ข้านี่แหละบุตรสาวอันดับหนึ่งของตระกูล!
ข้อมูลเบื้องต้น
ข้านี่แหละบุตรสาวอันดับหนึ่งของตระกูล!
名门嫡后
ผู้เขียน ฝานตั่ว 繁朵
ผู้แปล มณฑิรา ผาทอง
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย โดย Camellia Novel
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อยู่ดีๆ ‘ชิวเย่หลัน’ หญิงสาวสุดแกร่งที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในยุควันสิ้นโลก ก็ทะลุมิติมาอยุ่ในร่างของคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่ง
นางสวยเลิศล้ำ สูงศักดิ์บอบบาง…เดิมทีนึกว่าด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ คงจะได้ใช้ชีวิตสุขสบาย ที่ไหนได้ บิดาและพี่ชายกลับตายก่อนวัยอันควร มารดาก็ถูกวางยาพิษจนตายจากไปอีก ทิ้งนางให้ดิ้นรนมีชีวิตอยู่ท่ามกลางบรรดาญาติสารเลวจนแทบไม่ใช่มนุษย์
ถึงชีวิตจะไม่เป็นดั่งฝัน แต่คนอย่างนางซึ่งเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญในยุควันสิ้นโลกจะยังต้องกลัวอีกหรือ…อะไรนะ จะให้ใช้กำลังเข้าสู้งั้นหรือ ไม่ดีกว่า…นางจะงัดกลยุทธ์เด็ด…ทั้งการวางแผนเจ้าเล่ห์ กลอุบายสกปรก เล่นละคร บีบน้ำตา ใช้มารยาหญิง ทำตัวเป็นเหยื่อ เหล่านี้นางล้วนถนัดเป็นที่สุด…หากยังไม่ได้อีก…เช่นนั้นก็ด่ามาสิบด่ากลับร้อย หรือถึงที่สุดจะลงไม้ลงมือกันก็ย่อมได้ แค่ฆ่าคนจะนับเป็นเรื่องใหญ่อะไรกันเล่า!
คอยเบิกตาดูให้ดีว่าคุณหนูผู้ตกอับอย่างนางจะตอบโต้ทุกคนกลับอย่างสาสมอย่างไร และจะค่อยๆ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดให้ทุกคนได้ดู!
บทที่ 1 เจ้ารนหาที่ตายเอง!
บทที่ 1 เจ้ารนหาที่ตายเอง!
ณ เขาตี้จื่อกลางฤดูหนาว หิมะตกหนักเกล็ดหิมะปลิวว่อน
ตอนบ่าย ชิวเย่หลันเดินโขยกเขยกไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา
หิมะตกหนักจริงๆ ลมจากยอดเขาพัดลงมาดังซู่ ถึงแม้นางจะถอดเสื้อคลุมหนังสัตว์ออกเพื่อให้เดินสะดวก ก็ยังก้าวขาลำบาก
“น้องสาว น้องสาว! ปล่อยข้า! ปล่อยข้าเถิด!” คังจิ่นจางถูกรัดมือรัดเท้าทั้งสองข้างอย่างแน่นหนาด้วยเชือกป่านชุบน้ำ ปลายเชือกถูกนางลากไปตามพื้นหิมะ น้ำตาน้ำมูกกลายเป็นน้ำแข็ง พูดขอร้องอย่างหวาดผวา “เยว่จือหลอกข้า! เชื่อข้าเถิด! เชื่อข้า…ข้าเป็นพี่เจ้า เป็นญาติผู้พี่เจ้านะ!”
“เพิ่งนึกขึ้นได้หรือว่าเจ้าเป็นพี่ข้า” ชิวเย่หลันหยุดเดิน ก่อนปัดหิมะบนใบหน้า แล้วหันมองเขา พร้อมทำท่าเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม แล้วกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าแอบเข้ามาในห้องข้ากลางดึก ทำไมไม่คิด เยว่จือตกเป็นเหยื่อแทนข้า นึกหรือว่าข้าไม่รู้ ความจริงเจ้าคิดจะข่มขืนใคร”
คังจิ่นจางตกใจจนหน้าซีด “เจ้ารู้หรือ!”
“คืนนั้นข้ามีธุระออกไปข้างนอก เลยให้เยว่จือมานอนเตียงข้า นึกไม่ถึงว่าทำให้นางถูกทำร้าย…” ชิวเย่หลันยิ้ม ใบหน้างดงามเหมือนดอกหลี่ไม่ลังเลที่จะดึงเชือกแล้วลากขึ้นเขาต่อไป
“คืนนั้น…คืนนั้นข้าดื่มหนักไปหน่อย! จริงนะ!” คังจิ่นจางจำได้ลางๆ ว่าทิศทางนี้นำไปสู่หน้าผาชัน เขาตกใจจนขวัญกระเจิง พูดอ้อนวอนตะกุกตะกัก “น้องสาวฟังข้าพูด! เยว่จือเป็นแค่สาวใช้ ท่านยายรักข้าที่สุด ถ้าครั้งนี้เจ้าปล่อยข้า กลับไปแล้วข้าจะหาคนที่ดีกว่านางให้เจ้าสิบคน ไม่สิ ร้อยคน!”
พอเห็นชิวเย่หลันไม่แยแส เขาจึงรีบพูดย้ำ “น้องรู้ไหม เรื่องการหมั้นที่ท่านยายให้ลุงใหญ่เลือกให้เจ้ามีปัญหา…” พอเห็นชิวเย่หลันเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น คังจิ่นจางจึงร้องบอก “เติ้งอี้มีศักดิ์เป็นหลานของกว่างหยางอ๋อง รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา แต่ความจริงเขาชอบผู้ชาย! ไม่รับแม้แต่สาวใช้! ถ้าน้องปล่อยข้า กลับไปข้าจะช่วยขอร้องท่านยายให้ยกเลิกการหมั้น!”
“แม่ทัพหร่วนป่วยหนัก เขาเป็นตาแท้ๆ ของเจ้า! ถ้าเจ้าฆ่าข้า คงปิดบังท่านยายไม่ได้ แม้แต่เรื่องที่เจ้าแอบฝึกวรยุทธ์กับแม่ทัพหร่วนก็จะถูกเปิดเผย! เจ้าจะให้วาระสุดท้ายของแม่ทัพหร่วน
ไม่เป็นอันสงบหรือ” คังจิ่นจางเฟ้นหาเหตุผล ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “แล้วน้าสะใภ้รอง…
แม่เจ้าก็สุขภาพไม่ดี ครั้งนี้ที่ตั้งใจให้เจ้ามาหาข้า ไม่ใช่เพื่อเอาใจท่านยายหรือ เจ้า…เจ้าไม่กลัวท่านยายเอาชีวิตแม่เจ้ามาชดใช้ให้ข้าหรือ!”
ชิวเย่หลันปล่อยเขาอีกครั้ง ก่อนยิ้มให้ แล้วก้มลงตบหน้าเขาอย่างแรงสองฉาด!
“พูดต่อสิ ข้าฟังอยู่ ดูว่าเจ้าจะพูดให้ข้าใจอ่อนไว้ชีวิตเจ้าได้หรือไม่” พูดจบก็ลากคังจิ่นจางต่ออย่างสบายอารมณ์
คังจิ่นจางเห็นว่ายิ่งเข้าใกล้หน้าผามากเท่าไร ก็ยิ่งกลัวตายขึ้นทุกที “มีความลับอย่างหนึ่ง ถ้าเจ้าฆ่าข้า ชาตินี้เจ้าคงไม่รู้แน่!”
“หือ” ชิวเย่หลันดึงเชือกพลางหัวเราะ “ความลับอะไร”
“การตายของพี่ชายเจ้า!” พอพูดออกไป เขาก็ถูกปล่อยทันที
คังจิ่นจางโล่งอก แล้วรีบพูดต่อ “น้องสามไม่ได้ตายเพราะถูกชะตาเจ้าข่ม! ข้าได้ยินมากับหู เขาโดนคนในครอบครัวพวกเราฆ่า!” ด้วยเกรงว่าชิวเย่หลันจะเปลี่ยนใจ เขาจึงพูดออกมารวดเดียว “พอรู้ข่าวการตายของพ่อเจ้าไม่นาน น้องสามก็ตาย พอดีตอนนั้นเจ้าเพิ่งอายุครบหนึ่งขวบ! ท่านยายเลยเข้าใจว่าเป็นเพราะชะตาเจ้าข่มพ่อเจ้ากับพี่ชายเจ้า ก็เลยเกลียดเจ้ามาตลอด…”
“แล้วอย่างไร” ชิวเย่หลันลูบผม แล้วยิ้มให้เขา แววตาไร้ความรู้สึก “เจ้ารู้แต่กลับไม่พูดออกมา เวลาผ่านไปตั้งหลายปี ยังจะเหลือหลักฐานอะไร ข้ารู้หรือไม่รู้ จะมีผลอย่างไร”
“มีหลักฐาน! มีหลักฐาน!” คังจิ่นจางร้อนใจ “ข้ามีหลักฐานให้เจ้าดู! ข้าได้ยินมากับหู! ท่านยายต้องเชื่อข้าแน่ เจ้าก็รู้ว่าท่านยายรักข้าที่สุด!”
ชิวเย่หลันมองเขาอย่างเวทนา แล้วถอนหายใจ “แต่ไม่มีประโยชน์หรอก! เขาตายไปแล้ว ถึงจะหาฆาตกรเจอ ก็ไม่อาจทำให้เขาฟื้นได้”
พูดจบนางก็ลากคังจิ่นจางขึ้นเขาต่อ
คังจิ่นจางเห็นว่าหน้าผาอยู่ไม่ไกล จึงดิ้นทุรนทุรายบนพื้นหิมะ พลางร้องห่มร้องไห้ “น้อง…อย่า! น้องปล่อยข้าเถิด! ขอร้องละ! ขอร้องละ! ต่อไปข้าจะไม่บังอาจคิดร้ายต่อเจ้าอีก! ข้าจะไม่ร่วมมือกับท่านยายหาเรื่องครอบครัวเจ้าอีก! ขอแต่เจ้าปล่อยข้า วันหลังจะให้ข้าทำอะไรก็ยอม! ขอร้องละ! เราเป็นพี่น้องกัน เป็นพี่น้องกันนะ!”
ชิวเย่หลันสีหน้าครุ่นคิด
คังจิ่นจางเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายได้ “น้องว่ามา! ว่ามาเลย! ป้าสะใภ้ใหญ่รังแกพวกเจ้ามาตลอดไม่ใช่หรือ ข้ากลับไปพูดคำเดียว ท่านยายก็จะจัดการนาง…”
“เจ้ามียาถอนพิษผงสะกดวิญญาณไหม” ชิวเย่หลันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ถ้ามี ข้าจะปล่อยเจ้าลงจากเขาทันที!”
“ผงสะกดวิญญาณหรือ” คังจิ่นจางตะลึงงัน “ผงสะกดวิญญาณไม่มียาถอนพิษ… ไม่! น้องสาว ไม่มีจริงๆ! เจ้าเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ รับรองข้าทำได้…”
ชิวเย่หลันยิ้มมุมปาก “งั้นก็ไม่ต้อง…เมื่อครู่เจ้าบอกไม่ใช่หรือว่าแม่ทัพหร่วนกับน้าสะใภ้รองของเจ้ากำลังป่วยหนัก สองคนนี้ถูกท่านยายลู่ที่แสนดีของเจ้าวางยาด้วยผงสะกดวิญญาณ! ข้ารู้ดีว่าเจ้าร่วมมือกับนางลู่หลอกข้ามาที่
ภูเขานี่คงไม่มีเจตนาดีแน่ ทำไมข้าต้องเชื่อฟังคำของน้าสะใภ้รองของเจ้าล่ะ”
“เจ้าคิดว่าข้าจะมียาถอนพิษผงสะกดวิญญาณหรือ!” คังจิ่นจางคิดเสียใจภายหลังจนแทบอยากจะพุ่งชนหน้าผาเสีย ก่อนรีบร้องบอก “ช้าก่อน! ข้านึกออกแล้ว ท่านยายเคยให้หีบข้ามาใบหนึ่ง เหมือนจะบอกว่าเกี่ยวข้องกับผงสะกดวิญญาณ…”
“ข้าไม่คิดว่าจะได้ยาถอนพิษจากเจ้า” ชิวเย่หลันตัดบท ก่อนลากเขาขึ้นไปยังหน้าผา แล้วพูดอย่างเย็นชา “เจ้าอย่าหวังว่าจะเอาชีวิตน้าสะใภ้รองมาแลกกับชีวิตเจ้า รู้ไหมว่าทำไม”
คังจิ่นจางรู้สึกว่าลำตัวครึ่งหนึ่งอยู่พ้นหน้าผา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่บนหน้าผา เขาตกใจจนขวัญกระเจิง พลางถามอย่างไม่รู้ตัว “ทำไมหรือ”
“เพราะแม่ของร่างนี้ตายเพราะยาพิษเมื่อหลายวันก่อนแล้ว” ชิวเย่หลันมองหน้าเขาพลางยิ้มร่า “ก่อนกินยาพิษนางได้บอกให้ลูกสาวมาที่นี่ เพราะเห็นว่าที่นี่เป็นเขาสูงป่าลึกมีหิมะปกคลุมห่างไกลผู้คน หลบหนีได้ง่าย!”
นางผลักร่างของคังจิ่นจางออกนอกหน้าผา แล้วยิ้มพลางกล่าวด้วยถ้อยคำที่คังจิ่นจางฟังไม่เข้าใจ “เพื่อให้ลูกสาวไปจากตระกูลชิวอย่างวางใจ แม้แม่ของร่างนี้จะสามารถทนต่อยาพิษผงสะกดวิญญาณได้อีกครึ่งปี แต่นางก็ยินดีจากไปก่อน…ข้าครองร่างของลูกสาวตระกูลนี้อยู่ ถ้าไม่ช่วยนางจัดการอะไรบ้าง ก็คงรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย เจ้าว่าไหม”
“หา…!!!”
“เดิมทีไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะไม่ตาย แต่พอเจ้าตะโกนออกมาเช่นนี้ เลยต้องถูกฝังทั้งเป็นอย่างทรมาน!” ชั่วพริบตา เสียงหิมะถล่มก็ดังขึ้น ชิวเย่หลันถอนหายใจขณะหลบอยู่ในถ้ำใกล้หน้าผา “ที่จริงแล้วข้าไม่คิดจะผลักเจ้าลงไปตาย แค่อยากให้เจ้ากลบอยู่ใต้หิมะก่อนแล้วซักถามก็เท่านั้น…”
บทที่ 2 รอดตายหวุดหวิด
บทที่ 2 รอดตายหวุดหวิด
“โบยมัน! โบยมันให้ตายไปเลย!” ชิวอวี่ฉิงผมสยายเป็นกระเซิง ดวงตาแดงก่ำ พลางตะโกนสั่งให้คนลงโทษอย่างบ้าคลั่ง
“โบยมันให้เนื้อแตก ดูซิมันจะสารภาพไหมว่ามันเป็นคนทำร้ายจิ่นเอ๋อร์ผู้น่า
สงสารของข้า!”
หญิงร่างใหญ่ท่าทางโหดเหี้ยมสี่ห้าคนขานรับพลางเงื้อแส้ฟาดเสียงดังผัวะ ชิวเย่หลันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเบาๆ ศีรษะเอียงลงเหมือนพยายามจะดิ้น แต่กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
‘คิดว่าร่างนี้หมั้นหมายให้หลานชายกว่างหยางอ๋องแล้ว ตระกูลชิวถึงจะโหดร้ายแค่ไหนก็คงไม่ทำร้ายร่างนี้จนตาย’ ขณะถูกโบยชิวเย่หลันรู้สึกเจ็บแสบจนชาไปทั่วตัว! นางหายใจรวยรินพลางคิดในใจ ‘ถ้ารู้แต่แรกว่าป้าคังผู้นี้โหดเหี้ยมไม่คำนึงถึงกฎหมาย ข้าควรจะหนีไปตามคำสั่งเสียของแม่เจ้าของร่าง ไม่น่ากลับมาเสี่ยงที่นี่เลย แต่เพราะหิมะถล่มมิดจวน เงินติดตัวก็ไม่มี จึงไม่อาจหลบไปพึ่งครอบครัวน้าซึ่งอยู่ไกลโพ้นได้…’
อุตส่าห์หลุดพ้นจากวันสุดท้ายของภพก่อนมาได้ นึกไม่ถึงว่าพอทะลุมิติมายังภพนี้แล้ว จะต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายกว่าวันสุดท้ายของภพก่อน! อย่างน้อยภพก่อนก็ไม่เคยถูกโบยอย่างนี้!
เมื่อเห็นลมหายใจของชิวเย่หลันอ่อนลง พระชายาหยางแห่งซีเหออ๋องก็ขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ย “น้องสาว โบยพอสมควรแล้ว ปล่อยลงมาเถิด”
ชิวเย่หลันสติพร่าเลือน แต่พอได้ยินคำพูดนี้ ก็นึกในใจว่า ‘เท่าที่จำได้พระชายาหยาง
แห่งซีเหออ๋องไม่ชอบข้า แต่นางเกลียดป้าคังที่ถือตัวว่าเป็นคนโปรดของฮูหยินลู่แล้วเข้ามาชิงอำนาจ
ในจวนอ๋อง…ดูแล้วที่ข้ากลับมาวันนี้ ป้าคังคงเป็นคนออกคำสั่งให้จับข้าแขวนโบย โดยไม่ถามความเห็น
ของนาง ทำให้นางรู้สึกเสียหน้าในฐานะเจ้าบ้านหญิงแห่งจวนอ๋อง’
พอคิดได้อย่างนี้ ชิวเย่หลันจึงออกแรงเฮือกสุดท้าย กล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ป้าสะใภ้ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนตระกูลชิว ข้าทำผิดอะไร ถึงท่านแม่ของข้าจะจากไปแล้วแต่ก็ยังมีป้าสะใภ้ ป้าคังโบยข้าเช่นนี้ ถูกแบบแผนแล้วหรือ”
…ตอนที่พระชายาหร่วนยังมีชีวิตอยู่ นางใช้ชีวิตตามลำพัง ไม่สนใจเรื่องราวในจวนอ๋อง พระชายาหยางกับป้าคังคิดจะเล่นงานพระชายาหร่วน จึงร่วมมือกันบ้าง เวลานี้ไม่มีพระชายา
หร่วนเป็นเป้าหมายร่วมแล้ว ป้าทั้งสองจะขัดคอกันก็คงไม่แปลก!
“แบบแผนหรือ!” ชิวอวี่ฉิงเศร้าโศกกับการตายของลูกชายเพียงคนเดียว ยามนี้นางสิงโตกำลังโกรธจัด พอได้ยินก็เข้าไปตบหน้านางฉาดหนึ่ง ก่อนตะคอก “ในจวนอ๋อง ข้านี่แหละแบบแผน!”
“พอแล้ว!” นางพูดยังไม่ทันจบ พระชายาหยางที่ทนฟังไม่ไหวก็ลุกขึ้นพรวด แล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ชิวอวี่ฉิง เจ้าแต่งออกไปแล้ว ท่านอ๋องเห็นว่าเจ้าเข้ากับครอบครัวสามีไม่ได้ เป็นม่ายลูกสองจะลำบาก จึงรับเจ้ามาที่นี่…แต่เจ้ากลับยกตัวเป็นแบบแผนของจวนอ๋องแล้วหรือ พูดเช่นนี้ไม่เห็นท่านอ๋องกับข้าและท่านแม่อยู่ในสายตาแล้วใช่หรือไม่ จะให้จวนซีเหออ๋องเปลี่ยนเป็น
แซ่คังหรืออย่างไร”
จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับฮูหยินลู่ซึ่งกำลังหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา พลางพึมพำเรียกหาหลานผู้อาภัพ “ท่านแม่! โปรดตัดสินด้วย! จวนซีเหออ๋องเป็นของตระกูลชิวหรือตระกูลคัง ถ้าเป็นของตระกูลคัง ข้ากับลูกๆ คงไม่กล้ายึดครองพื้นที่ของน้องสาว!”
ฮูหยินลู่วางผ้าเช็ดหน้าลง กวาดสายตามองชิวเย่หลันอย่างเย็นชา “แค่เด็กแกล้งตายพูดยุแหย่คำเดียว เจ้าสองคนก็จะตีกันแล้วหรือ ยังมีสมองหรือเปล่า”
“เหตุผลนี้พระชายาหยางยังไม่เข้าใจหรือ” ชิวเย่หลันหลับตา ปล่อยให้ลมหายใจแผ่วลงอีกครั้ง จนแทบดูไม่ออกว่ายังหายใจอยู่ แต่ในใจกลับยิ้มหยัน “ยังไงนางก็ต้องลุกขึ้นมา…นางไม่ลุกขึ้นมาได้หรือ ข้าเกือบจะพูดออกมาต่อหน้าทุกคนว่านางเป็นหญิงเจ้าบ้านแห่งจวนอ๋องที่แท้จริง แต่กลับอยู่วงนอก หากนางยังไม่แสดงบทบาท วันหลังชิวอวี่ฉิงคงคุมจวนอ๋องได้หมด! ถึงเวลานั้นฐานะพระชายาของนาง
ก็จะถูกเย้ยหยัน!”
ความไม่พอใจฉายขึ้นบนใบหน้าพระชายาหยางแวบหนึ่งแล้วหายไป “ท่านแม่! พูดเช่นนี้ได้อย่างไร แคว้นมีกฎบ้านมีเกณฑ์ เย่หลันก็เป็นคนของตระกูลชิว ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นท่านหญิงหนิงอี๋! ถ้าจะสอบสวนนางเรื่องการตายของจิ่นเอ๋อร์ ก็ควรสอบถามก่อน ไม่ใช่จู่ๆ ก็ลงโทษเช่นนี้!”
ฮูหยินลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าเป็นคนเที่ยงธรรมสินะ! ที่พูดอย่างนี้หมายความว่าเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นพระชายาซีเหอ แต่ยายแก่อย่างข้าไม่ได้เป็นอะไรเลย! ข้าควรจะโขกหัวคารวะเจ้าใช่ไหม!”
ทุกคนในจวนซีเหออ๋องรู้ดี ฮูหยินลู่แค้นที่สุดที่ตนเป็นเมียน้อยของซีเหออ๋องเฒ่า แต่ถูกไท่เฟยแม่ของซีเหออ๋องเฒ่าขับออกจากตระกูล ทำให้เวลานี้แม้บุตรชายตนได้เป็นซีเหออ๋องแล้ว แต่ตนกลับไม่มีฐานะตำแหน่ง
พระชายาหยางพอได้ยินคำตำหนิ แทนที่จะรีบคุกเข่าขอรับโทษ กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ลูกไม่บังอาจ ท่านแม่คิดมากไปแล้ว!”
“พระชายาหยางคนนี้…” ชิวเย่หลันเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่พยายามเงี่ยหูฟัง ก่อนฉุกคิดในใจว่า ‘เมื่อครู่นางจงใจพูดหรือ เพื่อให้ข้าพูดประโยคนั้นออกมา นางจะได้หาเหตุวางอำนาจใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นนางลู่พูดรุนแรงเช่นนี้ พระชายาหยางก็น่าจะยอมอ่อนข้อ…ไม่รู้ว่าที่นางต่อล้อต่อเถียงกับนางลู่ตอนนี้ ต่อไปจะอธิบายกับซีเหออ๋องอย่างไร’
ในความทรงจำ ซีเหออ๋องลุงของเจ้าของร่างเป็นลูกกตัญญู…ดังนั้นเมื่อฮูหยินลู่ลำเอียงเข้าข้างลูกสาว พระชายาหยางจึงได้แต่มองดูน้องสาวผู้เป็นม่ายกลับบ้านมาแย่งอำนาจ…
พอนึกถึงตอนนี้ ชิวเย่หลันก็ปล่อยให้ศีรษะเอียงซบบนไหล่!
พระชายาหยางชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง ก่อนออกคำสั่ง “ยังไม่รีบปล่อยตัวท่านหญิงอีกหรือ สองวันก่อนฮองเฮามีพระบัญชาให้หญิงสูงศักดิ์เข้าเฝ้า และยังสั่งสอนว่าควรมีเมตตาต่อผู้น้อย ไม่รังแกคนที่ไม่มีความผิด…ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่เป็นท่านหญิง! นี่คิดจะทำให้ท่านอ๋องตกที่นั่งลำบากหรือ!”
สำเร็จแล้ว!
ชิวเย่หลันพอได้ยินคำนี้จึงวางใจ…นางกลัวว่าพระชายาหยางจะพูดช่วยนาง เพื่อยุให้สองแม่ลูกแซ่ลู่โกรธจนฆ่านางทิ้ง จากนั้นจึงจับผิดสองแม่ลูกที่ฆ่าท่านหญิงผู้ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก…
แต่เวลานี้พอพระชายาหยางยกเรื่องฮองเฮาขึ้นมา ชิวเย่หลันจึงเชื่อว่านางไม่อยากให้ตนตาย
ชิวอวี่ฉิงพอได้ยินพี่สะใภ้ยกฮองเฮาขึ้นมา ใบหน้าก็กระตุกเช่นเดียวกับฮูหยินลู่ ไม่พูดอะไรอีก ทั้งตกใจและทั้งโกรธ…ทรุดนั่งลงกับพื้น เอามือตบต้นขาแล้วร้องไห้โฮ “เจ้ามันสะใภ้ใจดำ…ลูกชายคนเดียวสุดที่รักของข้าตายแล้ว! แค่ฟาดเด็กสารเลวไม่กี่ที เจ้าก็จะปล่อยมัน! เจ้ามีหัวใจหรือเปล่า! เจ้าส่งเสริมให้มันฆ่าลูกชายข้าใช่ไหม ใช่ไหม! พูดซิ! พูดออกมาให้ชัด!!”
“อุดปากนางที!” พระชายาหยางแววตาดุดัน ตบโต๊ะแล้วตะคอก!
“ฮูหยิน! ฮูหยิน! ฮูหยินเป็นอะไรไป!” พระชายาหยางพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินสาวใช้ใหญ่น้อยพากันร้องด้วยความตกใจ พอหันไปมอง ก็เห็นฮูหยินลู่ยกนิ้วชี้มาที่ตน มือหนึ่งกุมอก ตาเหลือก ท่าทางเหมือนจะเป็นลม!
พระชายาหยางขบฟันด้วยความโกรธ “ยังไม่รีบพยุงฮูหยินกลับไปพักอีกหรือ!”
ขณะนั้นเอง มีชายชุดยาวสีแดงเข้ามาอย่างเร่งรีบ พอเห็นชิวเย่หลันถูกแขวนบนขื่อ ก็ขมวดคิ้ว ตะวาดว่า “บ้าหรือ! ทำอะไรกันนี่! ยังไม่รีบปล่อยนางลงอีก!”
เมื่อเห็นหน้าคนที่เข้ามาชัดเจน ทุกคนก็ตกตะลึง
ชิวเย่หลันนึกว่าซีเหออ๋องซึ่งไม่ชอบหน้าตนมาโดยตลอดคงจะถูกตอบโต้…แต่ชิวอวี่ฉิงพูดเสียงแหลมขึ้นทันที “พี่ใหญ่ พี่เลอะเลือนไปแล้วหรือ นางสารเลวนี่เป็นคนฆ่าจิ่นเอ๋อร์…”
“หุบปากเดี๋ยวนี้!” ซีเหออ๋องชิวเมิ่งหมิ่นสีหน้าบึ้งตึง เพราะเห็นว่าเป็นน้องท้องเดียวกัน เขาจึงตามใจน้องสาวมาตลอด เวลานี้กลับตะคอกใส่นาง “เมื่อครู่แม่ทัพน้อยเจียงเพิ่งมาที่นี่ สอบถามว่าครึ่งชั่วยามมานี้ครอบครัวเราทำอะไรอยู่ ส่งเสียงดังจนครอบครัวเขาไม่เป็นอันสงบ…ฮูหยินฉินกว๋อกงมาพักที่จวนตระกูลเจียงกำแพงติดกัน นางเป็นแม่ของฮองเฮา! พวกเจ้ายังไม่รีบจัดการหรือ! จะให้เขาเข้ามาตรวจหรืออย่างไร!”
บทที่ 3 ญาติใจโหด (1)
บทที่ 3 ญาติใจโหด (1)
“ท่านหญิงเจ็บแย่เลย” ช่วงเย็นซูเหอสาวใช้ใกล้ชิดยกยาเข้ามาป้อนชิวเย่หลันทีละช้อน ซูเหอมองแผลที่ใส่ยาแล้วแต่ยังดูน่ากลัว ก่อนเบือนหน้าหนี แล้วเช็ดน้ำตากับไหล่เสื้อ “ท่านป้าใจร้ายจริงๆ!”
“เคราะห์ดีที่ท่านอ๋องมาทันเวลา” ป้าโจวซึ่งติดตามพระชายาหร่วนผู้เสียชีวิตถึงกับตาแดง แต่ยังฝืนยิ้มปลอบใจ “ท่านอ๋องเอ่ยปากพูดแล้ว ต่อไปท่านหญิงก็รักษาแผล รอให้แผลหาย…ค่อยให้คุณชายช่วยหาเหตุผล รับท่านหญิงไปอยู่ที่จวนแม่ทัพ…”
ซูเหอเป็นหลานของป้าโจว เวลานี้ในห้องไม่มีคนอื่น นางโพล่งออกมาอย่างเหลืออด “ท่านอ๋องหรือจะจริงใจช่วยท่านหญิง ก็แค่กลัวมีเสียงเล็ดลอดไปถึงจวนติดกันที่ฮูหยินฉินกว๋อกงมาชมดอกเหมย ถึงได้ให้คนปล่อยตัวท่านหญิง! ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ทัพน้อยเจียงมาหา ท่านหญิงของเราคงจะ…”
“พูดเบาหน่อย!” ป้าโจวขมวดคิ้ว แล้วเตือนเสียงเบา “เจ้าอยากให้ท่านหญิงตายหรืออย่างไร!”
จากนั้นจึงหันมากล่าวกับชิวเย่หลันเสียงเบา “ท่านหญิง เราอาศัยคนอื่นอยู่ ท่านหญิง…อดทนหน่อยเจ้าค่ะ! อย่าแสดงความโกรธท่านอ๋องเด็ดขาด!”
“ป้าโจว ข้ารู้” ชิวเย่หลันไอพร้อมมีเลือดออกมา แล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่แค่ท่านอ๋อง แม้แต่ป้าคังข้าก็ให้อภัย เพราะยังไงคังจิ่นจางก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของนาง”
เมื่อซูเหอได้ยินน้ำเสียงราบเรียบเช่นนี้ ก็มองหน้านางอย่างประหลาดใจ แต่กลับเห็นชิวเย่หลันสีหน้าเรียบเฉย แววตาลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งได้…มองแค่แวบเดียวซูเหอก็อดขนลุกไม่ได้!
“ท่านหญิงเข้าใจก็ดีแล้ว” ป้าโจวเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของชิวเย่หลัน ก่อนทอดถอนใจ“เวลานี้เราก็ได้แต่อดทน…”
“ป้าโจวเมื่อครู่พูดถึงคุณชายที่เป็นญาติ เขาเป็นใครหรือ” ชิวเย่หลันพูดแทรก “ญาติทางครอบครัวท่านตา ตายไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ”
ในความทรงจำ แม่ทัพเฒ่าหร่วนผู้เป็นตา เดิมทีเป็นแม่ทัพอันดับสองในกองทัพต้ารุ่ย มีบารมีเป็นรองก็แต่ “เสาหลักของบ้านเมือง” ฉินกว๋อกงเจียงเชียนชวนผู้บัญชาการทหารสูงสุดเวลานั้นตระกูลหร่วนจึงมีชื่อเสียงเลื่องลือมาก
แต่เป็นเพราะแม่ทัพเฒ่าหร่วนพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเมื่อสิบปีก่อน ทำให้ลูกหลานรวมทั้งชิวจ้งเหยี่ยนซีเหออ๋องคนก่อนซึ่งเป็นลูกเขยก็พลีชีพไปด้วย จนตระกูลหร่วนกับญาติที่เกี่ยวดองไม่เหลือทายาท แม้แต่ฐานะตำแหน่งจากการกรำศึกมาตลอดชีวิต ก็ถูกยึดคืน เหลือแต่จวนแม่ทัพกับตำแหน่งแม่ทัพลอย[1]
ด้วยเหตุนี้ ฮูหยินลู่จึงมีความกล้าและได้โอกาสเล่นงานแม่ทัพเฒ่าหร่วนกับพระชายาหร่วน!
“เขาเป็นบุตรบุญธรรมที่แม่ทัพเฒ่าหร่วนอุปการะเลี้ยงดู ตอนที่ท่านหญิงเพิ่งออกจากเมืองหลวง” ซูเหอกระซิบ “ได้ยินว่าเป็นลูกของลูกน้องเก่าแม่ทัพเฒ่าหร่วน ตอนงานศพพระชายา เขาก็มา พอได้ยินว่าท่านหญิงถูกหิมะถล่มติดอยู่บนเขา ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาก็เสนอตัวมาจัดงานศพพระชายาแทนท่านหญิง…”
ซูเหอตาแดงก่ำเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ “พอพระชายาสิ้นลม ท่านป้ากับพระชายาหยางก็ส่งคนมาบอกว่าพระชายาสิ้นลมในวันฤกษ์ไม่ดี ถ้าไม่รีบฝังจะเป็นอัปมงคล…ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายมอบเงินให้ห้าพันตำลึงเป็นของขวัญตอนมาพบ พวกเขาคงให้ยกพระชายาไปวันนั้นเลย…”
ชิวเย่หลันถอนหายใจ “ข้ารู้แล้ว คุณชายท่านนี้มีศักดิ์เป็นพี่หรือเป็นน้อง”
“คุณชายอายุมากกว่าท่านหญิงห้าปีเจ้าค่ะ” ซูเหอบอก “อ้อ คุณชายฝากบอกพระชายาหยางว่าถ้าท่านหญิงมาให้บอกคุณชายด้วย แต่วันนี้เกิดเรื่องเสียก่อน ไม่งั้นคง…”
“เงินห้าพันตำลึงแลกกับการจัดงานศพ ถ้ามาเยี่ยมข้า จะมามือเปล่าได้หรือ” ชิวเย่หลันไม่พูดออกมา แต่นึกในใจ 'ดูแล้วเหตุผลที่พระชายาหยางปกป้องข้าคงไม่ธรรมดาเป็นแน่ แต่ในความทรงจำหลังจากตระกูลหร่วนตกต่ำก็ใช้ชีวิตอย่างลำบาก จนพระชายาหร่วนต้องแอบเอาสมบัติติดตัวตอนแต่งงานไปขายเพื่อเอาเงินไปช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะเหตุนี้นางลู่จึงหาโอกาสวางยาแม่ทัพเฒ่า…ญาติผู้พี่ที่เพิ่งปรากฏตัว มีเงินทองมากมายอย่างนี้เชียวหรือ’
ถึงตอนนี้จู่ๆ ประตูห้องในก็ถูกผลักออก หญิงรับใช้ในชุดสีสดเดินอาดๆ เข้ามา พอเห็นชิวเย่หลันฟื้นก็อุทานเสียงยาว “อ้าววว” เดินมาถึงม้านั่งไม่ไกลนักก็นั่งกางขา พูดเย้ยว่า “ท่านหญิงยังไม่ตายหรือ”
“เจ้า!” ซูเหอโกรธทำท่าจะลุกขึ้น แต่ป้าโจวดึงตัวให้กลับไปนั่งทันที พร้อมกับส่งสายตาให้ชิวเย่หลัน จากนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าวกับหญิงคนใช้ “ป้าฟ่าน มาทำไมหรือ” หญิงรับใช้คนนี้แซ่ฟ่านเป็นคนใกล้ชิดชิวอวี่ฉิง
“พูดบ้าๆ!” พอป้าฟ่านได้ยินก็รีบคว้าชามบนโต๊ะชาเขวี้ยงลงกับพื้น “เจ้านายบ้านเจ้าทำร้ายคุณชายของพวกข้าจนตาย คิดว่าแม่ทัพน้อยเจียงมาหาและพระชายาช่วยพูดให้พวกเจ้าแล้ว เรื่องก็จะจบอย่างนั้นหรือ!”
ซูเหอทนไม่ไหวตะโกนขึ้น “ท่านหญิงของข้าไม่ได้ทำร้ายใคร! ตอนนั้นพวกเจ้าบีบท่านหญิงไป…”
“เด็กวานซืนบังอาจมาเถียงข้าหรือ!” เมื่อป้าฟ่านได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ฉายแววอำมหิตทันที ก่อนผุดลุกเข้าไปตบหน้าซูเหออย่างแรง จนซูเหอกรีดร้องออกมาทีหนึ่ง แล้วล้มลงพร้อมกับยาต้มครึ่งชามในมือที่ยังป้อนไม่หมด ทำให้หกใส่ผ้าห่มบนตัวชิวเย่หลัน!
“ท่านหญิง!” ป้าโจวไม่ทันใส่ใจหลานสาว รีบเข้าไปดูชิวเย่หลันทันที เพราะเห็นชิวเย่หลันที่ถูกซูเหอล้มทับถูกแผลทั่วตัวเจ็บจนหน้าซีด แต่พอซูเหอลุกขึ้น ชิวเย่หลันยังหันมาส่ายหัวบอกให้รู้ว่าไม่เป็นไร ป้าโจวจึงโล่งอก
ป้าฟ่านพอเห็นอย่างนี้ ก็ผลักซูเหออีกครั้ง ครั้งนี้ซูเหอเอียงตัวล้มทับอิฐปูพื้นด้านข้าง ไม่ยอมล้มทับชิวเย่หลัน!
“ถุย! นางสารเลว! ไม่รู้จักแบบแผน!” ป้าฟ่านไม่กล้าเข้าไปตบชิวเย่หลันโดยตรง พอเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรชิวเย่หลันได้ จึงถ่มน้ำลายใส่ซูเหอ แล้วพูดเหยียด “สรุปแล้ว คุณชายข้าตาย แต่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ฮูหยินของข้าไม่ล้มเลิกง่ายๆ แน่!”
“ป้าคังคิดจะทำอย่างไรต่อ” ชิวเย่หลันจ้องนางครู่หนึ่งแล้วถามด้วยใบหน้าซีดเซียว
ป้าฟ่านถูกชิวเย่หลันมองจนรู้สึกขนลุก แต่นึกถึงว่าพระชายาหร่วนตายไปแล้ว ส่วนท่านหญิงคนนี้อายุเพิ่งจะสิบสอง ตนมีชิวอวี่ฉิงหนุนหลัง จึงถลึงตาใส่ทันที “คิดจะทำอย่างไรน่ะหรือ! ฮูหยินของข้ามีคุณชายเป็นลูกชายคนเดียว เลี้ยงดูมาอย่างยากเย็น! เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข…”
นางพูดอย่างสะเทือนใจครู่หนึ่ง ก่อนเห็นชิวเย่หลันค่อยๆ หลับตาพร้อมท่าทางเหมือนหมดลม เกรงว่าจะเสียการ จึงไม่อวดบารมีต่อ แล้วพูดเสียงกร้าวว่า “เอาสมบัติติดตัวของไท่เฟยกับของแม่เจ้า มาชดใช้ให้คุณหนูของข้าเป็นสมบัติติดตัวตอนแต่งงานภายหลัง! ถ้าคุณหนูพอใจจะได้ช่วยขอร้องฮูหยิน ให้ไว้ชีวิตเจ้า! ไม่เช่นนั้น…”
ป้าโจวกับซูเหอร้องออกมาด้วยความตกใจ ป้าโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “นั่นเป็นของท่านหญิงนะ! ถ้าเอาให้คุณหนู แล้วท่านหญิงล่ะ!”
“อย่าคิดว่ามีนางสารเลวสองคนนี้คอยรับใช้เจ้า แล้วจะปกป้องชีวิตเจ้าได้!” ป้าฟ่านยิ้มอย่างเย็นชาพลางชำเลืองมองคนทั้งสอง “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสงสารเจ้า นึกถึงความเป็นพี่เป็นน้องกัน เจ้าอยู่รอดถึงคืนนี้ได้ก็แปลกแล้ว! ข้าจะบอกให้ โอกาสมีหนเดียวเท่านั้น พอฟ้าสาง ถ้ายังไม่เขียนหนังสือมอบสมบัติติดตัวสองชุดเพื่อชดใช้ที่เจ้าทำร้ายคุณชายถึงตายละก็…รอเวลาลงไปอยู่กับแม่เจ้าที่เพิ่งฝังได้เลย!”
นางพูดจบก็ถ่มน้ำลายใส่ป้าโจว แล้วเดินวางท่าออกไปอย่างสะใจ!
ป้าโจวประคองซูเหอให้ลุกขึ้นด้วยน้ำตา ก่อนถามชิวเย่หลัน “ท่านหญิง…”
นางพูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังเข้ามา เป็นเสียงอ่อนหวานร้องอุทานขึ้น “ประตูนี้ ทำไมไม่ปิดหรือ”
“แม่นางซิ่วเยี่ยน!” ป้าโจวแปลกใจ ยังไม่ทันใส่ใจเปลี่ยนผ้าห่มให้ชิวเย่หลันก็รีบออกไปต้อนรับ “มาได้อย่างไร พระชายาหยางมีอะไรจะสั่งหรือ”
[1] ตำแหน่งที่ฮ่องเต้พระราชทานให้พิเศษเฉพาะตัวหรือให้สืบทอดในตระกูลแต่ไม่ได้ถือกำลังพลจริง