สยบดราม่าอิทธิพลบีบ! "จ่าจักร-ผกก.ไทรน้อย" ควงคู่แจงปมปิดเพจดัง
(21 มิ.ย. 69) จากกรณีที่เพจ “ที่นี่ไทรน้อย” และ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” ประกาศยุติการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยในโลกออนไลน์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับกรณีการจับกุมรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนั้น ล่าสุดทางเพจได้รับข้อมูลจาก พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ชี้แจงว่า การปิดเพจดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของเจ้าของเพจเอง ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันหรือการแทรกแซงจากบุคคลใด โดยสาเหตุหลักมาจากภาระงานและปริมาณเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถติดตามและแก้ไขปัญหาได้ทันทุกเรื่องจนเกิดความเครียดสะสม
ล่าสุด ที่ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมด้วย จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผบ.หมู่จราจร สภ.ไทรน้อย หรือ “จ่าจักร” ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน กรณีการปิดเพจ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” และ “ที่นี่ไทรน้อย” ที่กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ จ่าจักรได้เผยแพร่คลิปการตรวจสอบและดำเนินคดีกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อคันหนึ่งที่ถูกร้องเรียนว่าฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้เส้นทาง ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะถูกลบออกจากเพจ และต่อมามีการประกาศปิดเพจทั้งสองพร้อมลงข้อความ “กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ” ส่งผลให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีแรงกดดันหรืออิทธิพลบางอย่างอยู่เบื้องหลัง
จ.ส.ต.บรรณภพ เปิดเผยว่า เหตุการณ์รถบรรทุกดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งคนขับรถตอนแรกไม่ยอมลงมา จึงขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ หลังจากพูดคุยสักพักก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนไป เหตุการณ์ในวันนั้นจบลงตามขั้นตอนปกติ ไม่มีเหตุขัดแย้งหรือแรงกดดันจากบุคคลใด สำหรับประเด็นการปิดเพจนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลใดสั่งให้ปิดเพจ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาให้การสนับสนุนและปกป้องการทำงานของตนมาโดยตลอด ไม่เคยทอดทิ้งหรือกดดันในการทำหน้าที่
สาเหตุสำคัญที่ตัดสินใจยุติการเคลื่อนไหวของเพจ เนื่องจากมีประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ไม่เฉพาะพื้นที่ไทรน้อยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยวันละ 7-8 เรื่อง บางเรื่องอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของตำรวจจราจร ทำให้ไม่สามารถติดตามและแก้ไขปัญหาได้ทันทุกกรณี จึงเกิดความกดดันและความเครียดสะสม
จ.ส.ต.บรรณภพ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกันภายใน สภ.ไทรน้อย ว่าอาจจะรวมช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในโรงพักให้เป็นเพจกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้ามาช่วยกันเป็นแอดมินรับเรื่องร้องเรียน และประสานงานกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนเพจ “ที่นี่ไทรน้อย” นั้น ถูกปัญหาการรายงานสแปมและการถูกร้องเรียนผ่านระบบจำนวนมาก จึงตัดสินใจปิดเพจไปก่อน ขณะที่เพจของตนเองเดิมตั้งใจเพียงเปลี่ยนชื่อเพจให้ไม่ระบุตัวตนโดยตรง แต่เนื่องจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นก่อน จึงยังไม่มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม ทั้งนี้ตนต้องขอขอบคุณประชาชนและพร้อมจะกลับมาเปิดเพจใหม่อีกครั้งตามเสียงเรียกร้อง ยืนยันยังปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวดเช่นเดิม
ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย กล่าวเสริมว่า ขอชี้แจงอย่างชัดเจนว่าไม่มีเรื่องของอิทธิพล การแทรกแซง หรือการสั่งการจากบุคคลใดให้ปิดเพจ ตนไม่รู้จักและไม่สนใจเรื่องอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น โดยนโยบายของ สภ.ไทรน้อย คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ละเว้นผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ส่วนกรณีรถบรรทุกที่เป็นข่าวนั้น ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายปกติในข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับข้อความ “กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ” ที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นต่าง ๆ นั้น เป็นเพียงคำคมหรือคติประจำเพจของจ่าจักรที่ใช้มาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีนัยหรือสื่อถึงบุคคลใดตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ ส่วนกระแสข่าวเรื่องสัญลักษณ์ ตุ๊กตา หรือสติกเกอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลนั้น ตนไม่ทราบข้อมูลและไม่รู้จักบุคคลดังกล่าว หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบได้ทันที ยืนยันว่าข่าวดราม่าดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และจะยังคงเดินหน้ากวดขันวินัยจราจรรวมถึงรถบรรทุกที่ฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่อย่างเข้มงวดต่อไป