HL แวว Q2 เด่น ลุยสินค้าใหม่ ชูรายได้โต 15%
#HL #ทันหุ้น – HL ส่งซิก Q2/69 สดใส พร้อมเร่งเครื่องสินค้าใหม่สายสุขภาพ แบรนด์ Prime ฟากผู้บริหารปักธงรายได้ปี 69 โต 15% ลุยขยายสาขาเพิ่ม 14 แห่ง จากปัจจุบัน 72 สาขา เสริมทัพสินค้ากว่า 10,000 รายการ แถมไฟเขียวซื้อหุ้นคืนวงเงิน 42 ล้านบาท ตอกย้ำความมั่นใจธุรกิจแกร่ง!
นายศุภกร พันธุกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีดจำกัด (มหาชน) หรือ HL เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงมีทิศทางสดใสต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 ที่มียอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสมุนไพรนวัตกรรมกว่า 20 รายการ และยังมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงการจัดโปรโมชั่นประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขาย อย่างต่อเนื่อง
@ผลิตภัณฑ์ใหม่
“ในไตรมาส 2/2569 บริษัทยังคงเดินหน้าส่งต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อคนรักสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้วางจําหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ไพร์ม (Prime) รวม 2 รายการ ได้แก่ “เอ็มจี ไนท์ ตราไพร์ม” (Mg Nite Prime Brand) แมกนีเซียม ที่มีส่วนช่วยในการทํางานตามปกติของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ และ “แอสต้า – เอ็นซีคอมเพล็กซ์ ตราไพร์ม” (ASTA-NZ Complex Prime Brand) ” นายศุภกร กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 กลุ่มบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% จากยอดขายเต็มปีของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 14 แห่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ทั้งในกลุ่มอาหารเสริมที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม (Bioavailability Enhancer), ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสมุนไพรลดการสะสมเชื้อไวรัส อย่าง สเปรย์พ่นปาก-จมูก MOUTH SPRAY & NASAL SPRAY “แบรนด์ Q” ซึ่งได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม
@อวดสาขาร้านยา
ปัจจุบัน บริษัทมีร้านขายยาทั้งหมด 72 สาขา แบ่งออกเป็น 3 แบรนด์ ได้แก่“iCare” จำนวน 30 สาขา, “Pharmax” จำนวน 39 สาขา และ “Super Drug” จำนวน 3 สาขา และยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้า ด้วยสินค้ากว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับดีมานด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มี.ค. 2569) บริษัทมีรายได้รวม594.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น2.78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 578.57 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน(Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน42,000,000 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 6,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 2.21 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569