จับแล้ว! “อดีต ส.ต.อ.” แก๊งอุ้มชื่อดัง หนีคดีร่วมพยายามฆ่าสาวสาหัสที่ภูเก็ต แฉประวัติสุดโฉด
วันที่ 28 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.1 บก.ป.) พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สารวัตร กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายสถิตย์ ประสันแพงศรี อายุ 54 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.346/2569 ลงวันที่ 9 เม.ย. 2569 ในข้อหา "ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" ได้บริเวณลานจอดรถ ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากช่วงปลายปี 2568 ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาว เดินทางออกจากร้านค้าแห่งหนึ่งบนถนนตะกั่วป่า ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต เพื่อกลับที่พักบริเวณถนนแม่หลวน ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงลานจอดรถของที่พัก ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ารุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้า ก่อนผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ส่วนผู้เสียหายถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. สืบทราบว่านายสถิตย์หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ลาดพร้าว จึงติดตามจับกุมตัวไว้ได้
จากการสอบสวน นายสถิตย์ให้การรับสารภาพว่า หลังพ้นโทษในคดีอุ้มนักธุรกิจชาวปทุมธานี ได้เดินทางไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต กับคนรู้จัก โดยมีหน้าที่ติดตามทวงหนี้และเป็นการ์ดดูแลสถานบันเทิง ก่อนเกิดเหตุมีคนรู้จักแจ้งว่าผู้เสียหายไปมีความสัมพันธ์กับแฟนของคนรู้จัก ตนจึงบอกพรรคพวกว่าหญิงสาวพักอยู่ที่ใด ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะไปดักรุมทำร้าย จากนั้นเมื่อทราบว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความ จึงหลบหนีจาก จ.ภูเก็ต มากบดานในกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งถูกจับกุม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสถิตย์ อดีตเคยรับราชการตำรวจยศสิบตำรวจเอก (ส.ต.อ.) สังกัดกองกำกับการอารักขาและรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล และเคยต้องโทษในคดีอุ้มผู้เสียหายมาแล้วอย่างน้อย 2 คดี
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ร่วมกับพวกก่อเหตุลักพาตัวนักธุรกิจชาวต่างชาติ เจ้าของบริษัทค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกค่าไถ่ 28 ล้านบาท โดยผู้เสียหายถูกจับมัด ล่ามโซ่ ใส่กุญแจมือไพล่หลัง และคลุมศีรษะด้วยหมวกไหมพรม ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายไว้ได้อย่างปลอดภัย ศาลพิพากษาจำคุก 13 ปี
ต่อมาในปี 2559 นายสถิตย์ร่วมกับพวกบุกเข้าตรวจค้นบ้านนักธุรกิจและนักสะสมพระเครื่องใน จ.ปทุมธานี โดยแอบอ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนรื้อค้นและยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จากนั้นอุ้มผู้เสียหายไปกักขังในบ้านพักย่านบางนา บังคับให้โอนเงินอีก 1 ล้านบาท ก่อนถูกจับกุมได้พร้อมของกลางทองคำหลายรายการ โดยศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน