โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประกันภัยแข่งดุชิงเค้ก EV เสี่ยงสูง-เบี้ยแพงกว่าสันดาป15%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ม.ค. 2567 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 23.40 น.
ภาพจาก : freepik

“ประกันภัยรถอีวี” คึกคักรับกระแสตลาดรถอีวีโตก้าวกระโดด 22 บริษัทร่วมชิงเค้ก ขาใหญ่แย่งจับมือค่ายอีวีจีน “เมืองไทยประกันภัย” ผนึก “BYD-AION” บุกเต็มสูบ เผยตัดเบี้ยแย่งพอร์ตแต่ไม่ถึงขั้นสงคราม ชี้ค่าเบี้ยประกันรถ EV ปี’67 ยังแพงกว่าสันดาป 10-15% เหตุต้นทุนความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะ “แบตเตอรี่” “กรุงเทพประกันภัย” จับมือ 7 ค่ายรถอีวีจีน-ยุโรป หวั่นสมรภูมิแข่งเดือด “ตัดราคาเบี้ย” จุดเสี่ยงธุรกิจ ถอนตัวร่วมค่ายอีวีแคมเปญแถมประกัน 2 ปี คปภ.คลอดเกณฑ์ประกันอีวีบังคับใช้ทั้งระบบ 31 พ.ค. 67 ระบุ “ประวัติคนขับ” เคลมตามตัวบุคคล ขับดีไม่เคลม ได้ส่วนลดประวัติดี 2 เด้ง สูงสุด 50%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ประเภทรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีจำนวน 75,690 คัน จากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งทั่วประเทศ 634,948 คัน ถือว่าอัตราการเติบโตของตลาดรถอีวีอย่างรวดเร็วและมีทิศทางแนวโน้มที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอีวี ได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจประกันภัยรถอีวี เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยของรถสันดาปและรถอีวีจะมีความแตกต่างกัน

ประกันอีวีใหม่บังคับ พ.ค. 67

โดยล่าสุดนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เซ็นลงนามคำสั่ง หลักเกณฑ์ “แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) โดยให้บังคับใช้กับการทำสัญญาประกันภัยใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 อย่างไรก็ดี กรณีบริษัทประกันวินาศภัยที่ยังไม่สามารถออกกรมธรรม์ตามคำสั่งนี้ได้ คปภ.อนุโลม ให้ใช้เงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สันดาปเดิม ออกให้ลูกค้าไปพลางก่อน แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 พ.ค. 2567

เงื่อนไขสำคัญของกรมธรรม์ประกันภัยรถอีวีคือ 1.บังคับให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ (สูงสุด 5 คน) และกำหนดอัตราร่วมจ่ายส่วนแรก เมื่อผู้ขับขี่ไม่ปรากฏชื่อในรายชื่อที่แจ้งไว้ 2.ใช้ประวัติผู้ขับขี่ที่แย่สุดเป็นตัวคำนวณ “ส่วนลด-ส่วนเพิ่ม” เบี้ยประกันสูงสุด 50% จากเดิมใช้ประวัติรถเป็นเกณฑ์

3.อัตราเบี้ยประกันเพิ่มพิกัด “ขั้นสูง” เพื่อให้ยืดหยุ่นแก่บริษัทในการรับประกัน โดยกำหนดพิกัดเบี้ยเป็น 5 กลุ่ม โดยใช้ฐานราคารถยนต์เป็นเกณฑ์ 4.การรับประกันแบตเตอรี่ กำหนดค่าเสื่อมลดลงปีละ 10% แต่หากเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ขอเพิ่มความคุ้มครองได้ จากเดิมจ่ายตามจริงโดยไม่มีการกำหนดค่าเสื่อม

และ 5.คุ้มครองทุกภัยเหมือนรถทั่วไป แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อระบบปฏิบัติการที่ใช้ควบคุมการทำงานของรถ (Software) และไม่คุ้มครองความเสียหายจากเครื่องชาร์จรถอีวีส่วนบุคคลที่ไม่ได้มาจากผู้ผลิตรถ

เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันอีวี

เบี้ยอีวีแพงกว่าสันดาป 15%

นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พัฒนาการของเบี้ยประกันภัยรถอีวีในประเทศไทย เริ่มในช่วงต้นปี 2565 ซึ่งกรณีรถอีวีจีน ค่าเบี้ยจะแพงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 25-30% แต่พอปลายปี 2565 เบี้ยอีวีขยับลง 5-10% ทำให้ส่วนต่างเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 20-25% และปี 2566 เบี้ยขยับลงมาตลอด ถ้าเทียบในรถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันค่าเบี้ยก็ลดลง

ทั้งนี้จนถึงปลายปี 2566 เบี้ยรถอีวีแพงกว่ารถยนต์สันดาปอยู่ประมาณ 10-15% เหตุผลหลักคือ มีจำนวนรถอีวีในตลาดเพิ่มมากขึ้น และมีบริษัทประกันวินาศภัยเข้ามาแข่งขันในตลาดรถอีวีมากขึ้นด้วย ตอนนี้มีประมาณ 22 บริษัทแล้วที่มีการรับประกันรถอีวี อย่างไรก็ดี ยังเป็นการเสนอขายประกันภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์แบบเก่า แต่หลังจากวันที่ 31 พ.ค. 2567 ทุกบริษัทจะต้องปรับแบบกรมธรรม์สำหรับรถอีวี เป็นแบบใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่ คปภ.ออกหลักเกณฑ์ ซึ่งคาดว่าไม่มีผลทำให้ค่าเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

“ประเมินว่าแนวโน้มในอนาคตเบี้ยประกันรถอีวีจะลดลงอีก เมื่ออะไหล่ต่าง ๆ ที่ใช้ในรถอีวีผลิตภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ค่าเบี้ยรถอีวีจะยังแพงกว่ารถยนต์สันดาป 10-15% เหมือนเดิม ในระดับที่บริษัทประกันรับได้ เพราะต้องรองรับความเสี่ยงที่มีต้นทุนสูง ๆ อย่างเช่น ความเสียหายจากตัวแบตเตอรี่ ประกอบกับราคาอะไหล่ยังสูง เพราะต้องสั่งตรงจากต่างประเทศ และช่างฝีมือยังมีน้อย อู่ซ่อมยังต้องเป็นอู่ห้าง (ซ่อมศูนย์) ยังไม่ได้รับอนุมัติจากศูนย์ให้ซ่อมอู่ข้างนอกได้ โดยตอนนี้อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) อยู่ที่ระดับกว่า 50%”

เทรนด์อีวีแรงดันพอร์ตประกัน

นายอาภากรกล่าวว่า ช่วงปีแรก ๆ ที่เบี้ยรถอีวีค่อนข้างแพง เพราะมีผู้ทำประกันน้อย จึงมีสถิติการเฉลี่ยภัยน้อย ทำให้ต้นทุนรถอีวีไม่นิ่ง ขยับสูง-ต่ำอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนรถยนต์สันดาปที่มีรถเป็นล้าน ๆ คัน เฉลี่ยภัยออกมาแล้วมีต้นทุนที่นิ่งกว่า และช่วงแรกบริษัทประกันไม่มีประสบการณ์ ประกอบกับหลาย ๆ เหตุการณ์ที่รถอีวีประสบเหตุก็ล้วนมีต้นทุนสูงกว่าปกติ เช่น ความเสียหายกระทบตัวแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเหตุเบาหรือหนัก ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมด ทำให้อัตราค่าสินไหมทดแทนค่อนข้างสูงมาก เพราะมูลค่าแบตเตอรี่คิดเป็น 50-60% ของราคารถอีวี

ขณะที่เทรนด์รถอีวีมาแน่ ๆ เพราะรัฐบาลส่งเสริม และอีกปัจจัยที่ทำให้เห็นเด่นชัดถึงพัฒนาการคือ ในปี 2567 เริ่มมีการตั้งโรงงานเป็นฐานการผลิตรถอีวีในประเทศไทย ราคารถและอะไหล่จะถูกลง มีศูนย์บริการชาร์จแบตเตอรี่ การซ่อม และช่างฝีมือที่มากขึ้น ฉะนั้นอีโคซิสเต็มทุกอย่างจะพร้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะจูงใจให้คนเปลี่ยนมาใช้รถอีวี เพราะมีค่าใช้จ่ายระหว่างปีลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ตลาดประกันภัยรถอีวีก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน

ประกันอีวียึดดู “ประวัติคนขับ”

นายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาโครงสร้างเบี้ยประกันรถยนต์สันดาป จะยึดประวัติตัวรถเป็นหลัก และไม่บังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ ทำให้รถที่ใช้ในท้องตลาดกว่า 90% ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เมื่อเกิดเคลม และโดนปรับขึ้นค่าเบี้ยในใบเตือนต่ออายุ ลูกค้าจะย้ายประกัน บริษัทประกันใหม่ที่รับงานก็จะไม่รู้ประวัติคนขับ เวลาโค้ดเบี้ยจึงยึดตามประวัติตัวรถ ซึ่งลูกค้าจะได้เบี้ยเฉลี่ยไปเสมอ

โดยต่อไปภายใต้โครงสร้างเบี้ยประกันรถอีวี ยึดที่ประวัติคนขับ (ตัวบุคคล) จะทำให้เบี้ยมีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน เพราะบริษัทประกันที่รับงานก็จะขอความยินยอม (Consent) จากลูกค้า เพื่อไปขอประวัติจากฐานข้อมูลกลางด้านประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อโค้ดเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของตัวบุคคลได้ ฉะนั้นหากขับดีและไม่มีเคลม เบี้ยจะต่ำกว่าโครงสร้างรถยนต์สันดาปมาก

เพราะจะได้ส่วนลดประวัติดี 2 เด้ง ทั้งจากตัวบุคคล ปีละ 10% สูงสุดได้ถึง 50% และจากตัวรถสูงสุดได้ 40% ตามโครงสร้างเดิม แต่ในทางกลับกันถ้าขับไม่ดี มีเคลมเรื่อย ๆ เบี้ยก็จะแพงขึ้น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งอุตสาหกรรมและผู้บริโภคด้วย

ทั้งนี้ขอย้ำว่าส่วนลดเบี้ยจะไม่ใช่ส่วนลดจากเบี้ยที่จ่ายปีที่แล้ว เพราะวิธีการคำนวณจะมีเบี้ยประกันภัยพื้นฐานเป็นตัวตั้งต้น และนำ “ส่วนลด-ส่วนเพิ่ม” ประวัติผู้ขับขี่ จากกรณีขับดีขับไม่ดีมาคำนวณ ถึงจะกลายเป็นค่าเบี้ยประกัน

เมืองไทยผนึก “BYD-AION”

นายวาสิตกล่าวอีกว่า ตอนนี้เบี้ยรถอีวียังแพงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 10-15% แต่ความรู้สึกของเจ้าของรถยังไม่รู้ เพราะปีแรกเป็นเบี้ยแถมทั้งหมด (ค่ายรถทำแคมเปญแถมประกัน) จนถึงต่ออายุปีที่ 2 ต้องจ่ายเอง ภายใต้โครงสร้างเบี้ยใหม่ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถอีวี

สำหรับแผนธุรกิจของเมืองไทยประกันภัยในปี 2567 จะลุยตลาดอีวีเต็มที่ เพราะตอนนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อ (Panel) ของพันธมิตรบริษัทผู้รับประกันรถอีวี 2 ค่ายคือ BYD (1 ใน 5 บริษัทประกันพันธมิตร) และ AION ฉะนั้นบริษัทจะได้งานจากส่วนนี้ ขณะเดียวกันจะเข้าไปขยายผ่านช่องทางตัวแทนนายหน้า (โบรกเกอร์) สำหรับงานต่ออายุให้มากขึ้นด้วย

โดยปิดปี 2566 พอร์ตเบี้ยรถอีวียังไม่มาก มีเบี้ยรับรวมแค่ 50-70 ล้านบาท รถไม่ถึงพันคัน เนื่องจากเพิ่งเข้าร่วม BYD ไม่กี่เดือน แต่ปี 2567 คาดหวังจะมีเบี้ยหลายร้อยล้านบาท จำนวนรถหลายพันคัน จากรถขายใหม่และงานต่ออายุ

แข่งราคาไม่ถึงขั้นสงคราม

นายวาสิตกล่าวถึงประเด็นเรื่องสงครามราคา เพื่อแย่งพอร์ตอีวีว่า ปัจจุบันลักษณะของการตัดราคาเบี้ยประกัน จะเป็นการแข่งขันของบริษัทประกันเพื่อเข้าไปอยู่ในรายชื่อของค่ายรถ สำหรับการทำแคมเปญแถมประกัน ซึ่งในแง่นี้ผู้บริโภคไม่รู้สึกเพราะเป็นเบี้ยแถม แต่บริษัทประกันภัยรู้กัน ส่วนเบี้ยต่ออายุ ผู้บริโภคหรือโบรกเกอร์เห็นนั้น เชื่อว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ยังพอรับได้

“ตอนนี้บริษัทประกันวางมาตรฐานของราคาเบี้ยแตกต่างกัน เช่น บางรุ่นบางยี่ห้อ บริษัท A ให้ 28,000 บาท/ปี แต่บริษัท B อาจจะให้ 25,000-27,000 บาท/ปี แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดเป็นสงครามราคา เพราะแต่ละบริษัทมีสถิติแตกต่างกัน บางบริษัทสถิติน้อย ก็มีความหวังจากสมมุติฐาน ก็อาจจะ Aggressive โค้ดราคาเบี้ยต่ำกว่าคู่แข่ง ขณะที่บริษัทใหญ่ที่รับงานอีวีเยอะแล้ว เห็นสถิติเยอะ เขาก็อาจจะรู้ว่าอัตราการสูญเสียมีต้นทุนสูง จึงขยับเบี้ยขึ้นไปให้เหมาะสม ทำให้เบี้ยจะแพงกว่า”

นายวาสิตกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องต้นทุนการซ่อมของรถอีวี เพราะด้วยความใหม่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เวลาซ่อมมักจะเปลี่ยนใหม่หมด ซึ่งอะไหล่ยังนำเข้าจากต่างประเทศ และยังเป็นงานซ่อมศูนย์ทั้งหมด ทำให้ต้นทุนสูง

ปี’67 ประกันอีวี 1 แสนฉบับ

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ในปี 2567 สมาคมได้ประมาณการว่าจะมีรถอีวีเข้าสู่ระบบประกันจำนวน 100,000 กรมธรรม์ ตามคาดการณ์ยอดขายรถอีวีใหม่เพิ่มขึ้น 100,000 คัน ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เบี้ยรับรวมของประกันวินาศภัยอยู่ที่ 301,050-303,900 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นประกันรถยนต์) เติบโต 5-6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

“ส่วนพอร์ตรถอีวีทั้งระบบในปีที่แล้ว มีเบี้ยรับรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท”

ตอนนี้จะเห็นค่ายรถแข่งขันกันมาก โดยเฉพาะค่ายอีวีจีนที่มีการทำตลาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ขณะเดียวกันค่ายรถอีวียุโรปและญี่ปุ่น ก็เริ่มจะมีแนวโน้มเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ดังนั้นปีนี้ตลาดนี้น่าจะคึกคักแน่นอน

ห่วงต้นทุนซ่อม EV สูง

นายสมพรกล่าวว่า สมาคมค่อนข้างมีความกังวล เพราะเมื่อรถอีวีมีการทำประกันภัยเพิ่มขึ้นมาก เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว โอกาสแบตเตอรี่จะได้รับความเสียหายมีค่อนข้างสูง จึงได้พูดคุยกับบริษัทประกันที่เป็นสมาชิกอยู่ตลอดว่า ต้องมีความระมัดระวังในการทำอัตราเบี้ยประกันภัยให้มีความเหมาะสม

เนื่องจากได้ตรวจสอบข้อมูลการรับประกันรถอีวีทั่วโลก ปรากฏว่าในอเมริกาเริ่มมีปัญหา เพราะมีต้นทุนการซ่อมบำรุงและค่าสินไหมที่สูงมาก ทำให้เบี้ยประกันรถอีวีในอเมริกาเฉลี่ยสูงกว่ารถสันดาปถึง 30% และมีแนวโน้มจะเป็นลักษณะนี้ต่อไป ขณะที่เบี้ยประกันรถอีวีในประเทศไทยยังไม่สูงกว่ารถสันดาปอย่างมีนัยสำคัญ

หวั่น “ตัดราคาเบี้ย” จุดเสี่ยงธุรกิจ

ด้านนายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ตอนนี้อัตราเคลมสินไหมของรถอีวีในประเทศไทย อาจยังไม่ใช่ตัวสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง เนื่องจากการใช้งานรถยังน้อย จึงมีความเสียหายต่ำอยู่ นำไปสู่การตัดราคาเบี้ย แต่ในระยะยาวจะไม่ส่งผลดีหากความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งจะสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง นี่คือจุดเสี่ยงของภาคธุรกิจ

โดยเมื่อเกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) ต้องถือว่ามูลค่าซากของรถอีวีต่ำมาก เพราะมีชิ้นส่วนอะไหล่น้อย แบตเตอรี่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ไม่เหมือนรถสันดาปที่นำชิ้นส่วนกลับมาใช้เป็น Second Hand ต่อได้

นอกจากนี้รถอีวีเป็นรถอิเล็กทรอนิกส์มีเซ็นเซอร์มาก ถ้าคนที่เคยขับจะเห็นว่าการออกตัวของรถอีวีค่อนข้างเร็วกว่ารถสันดาป เพราะฉะนั้นการขับที่ไม่คุ้นชินหรือการขับขี่โดยผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายสูง

“ลอสเรโชของรถอีวีปีแรก ๆ มีสัดส่วนแค่ 10% ต่อมาขยับขึ้นมาอยู่ 30% และปี 2566 ขึ้นมาเกือบแตะ 60% ไปแล้ว อย่างไรก็ดี เคลมสินไหมรถอีวีของบริษัทปิดช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 55% และคาดว่าสรุปถึงสิ้นปี 2566 จะยังไม่เกิน 60%”

ถอนตัวร่วมแคมเปญเสี่ยง

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายรับประกันรถอีวีของบริษัท พยายามใช้ข้อมูลตลาดสากลเป็นพื้นฐานในการอ้างอิงกำหนดเบี้ย และจัดสรรประกันภัยต่อในรูปแบบของโควตาแชร์ เนื่องจากการรับประกันรถอีวีในประเทศไทยยังมีสถิติไม่มากพอ โดยปิดสิ้นปี 2566 คาดว่าพอร์ตรับประกันรถอีวีน่าจะอยู่ประมาณ 10,000 คัน คิดเป็นมาร์เก็ตแชร์ 10% ของรถอีวีที่จดทะเบียน โดยพอร์ตงานในมือประกอบด้วยแบรนด์ BYD, MG, ORA GOOD CAT, BMW, Tesla, Audi, Porsche

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คาดว่ามาร์เก็ตแชร์จะลดลงเหลือ 7% เนื่องจากบริษัทจะไม่เข้าร่วมแคมเปญเบี้ยประกันภัยคงที่ 2 ปี กับพันธมิตรบางราย (ต่ออายุอัตโนมัติ 2 ปี ด้วยเบี้ยเท่าเดิมเพื่อจูงใจลูกค้า) เนื่องจากกังวลว่าจะไม่เป็นประโยชน์ในระยะยาว และไม่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทที่มีการทำตลาดประกันอีวีรายใหญ่ ๆ อาทิ วิริยะประกันภัย, ทิพยประกันภัย, กรุงเทพประกันภัย, ธนชาตประกันภัย, เมืองไทยประกันภัย และแอลเอ็มจีประกันภัย เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประกันภัยแข่งดุชิงเค้ก EV เสี่ยงสูง-เบี้ยแพงกว่าสันดาป15%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...