โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผัวมีปากเสียงกับเมีย คว้าลูกซองลั่นไกทะลุอกเมียดับ ก่อนใช้ 9 มม.ปลิดชีพตัวเองหนีความผิด ลูกสาาร่ำไห้ปิ่มขาดใจ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ผู้สื่อข่าวจังหวัด นครศรีธรรมราช
เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 16 มิ.ย.69 ร.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ๋ ชูสุวรรณ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุผัวยิงเมีย

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 16 มิ.ย.69 ร.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ๋ ชูสุวรรณ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุผัวยิงเมียตายแล้วผัวยิงตัวตาย รวม 2 ศพ ที่บ้านทาวเฮาส์ชั้นเดียว เลขที่ 118/17 ซอยรวมน้ำใจ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.,พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.จารุ เพ็ชรปาน รอง ผกก.สอบสวนพ.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส.,พ.ต.ท.ชาญยุทธ สุวรรณรัตน์ สวป.,กำลังตำรวจสายตรวจจยย.และตำรวจชุดสืบสวน,แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนและชันสูตรพลิกศพและสอบสวน

เมื่อถึงที่เกิดเหตุภายในห้องนอนพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนเสียชีวิตใกล้กับบนพื้นใกล้เตียงนอน ศพแรกบนพื้นใกล้เตียงนอนพบศพผู้ตายเป็นผู้หญิงชื่อ น.ส.เจีย (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพศพนอนหงายในชุดกางเกงขาสั้นสีเทา เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำตายสภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเข้ามือซ้าย กระสุนทะลุมือซ้ายเจาะหน้าอกพรุน 1 นัด ส่วนศพใกล้กันสภาพศพนั่งพิงเสียชีวิตที่ราวแขวนเสื้อผ้าปลายเตียง พบศพที่ 2 เป็นสามี ชื่อนายโดม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งพนักงานขับรถ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช และยังเป็น อส.ตร.หรืออาสาสมัครตำรวจบ้านอีกด้วย

ศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนพกสั้นขนาด 9 มม.เข้าบริเวณขมับซ้าย 1แผลฉกรรจ์เลือดไหลอาบ โดยในห้องที่เกิดเหตุบนเตียงนอนพบอาวุธปืนลูกซองยาววางอยู่บนเตียงนอน 1 กระบอก ถูกยิงไปแล้ว1นัด และพบอาวุธปืนสั้นขนาด9มม.ตกอยู่ใต้เตียงปลายเท้าของนายพลพัฒน์ ยิงไปแล้ว 1 นัด อีก 1 กระบอก และที่เกิดเหตพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอก และปลอกกระสุนปืน 9 มม.1 ปลอกจึงเก็บตรวจหลักฐานทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นตำรวจทำการสอบสวนปากคำญาติทราบผู้เสียชีวิตทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน โดยฝ่ายน.ส.สลิลทิพย์ หรือ เจีย มีลูกติดเป็นลูกสาวอายุ 20 ปี มา1คน โดยลูกสาวเรียนหนังสือระดับปริญญาตรีที่ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยผู้ตายทั้งสองอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวเพียงลำพัง 2 คน ฝ่ายภรรยา ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนฝ่ายสามีเป็นลูกจ้างขับรถของ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยมีบ้านญาติอยู่ใกล้ๆกันในซอยเดียวกัน แต่ระยะหลังทั้งสองเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้งเรื่องหึงหวง จนเป็นทราบดีของญาติๆและชาวบ้านในซอยดังกล่าว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องผัวเมีย

กระทั่งก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำนายโดม (นามสมมติ) ขับรถกระบะกลับจากทำงานจอดหน้าบ้านในซอย โดยมีพยานเห็นนายโดม (นามสมมติ) สามี ลงจากรถพร้อมเหล้าและน้ำแข็งเดินเข้าไปในบ้านสักครู่ญาติและชาวบ้านได้ยินเสียงทั้งคู่มีปากเสียงดัง และได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องเสียงดัง เพื่อขอความช่วยเหลือก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น1นัด สักครู่ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก1นัด เมื่อเสียงปืนสงบลง ญาติและชาวบ้านได้เดินเข้าไปดูก็พบว่าทั้งสองถูกยิงตายคู่ทั้งสองศพ

โดยตำรวจคาดว่าขณะที่ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงในเรื่องความหึงหวง นายโดม (นามสมมติ) ได้ใช้ปืนลูกซองยาวออกมายิงนางสาวสลิลทิพย์หรือเจีย ซึ่ง น.ส.เจีย (นามสมมติ) ใช้มือซ้ายขึ้นมาป้อง ก่อนที่นายโดม (นามสมมติ) ลั่นไกกระสุนเจาะมือซ้ายทะลุไปเจาะหน้าอกซ้าย น.ส.เจีย (นามสมมติ) ดับคาที่ ก่อนที่นายโดม (นามสมมติ) ตัดสินใจใช้ปืน 9 มม.ซึ่งเป็นปืนพกประจำตัวที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นานจ่อยิงหัวตัวตายตามเป็นศพที่ 2 เพื่อหนีความผิดดังกล่าว ท่ามกลางความแตกตื่น โดยหลังเกิดเหตุไม่นานมีลูกสาววัย 20 ปีของ น.ส.เจีย (นามสมมติ) กลับจากเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พบร่างแม่ถูกยิงตายพร้อมพ่อเลี้ยง ร้องร่ำไห้ปิ่มขาดใจดังกล่าว.โดยมีญาติและชาวบ้านเข้าไปปลอบใจ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของบรรดาญาติๆดังกล่าว ซึ่งหลังจากทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...