิจค้าทองคําแท่ง Gcap Gold

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2566 เวลา 04.31 น.

Gcap Gold คือหนึ่งในผู้เล่น “ธุรกิจค้าทองคําแท่ง” ที่ยืนหยัดในแวดวงมากว่า 83 ปี จากจุดเริ่มต้นธุรกิจค้าทองคำที่จังหวัดปราจีนบุรีเมื่อปี 2483 ก่อนจะขยายเป็นอาณาจักรค้าส่งทองรูปพรรณในกรุงเทพฯภายใต้ชื่อ “ห้างทองจิ้นไถ่เฮง” (แม่ฉไฉน) ย่านวรจักร แตกแขนงเป็น“ห้างทองโกลด์สยาม” ย่านศาลาเฉลิมกรุง ในเวลาต่อมา

และจดทะเบียนในนาม บริษัท จีแคป จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายทองคำยี่ห้อ “GCAP GOLD” ในปี 2550

ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ในฐานะ “ประธานกรรมการบริหารธุรกิจค้าทองคําแท่ง Gcap Gold” ซึ่งเข้ามาต่อยอดอาณาจักรGCAP GOLDให้กว้างใหญ่กว่าเดิมจากผู้นำเข้าและส่งออกทองคำรายใหญ่ในประเทศไทยสู่บริการเทรดทอง, ออมทอง, ทองคำแท่ง, และ Gold Gift Card ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางการขายให้หลากหลาย ทั้งการซื้อ-ขายที่ทำการบริษัท, ผ่านระบบโทรศัพท์ รวมทั้งระบบออนไลน์

“ซื่อตรง-ไม่บิดพลิ้ว” กลยุทธ์บริหารธุรกิจค้าทอง ส่งตรงจากรุ่นปู่

“ธนพิศาล” ฉายภาพกลยุทธ์ที่ทำให้ GCAP GOLD” แตกต่างจาก “ธุรกิจค้าทองคําแท่ง” เจ้าอื่นในตลาดว่าGCAP GOLDมีพื้นฐานมาจากห้างทองที่มีมานานแล้วกว่า 80 ปี และมีบริษัทในเครือเป็นโรงงานหลอมทองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นเจ้าแรกๆที่นำเข้า-ส่งออกทองคำ ดังนั้น “ประสบการณ์” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารธุรกิจทองคำ เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจค้า-ขายทองคำคือ “ เงินต้องเร็ว ทองคำต้องมีให้ลูกค้า”

เราผ่านร้อนผ่านหนาวในวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาทองขึ้นแรงๆหรือลงแรงๆ เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งเซอร์วิสที่ดีสุดและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีกและลูกค้ารายย่อย เราเชื่อว่าเรามีจุดขายในเรื่องของ “การบริการ” และ “ประสบการณ์” ในการรับมือวิกฤตปัญหาต่างๆ และบริการลูกค้าได้ทันท่วงที

สิ่งสำคัญคือ “ไม่เอาเปรียบลูกค้า” เราเป็นคนกลางที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะไม่ผิดนัดกับลูกค้า พูดคำไหนคำนั้น นี่เป็นสิ่งที่คุณปู่-คุณพ่อสอนมา เวลาเราทำธุรกิจก็ควรจะตรงไปตรงมาและไม่บิดพลิ้วกับคำพูดที่ให้กับลูกค้า นี่เป็นหัวใจสำคัญของGCAP GOLD ในการสร้างความเชื่อถือ และทำธุรกิจทองคำ”

จากธุรกิจค้าส่งสู่พอร์ตออมทอง

ปัจจุบัน GCAP มีร้านค้าส่งทองรูปพรรณ 2 สาขา และฮับพันธมิตรในการส่งมอบทอง 4 แห่ง อย่างไรก็ตามผู้บริหารมองว่า “ตอนนี้ในโลกออนไลน์สามารถซื้อขายทองคำแท่งได้แล้ว” ดังนั้นต่อให้ไม่มีการขยายสาขาแต่ GCAP ยังสามารถทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองบน Application และส่งของถึงมือลูกค้าได้ โดยคอนโทรลทุกอย่างจากสำนักงานใหญ่ที่เดียว

“แต่ก่อนธุรกิจอาจจะมีรูปแบบดั้งเดิม ในสมัยคุณพ่อการบริหารมีความชัดเจนว่าเป็นร้านค้าส่ง-ร้านค้าปลีก -ผู้นำเข้า-ส่งออกเป็นทอดๆ ซึ่งสมัยดั้งเดิมทุกคนจะถนัดในสิ่งที่ตัวเองมี ทำให้การทำงานง่าย สบาย ไม่ซับซ้อน แต่พอทองคำเริ่มบูมนัยหนึ่งเป็นโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น จากผู้เล่นมากขึ้นที่มากขึ้น

สิ่งที่ตามมาคือทุกคนต้องปรับตัวในการแข่งขันและในการหาลูกค้าใหม่ๆ เราเองก็ต้องปรับตัวเข้าไปถึงนักลงทุนให้ได้ ถ้ายังอยู่แบบเดิมขายทองรูปพรรณหรือทองคำแท่งอย่างเดียววันนี้ก็แข่งขันในตลาดไม่ได้ เมื่อโลกเปลี่ยนไป สินค้าเปลี่ยนไป การบริการสินค้าเปลี่ยนไป การลงทุนเปลี่ยนไปเราต้องตามพวกนี้ให้ได้ ถ้าเราอยู่เฉยๆเราก็จะล้าหลัง”

ภายใต้การบริหารของ“ธนพิศาล” หนึ่งในวิธีเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆคือ“การออมทอง” ซึ่งเป็นกลยุทธิ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการออมทองแบบคนรุ่นเก่าที่มักจะซื้อทองคำรูปพรรณมาเก็บไว้ซึ่งมีจุดอ่อนคือ เมื่อนำไปขายคืนมักจะโดนค่าเสื่อมทำให้ผลตอบแทนที่ได้ลดลง ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาลงทุนทองผ่านการออมทองมากขึ้น เพราะเข้าถึงง่ายและสดวกสามารถทำธุรกิจผ่าน Application บนมือถือได้ทันที

“ตอนนี้ทองคำเมืองไทยวิวัฒนาการไปเยอะ มีทั้งรูปแบบทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ การออมทองในรูปแบบฟิวเจอร์ในตลาดหลักทรัพย์ก็มี เพราะฉะนั้นทองเราสามารถเข้าถึงได้จากหลายๆช่องทาง ลูกค้าขาประจำของเราเองกลุ่มผู้สูงอายุก็ยังมีกำลังซื้อเพราะว่าราคาทองแพง ดังนั้นในส่วนของการเทรดดิ้งอาจไม่จำเป็นเพราะเป็นการซื้อมาขายไปไม่ได้ถือออมแล้วเก็บยาวๆ

แต่วินัยการออมก็สำคัญเราต้องให้ความรู้ให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยลง เพราะการซื้อทองเพื่อออมเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณกำลังซื้ออาจจะไม่ถึง เราเชื่อว่าคนไทยออมเก่งมากและยังจะเติบโตได้อีกและถ้าเราสามารถลงลึกไปถึงรุ่นเด็กๆก็เป็นเรื่องที่ดี เขาจะมีเงินก้นถุงหรือมีทุนสำหรับตอบโจทย์ความต้องการของเขาในอนาคตได้ คนที่ออมทองกับ GCAP สามารถรับเป็นทองไปเก็บไว้เองหรือหรือฝากไว้กับ เราและมาเบิกกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะจะตัดซื้อโดยนำเงินที่ลูกค้าออมไปซื้อทองในราคาตลาดโลก เป็นเศษทองมาเก็บแยกให้แต่ละคน เมื่อเก็บครบที่ต้องการก็สามารถมาเบิกได้”

วางเป้า 3 ปี เติบโตเท่าตัว

ปัจจุบันทองคำแท่งยังคงเป็นพอร์ตใหญ่ของ GCAP กว่า 90 % เพราะเป็นธุรกิจหลัก โดยมีทั้งทองคำ 99.99 และ 96.5 ซึ่งแต่ละชนิดจะมีหลายไซส์ นอกจากนี้ยังมี Gift Card ออมทองและ Trading เข้ามาเสริมพอร์ต

“การออมทองเป็นธุรกิจที่ต้องค่อยๆสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจ และค่อยๆเติบโตที่ผ่านมาก็มีการเติบโตเรื่อยๆ และยังมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นกว่านี้ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนตัวเองเป็นนักลงทุน เริ่มเข้าถึงทองคำและต้องการออม ในพอร์ตออมทองของ GCAP ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 4,000 กว่ารายสิ่งที่เราต้องทำคือปรับตัวเข้าหาลูกค้า ให้รวดเร็วทันใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา เซอร์วิสและการทำให้การค้าขายทองคำง่ายขึ้นโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นออมทองเวอร์ชั่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวออกมา”

ผู้บริหารกล่าวปิดท้ายอย่างน่าสนใจถึงก้าวต่อไปของ GCAP ว่า “ภายใน 3 ปีนี้เราคาดหวังว่าจะเติบโตมากกว่าปัจจุบัน 1 เท่าตัว โดยจะเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าในพอร์ตออมทอง ลูกค้าปลีกและลูกค้าบุคคลธรรมดามากขึ้นควบคู่ไปกับการโตในเรื่องของร้านค้าส่ง-ร้านค้าปลีก เพราะเราเชื่อว่าเรามีศักยภาพ มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทองคำ การมีมาตรฐานที่ดี และตอบโจทย์ลูกค้าได้ นอกจากนี้เราจะใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์เรื่องปัจจัยซื้อขายเพื่อทำกำไรมากที่สุดให้ลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทำกำไรจากการซื้อ-ขาย-ออมทองในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...