โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศน. เชิดชู 160 ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สร้างเครือข่ายพลังศรัทธา ขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 01 มิ.ย. เวลา 23.22 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. เวลา 15.05 น.

เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีถวายพัดรองที่ระลึก และมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา ได้ดำเนินโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคล หน่วยงานที่อุทิศตนในการทำนุบำรุง ส่งเสริม และเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น จำนวน ๑๖๐ ราย ซึ่งจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

กรมการศาสนา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิธีถวายพัดรองแก่บรรพชิต จำนวน ๙๔ รูป และมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่คฤหัสถ์ จำนวน ๕๒ คน และหน่วยงาน จำนวน ๑๔ แห่ง รวมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและซักซ้อมความเข้าใจในการเข้ารับพระราชทานรางวัล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ได้สัมโมทนียกถา กล่าวมุทิตาจิตต่อพระเถรานุเถระ และแสดงความชื่นชมอุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนผู้ได้รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า รางวัลแห่งเกียรติคุณนี้ ให้เป็นแรงบันดาลใจและเครื่องเตือนใจในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านธรรมะ ปัญญา และการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงวัดและชุมชน สร้างศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชน ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจและที่พึ่งทางปัญญาของสังคม ตลอดจนร่วมกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องและมั่นคงสืบไป

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาล้วนเป็นผู้มีคุณูปการสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีบทบาทในการประสานเครือข่ายทางศาสนา เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความเข้มแข็งของสังคมอย่างยั่งยืน

กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่า ผู้ได้รับการยกย่องในครั้งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นแบบอย่างแห่งการทำความดีแก่สาธารณชนและอนุชนรุ่นหลังต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...