โลกเสี่ยง ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เปิดชื่อ 20 เมืองทั่วโลก เจอวิกฤตหนักสุด
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 มิ.ย. เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. เวลา 01.48 น. • The Bangkok InsightNOAA เตือนโลกเสี่ยง เอลนีโญยกระดับสู่ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ด้านอ็อกซ์ฟอร์ด เปิดรายชื่อ20 เมืองทั่วโลก มีโอกาสเจอวิกฤตหนักสุด
หลังจากปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศเอลนีโญ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ได้ทำการจัดอันดับ 220 เมืองใหญ่ทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์ความเปราะบางและระดับความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
จากผลวิจัยพบว่า กลุ่มเมืองในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายสะฮารา คือพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่สุดที่อาจต้องเผชิญกับอันตรายถึงขั้นคุกคามต่อชีวิต
ขณะที่องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) รายงานว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง 63% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2 องศาเซลเซียส
นั่นหมายความว่า เอลนีโญในรอบนี้จะไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดา แต่จะยกระดับกลายเป็น ซูเปอร์เอลนีโญ ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้พื้นที่แห้งแล้งต้องเผชิญไฟป่าครั้งมโหฬาร ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำจะเจอปัญหามหาอุทกภัยจากการแปรปรวนของทิศทางลมและกระแสน้ำ
เนธมิ ชายารัตเน คาริยาวาซัม หัวหน้าทีมวิจัยจากอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ความน่ากลัวของรอบนี้ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขกิมมิคอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเท่านั้น แต่เกิดจากดัชนีความร้อนสะสมที่พุ่งสูงขึ้นประจวบเหมาะกับปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของเมืองที่ไม่พร้อมรับมือ
โดยเฉพาะเมืองใหญ่ในทวีปเอเชียและแอฟริกาที่มีขีดความสามารถในการเผชิญหน้ากับภัยแล้งอย่างจำกัด ซึ่งการผสมผสานของปัจจัยลบเหล่านี้อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงถึงชีวิต
เปิดรายชื่อ 20 เมืองใหญ่ทั่วโลก ที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากซูเปอร์เอลนีโญในครั้งนี้ ดังนี้
1. เมือง Al Basrah อิรัก
2. เมือง Ahmadabad อินเดีย
3. เมือง Bamako มาลี
4. เมือง Nagpur อินเดีย
5. เมือง Quezon City ฟิลิปปินส์
6. เมือง Baghdad อิรัก
7. เมือง Madurai อินเดีย
8. เมือง Faisalabad ปากีสถาน
9. เมือง Lagos ไนจีเรีย
10. เมือง Hyderabad ปากีสถาน
11. เมือง Barranquilla โคลอมเบีย
12. เมือง Ibadan ไนจีเรีย
13. เมือง Port Harcourt ไนจีเรีย
14, เมือง Conakry กินี
15. เมือง Bhopal อินเดีย
16. เมือง Ho Chi Minh City เวียดนาม
17. เมือง Kaduna ไนจีเรีย
18. เมือง Bandung อินโดนีเซีย
19. เมือง Port-au-Prince เฮติ
20. เมือง Kanpur อินเดีย
ทีมนักวิจัยเน้นย้ำว่า ปัจจุบันคลื่นความร้อน (Heatwaves) กำลังเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของความถี่ ระยะเวลา และความรุนแรง ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตส่วนเกิน ระบบโครงสร้างพื้นฐานขัดข้อง และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเขตเมือง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ใน 3 ภายในปี 2050 ทำให้พื้นที่เขตเมืองกลายเป็นจุดเสี่ยงภัยขั้นวิกฤต (Hotspots) ของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขอบคุณข้อมูล : LADBible, SANOOK
อ่านข่าวเพิ่มเติม
'สุชาติ' เตือน 'เอลนีโญ' ลากยาวถึงปี 70 ชูฐานข้อมูลภูมิอากาศความละเอียดสูงสู้ภัยแล้ง
พลิกวิกฤตโลกเดือด! 'รมว.สุชาติ' มอบกรมลดโลกร้อนกางแผนรับมือ 'เอลนีโญ'
'กรมลดโลกร้อน' เปิดตัวระบบ 'M&E' รับมือโลกเดือด ยกระดับฐานข้อมูล สู่มาตรฐานสากล
ติดตามเราได้ที่