โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เซ่นรักขม 2 ศพชายง้อขอโอกาสคืนดี แต่ถูกฝ่ายปฏิเสธรัก ก่อนชักปืนยิงดับ แล้วลั่นไกใส่ตัวเองตาม จ.นครศรีธรรมราช

สวพ.FM91

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เซ่นรักขม 2 ศพชายง้อขอโอกาสคืนดี แต่ถูกฝ่ายปฏิเสธรัก ก่อนชักปืนยิงดับ แล้วลั่นไกใส่ตัวเองตาม จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 16 มิ.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจสอบ เหตุบุคคลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบร่าง หญิง อายุ 36 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์หน่วยงานราชการ นอนหงายอยู่ข้างเตียงนอนมีบาดแผลถูกยิงเข้าราวนม 1 นัด ใกล้กันมีร่างชาย 1 ราย ทำงานเป็นลูกจ้างอำเภอนอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลกระสุนปืนยิงศีรษะ 1 นัด ปลายเท้ามีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ ส่วนบนเตียงนอนมีปืนลูกซองยางวางอยู่อีกกระบอก โดยมีครอบครัวและญาติๆต่างอยู่ในอาการตกใจร้องไห้

แม่ฝ่ายหญิง ระบุ ลูกสาวกับฝ่ายชายต่างคนต่างเคยมีครอบครัวกันมาแล้ว ก่อนจะมาอยู่กินกันที่บ้านหลังนี้ แต่มักมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ทะเลาะจนต้องเลิกรากันแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกฝ่ายชายเข้ากราบขอโทษว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ขอโอกาสอีกครั้งจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปและลูกสาวยอมให้อภัย แต่ครั้งนี้มาเกิดเหตุการณ์นี้อีกลูกสาวไม่ยอมคืนดีด้วย คาดว่าเป็นชนวนเหตุขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่ไว้ว่าถ้าเลิกกันคงถึงตาย กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายซื้อสุรามาตั้งไว้หน้าบ้านแต่ยังไม่ทันดื่มก็มาเกิดเหตุดังขึ้นก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากหึงหวงซึ่งฝ่ายชายนั้นพยายามมาขอคืนดีกับฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันจนเกิดเหตุร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งรพ. ก่อนให้ครอบครัวรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ศูนย์ข่าวประชาสัมพันธ์ TAI TECK TUNG

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...