โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โพลียูรีเทนโฟม’ ใน 'สกุชชี่' ย่อยยาก-หลอมกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ รองเท้า-ที่นอน บางส่วนใช้

SpringNews

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระแสของเล่น สกุชชี่ (Squishy) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ด้วยจุดเด่นที่นุ่ม บีบแล้วคืนรูป และมีดีไซน์น่ารักถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่เบื้องหลังความนุ่มของของเล่นชนิดนี้ กลับมีอีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เพราะสกุชชี่จำนวนมากผลิตจาก โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam หรือ PU Foam) วัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร เนื่องจากย่อยสลายได้ยาก และไม่สามารถนำกลับมาหลอมรีไซเคิลได้เหมือนพลาสติกทั่วไป

ข้อมูลจาก The Freedonia Group บริษัทวิจัยตลาดและข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจระดับสากล ซึ่งเผยแพร่ในปี 2024 ระบุว่า โพลียูรีเทนโฟมเป็นพลาสติกประเภท เทอร์โมเซต (Thermoset Plastic) เมื่อขึ้นรูปแล้วจะไม่สามารถหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้เหมือนพลาสติกประเภท PET หรือ HDPE ทำให้การรีไซเคิลทำได้ยาก และกลายเป็นขยะที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับโพลียูรีเทนโฟมผ่านของเล่นสกุชชี่ แต่ในความเป็นจริง วัสดุชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และที่นอน และอุตสาหกรรมก่อสร้างกับห้องเย็น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใช้โพลียูรีเทนโฟมในปริมาณสูง และเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดขยะโฟมที่ย่อยสลายยากของประเทศ

ในอุตสาหกรรมรองเท้า โพลียูรีเทนโฟมถูกนำมาใช้ผลิตพื้นรองเท้า แผ่นรองเท้า และวัสดุรองรับแรงกระแทก เพื่อเพิ่มความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ ขณะที่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอนใช้เป็นส่วนประกอบของโซฟา เก้าอี้ เบาะนั่ง ฟูก ที่นอน เมมโมรีโฟม หมอนสุขภาพ และหมอนอิง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้แทบทุกครัวเรือน

นอกจากนี้ ยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น เบาะรถยนต์ พนักพิง ที่วางแขน แผงบุภายในรถ และวัสดุดูดซับเสียง รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับหลังคา ผนัง อาคาร โรงงาน ห้องเย็น และโฟมอุดรอยรั่ว

โพลียูรีเทนโฟมยังเป็นวัสดุสำคัญของธุรกิจห้องเย็นและคลังสินค้า โดยใช้เป็นฉนวนในแผ่น Sandwich Panel และห้องควบคุมอุณหภูมิ ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น ตู้แช่ ตู้น้ำเย็น และเครื่องทำน้ำแข็ง ก็ใช้โฟมชนิดนี้เป็นฉนวนรักษาความเย็นเช่นกัน

ส่วนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ใช้โฟม PU เป็นวัสดุกันกระแทกสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ขณะที่ธุรกิจเครื่องนอนและของใช้ในบ้าน นำไปผลิตฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำทำความสะอาด เบาะรองนั่ง และหมอน รวมถึงอุตสาหกรรมเรือและอุปกรณ์ลอยน้ำที่ใช้โฟมเป็นวัสดุช่วยพยุงตัวและเพิ่มความแข็งแรง ตลอดจนธุรกิจเครื่องหนังและแฟชั่นที่ใช้เป็นวัสดุเสริมรูปทรงในกระเป๋า หมวก และสินค้าแฟชั่นบางประเภท

สาเหตุที่โพลียูรีเทนโฟมถูกมองว่าเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม มาจากคุณสมบัติที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ช้ามาก อาจใช้เวลาหลายสิบปีหรือมากกว่านั้น อีกทั้งยังรีไซเคิลได้ยาก เพราะไม่สามารถหลอมขึ้นรูปใหม่ได้เหมือนพลาสติกทั่วไป ส่งผลให้ขยะส่วนใหญ่ต้องถูกนำไปฝังกลบ หรือเผาเพื่อผลิตพลังงาน ซึ่งหากดำเนินการโดยไม่มีระบบควบคุมที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศเพิ่มเติม

ด้านสมาคมอุตสาหกรรมโพลียูรีเทนแห่งยุโรป (ISOPA) ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่า โพลียูรีเทนโฟมยังคงเป็นวัสดุสำคัญของหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อสร้าง ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน รองเท้า และอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุชนิดนี้ยังมีบทบาทสูงในระบบเศรษฐกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านการจัดการหลังหมดอายุการใช้งาน

ขณะที่รายงานของ The Freedonia Group ในปี 2024 ยังระบุว่า ตลาดฉนวนของประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยโฟมพลาสติก ซึ่งรวมถึงโพลียูรีเทนโฟม ครองสัดส่วนราว 60% ของตลาดฉนวนทั้งหมด สะท้อนว่าความต้องการใช้วัสดุชนิดนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่เผยแพร่ในปี 2023 ยังพบว่าThermoplastic Polyurethane (TPU) Foam ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในพื้นรองเท้า อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมทางทะเล อากาศยาน ฉนวนท่อ และสายเคเบิลไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่ากลุ่มวัสดุโพลียูรีเทนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

แม้โพลียูรีเทนโฟมจะมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งความนุ่ม น้ำหนักเบา และเป็นฉนวนความร้อนที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอายุการใช้งานสั้น เช่น ของเล่นสกุชชี่ ความท้าทายด้านการจัดการขยะหลังการใช้งานจึงกลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริโภคต้องร่วมกันหาทางออก เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ที่มา: The Freedonia Group. Thailand Insulation Market (2024)

ISOPA (European Diisocyanate & Polyol Producers Association). Polyurethane Applications (2024)

งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์เกี่ยวกับ Thermoplastic Polyurethane (TPU) Foam (2023)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...