โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เผยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มะกัน ชนวัตถุใต้น้ำในทะเลจีนใต้ ทำลูกเรือเจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ต.ค. 2564 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 08.01 น.
แฟ้มภาพ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา (เอเอฟพี)

เผยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มะกัน ชนวัตถุใต้น้ำในทะเลจีนใต้ ทำลูกเรือเจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

โฆษกกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่ามีลูกเรือประจำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ “ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต” ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น ซีวูล์ฟ ของสหรัฐ จำนวน 15 นาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในเหตุการณ์ที่เรือดำน้ำยูเอสเอส คอนเนตทิคัต ประสบเหตุชนเข้ากับวัตถุใต้น้ำไม่ทราบชนิด ขณะดำอยู่ใต้น้ำในทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

โฆษกกองทัพเรือสหรัฐระบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำยูเอสเอส คอนเนตทิคัต ที่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียร์และพื้นที่ต่างๆ ในเรือดำน้ำลำนี้ไม่ได้รับผลกระทบและยังปฏิบัติการได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดียังกำลังสอบสวนหาสาเหตุและประเมินขอบเขตความเสียหายของเรือดำน้ำยูเอสเอส คอนเนตทิคัตอยู่ที่ขณะนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะกวมของสหรัฐแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากเครื่องบินทหารของกองทัพจีนรุกล้ำเขตป้องกันทางอากาศของไต้หวัน (เอดีไอแซด) หลายครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เครื่องบินของกองทัพจีนจำนวน 39 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินขนส่ง ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตเอดีไอแซดของไต้หวัน ส่งผลให้กองทัพอากาศไต้หวันส่งเครื่องบินเจ็ตขึ้นบินสกัดและเคลื่อนมิสไซล์ป้องกันทางอากาศเข้าประจำการเพื่อเฝ้าระวังเครื่องบินรบของจีน หลังจากนั้นอีกสองวันจีนได้ส่งฝูงเครื่องบิน 56 ลำ รุกเข้ามาในเขตเอดีไอแซดของไต้หวันอีกใน 24 ชม. ซึ่งเป็นการรุกล้ำเข้ามาเขตป้องกันทางอากาศของไต้หวันมากที่สุดของจีนนับตั้งแต่ไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง ได้เริ่มเปิดเผยข้อมูลด้านนี้ต่อสาธารณชนเมื่อปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...