โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บันทึกชิ้นสุดท้ายที่มนุษยชาติฝากไว้ให้จักรวาล Earth's Black Box โปรเจกต์กล่องดำของโลก

VoiceTV

อัพเดต 01 มิ.ย. เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. เวลา 12.21 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

หากวันหนึ่งอารยธรรมมนุษย์ล่มสลาย สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนโลกอาจเป็นเพียงกล่องเหล็กยักษ์ใบใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางที่ราบร้างในออสเตรเลีย บรรจุคำตอบทั้งหมดว่ามนุษย์ทำอะไรและไม่ทำอะไร จนนำพาโลกมาถึงจุดนี้

นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง Earth's Black Box โครงการที่อาจเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่มนุษยชาติฝากไว้ให้จักรวาล

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแทสมาเนีย บริษัทสื่อสาร Clemenger BBDO และกลุ่มศิลปิน Glue Society ประกาศตัวสู่สาธารณะครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ช่วงเดียวกับการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ และการบันทึกข้อมูลก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ทุกครั้งที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่นักสืบสวนตามหาคือ ‘กล่องดำ’ อุปกรณ์บันทึกการบินที่ออกแบบมาให้รอดจากแรงกระแทกและไฟไหม้ เสมือนจดหมายเหตุบันทึกเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาสุดท้ายของเที่ยวบินนั้นๆ

Earth's Black Box ยืมแนวคิดนี้มาขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่ใช่แค่บันทึกเที่ยวบินหนึ่ง แต่บันทึกทั้งอารยธรรมมนุษย์

โครงสร้างกล่องดำโลกของจริงมีขนาดเทียบเท่ารถบัสสองคัน ยาวราว 10 เมตร กว้าง 4 เมตร สูง 3 เมตร ทำจากเหล็กเสริมความแข็งแกร่งพิเศษหนากว่า 7.5 เซนติเมตร ทนทั้งน้ำและไฟ ภายในบรรจุไดรฟ์จัดเก็บข้อมูลขนาดมหึมา เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์

สถานที่ก่อสร้างอยู่บนที่ราบหินแกรนิตในฝั่งตะวันตกของแทสมาเนีย บริเวณระหว่างเมือง ควีนส์ทาวน์และสตรอว์น ห่างไกลจากความวุ่นวายของโลก และถูกพิจารณาแล้วว่ามีความมั่นคงสูงทั้งทางธรณีวิทยาและภูมิรัฐศาสตร์ หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นหนึ่งในจุดที่ปลอดภัยที่สุดบนโลก

สิ่งที่ Earth's Black Box บันทึกนั้นครอบคลุมหลายอย่างชนิดที่ว่าน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์ทั่วไป อย่างอุณหภูมิบนบกและในมหาสมุทร ระดับกรดของมหาสมุทร ปริมาณออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ การสูญพันธุ์ของสัตว์ และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ไปจนถึงข้อมูลที่บอกเล่าบทบาทของมนุษย์ อย่าง จำนวนประชากร การใช้พลังงาน งบประมาณการทหาร และนโยบายของรัฐบาล

และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ กล่องดำใบนี้ยังเก็บ ‘เรื่องเล่า’ ของโลกจากพาดหัวข่าวจากสื่อทุกสำนักทั่วโลก โพสต์โซเชียลมีเดีย และการอภิปรายในเวทีระหว่างประเทศอย่าง COP ทุกสรรพสิ่งที่สะท้อนว่ามนุษย์รู้อะไร ตัดสินใจอะไร และเลือกที่จะมองข้ามอะไร ล้วนถูกจัดเก็บไว้ที่นั่น โดยปัจจุบันระบบมีความจุพอรองรับข้อมูลได้อีก 30-50 ปี

หลายคนอาจมองว่านี่คือโครงการ ‘วันสิ้นโลก’ ที่น่าหดหู่ แต่ทีมผู้สร้างมองต่างออกไป พวกเขามองวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่าเป็นการป้องกันหายนะ มากกว่าการเตรียมรับมือกับหายนะ

เว็บไซต์โครงการระบุข้อความไว้อย่างกินใจว่า "How the story ends is completely up to us" เรื่องราวนี้จะจบอย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งหมด

หากวันหนึ่งกล่องนี้ถูกเปิด สิ่งที่บันทึกไว้ข้างในจะเป็นเรื่องราวของความล้มเหลว หรือเรื่องราวของสปีชีส์หนึ่งที่เลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันเวลา คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่มวลมนุษยชาติตัดสินใจจะทำหรือไม่ทำจากวันนี้เป็นต้นไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.earthsblackbox.com/

https://www.washingtonpost.com/world/2021/12/10/climate-box-australia/

https://edition.cnn.com/2021/12/07/world/earth-black-box-climate-change/index.html

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...