สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 69 7:45: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ +0.8%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 94.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ +1.3%
ราคาน้ำมันปิดย่อตัวลงในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) หลังจากระหว่างวันพุ่งขึ้นกว่า 5% โดยได้แรงหนุนจากการที่อิหร่านและอิสราเอลประกาศยุติการโจมตีตอบโต้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตหะรานระบุว่า อิหร่านพร้อมกลับมาโจมตีอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่อไป ซึ่งสะท้อนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคยังไม่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์ และยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดพลังงานต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและลบเช้านี้ โดยส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากการรีบาวด์ของหุ้นกลุ่มชิปในฝั่งสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์หยุดยิงที่ยังเปราะบางระหว่างอิหร่านและอิสราเอล
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1%
- ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 4% ฟื้นตัวจากแรงขายวานนี้
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ลดลง 1.33%
- ดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกง เคลื่อนไหวที่ระดับ 24,555 จุด ต่ำกว่าระดับปิดล่าสุดที่ 24,657.06 จุด
*** กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยกับ CNBC ว่า กองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว แต่พร้อมกลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยังคงโจมตีเป้าหมายในเลบานอนต่อไป
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังไม่สิ้นสุด แม้จะยืนยันว่าทั้งอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์อ่อนแอลงไปมากก็ตาม
*** คริสตาลินา กอร์เกียวา (Madam Kristalina Georgieva)กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและสถาบันที่แข็งแกร่งมากพอ เพื่อรับมือกับแรงกระแทกจากวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังระบุว่าการแพร่ขยายของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลกในขณะนี้ และเธอต้องการให้ IMF ให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านความเหลื่อมล้ำที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประเด็นนี้ถูกมองข้าม โดย IMF เตรียมปรับปรุงคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับใหม่ในเดือนก.ค. นี้ ซึ่ง IMF จะกลับมาจัดทำการประเมินภาวะเศรษฐกิจของรัสเซียตามรอบปกติอีกครั้งในอนาคต หลังจากเลื่อนการประเมินดังกล่าวออกไปเนื่องจากสงครามในยูเครน
*** ผลสำรวจความคิดเห็นของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดของเขา ขณะที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล
ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 35% พึงพอใจการทำงานของทรัมป์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากผลเดียวกันเมื่อช่วงกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าระดับต่ำสุดของการดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบันเพียงเล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 34% ในผลสำรวจเดือนเม.ย. และยังใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกที่ 33% ในเดือนธ.ค.2017
*** เจ้าหน้าที่ด้านการจัดการภัยพิบัติเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 32 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย ขณะที่รัฐบาลกรุงมะนิลาเร่งระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
*** เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในรอบ 150 ปี นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของคิวบาเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยหลายพื้นที่ในคิวบา เม็กซิโก และรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ซึ่งปกติพื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่เขตที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยนัก
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 6.1 แมกนิจูด เกิดขึ้นที่ความลึกเพียง 26 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองมันตัว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคิวบา ประมาณ 104 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงฮาวานาราว 2-4 ชั่วโมง
*** สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันจากการระบาดของโรคอีโบลาเพิ่มขึ้นเป็น 101 รายแล้ว ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามควบคุมการระบาดในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
*** สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้จัดการประชุมสุดยอดที่กรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ และเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลากหลายด้าน โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ คิม จอง อึน ยังกล่าวต่อสี จิ้นผิงว่า เกาหลีเหนือจะสนับสนุนหลักการจีนเดียวอย่างเต็มที่ ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
*** Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่หลายรายการในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในยุค AI โดยไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะโฉมใหม่ภายใต้ชื่อ Siri AI ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความฉลาดมากขึ้น เชื่อถือได้มากขึ้น และสามารถเข้าใจบริบทของผู้ใช้งานดีกว่าเดิม โดยในช่วงแรกจะรองรับภาษาอังกฤษ และจะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Beta ภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
*** Nvidia Corp. และ Hyundai Motor Group บรรลุข้อตกลงเพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันเทคโนโลยี Physical AI และหุ่นยนต์จากแนวคิดและการวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนความร่วมมือฉบับใหม่ คือการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากห้องปฏิบัติการสู่สายการผลิตจริง โดยอาศัยจุดแข็งด้านระบบการผลิตและเครือข่ายโรงงานของ Hyundai เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาและทดสอบการใช้งาน
ทั้งสองบริษัทมีแผนนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้กับระบบการคมนาคมและการเคลื่อนที่ทุกรูปแบบ โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตของ Hyundai รวมถึงโครงการ Saemangeum Project จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแผนดังกล่าว
*** OpenAI เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ว่า บริษัทได้ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เป็นการลับ เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เช่นเดียวกับ Anthropic คู่แข่งสำคัญในสมรภูมิ AI ที่กำลังเตรียมเข้าทำ IPO ท่ามกลางความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการเติบโตจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังร้อนแรง
*** Bank of America Securities แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังต่อการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังสัญญาณเตือนภาวะตลาดหมี (Bear Market) เริ่มปรากฏมากขึ้น และบ่งชี้ว่าตลาดอาจกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดของรอบนี้
ทีมนักวิเคราะห์ระบุว่า ขณะนี้มีสัญญาณเตือนออกมามากเกินไป พร้อมแนะนำให้นักลงทุนทยอยทำกำไร เนื่องจากมีสัญญาณเตือนภาวะตลาดหมีปรากฏขึ้นมาแล้ว 70% ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่รุนแรงผิดปกติอาจสะท้อนถึงความไม่เสถียรที่เพิ่มขึ้นในตลาด โดย Bank of America ยังคงเป้าหมายดัชนี S&P 500 ณ สิ้นปี 2026 ไว้ที่ระดับ 7,100 จุด
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ