โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 5 ข้อห้าม บนโต๊ะอาหารคนอายุยืน แค่ปรับพฤติกรรม ก็ช่วยลดเสี่ยงโรคเรื้อรังได้

Khaosod

อัพเดต 21 มิ.ย. เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. เวลา 06.02 น.

เปิด 5 ข้อห้าม บนโต๊ะอาหารของคนอายุยืน ที่หลายคนอาจมองข้าม ผู้เชี่ยวชาญชี้ แค่ปรับพฤติกรรม ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายคนมักมองหาเคล็ดลับของการมีอายุยืนจากอาหารเสริมหรือโปรแกรมดูแลสุขภาพราคาแพง แต่แท้จริงแล้วปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีอายุยืน อาจเริ่มต้นจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะมื้อเย็น ซึ่งมีผลต่อการทำงานของระบบเผาผลาญ ระบบย่อยอาหาร และคุณภาพการนอนหลับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า การรับประทานอาหารอย่างสมดุลในทั้ง 3 มื้อ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว

จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้ที่มีอายุยืนในหลายประเทศ พบว่า นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว คนกลุ่มนี้ยังมีวินัยในการรับประทานอาหารมื้อเย็นอย่างเคร่งครัด โดยมีหลักปฏิบัติสำคัญ 5 ข้อ ดังนี้

1. ไม่รับประทานอาหารเย็นดึก

ช่วงเวลารับประทานอาหารเย็นส่งผลโดยตรงต่อการเผาผลาญของร่างกายก่อนเข้านอน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรรับประทานอาหารเย็นในช่วงเวลา 16.30-20.00 น.

โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 17.30-19.00 น. และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหลังเวลา 22.00 น.

นอกจากนี้ควรเว้นระยะระหว่างมื้อเย็นกับเวลานอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารมีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยลดภาระของระบบขับถ่าย ส่งเสริมคุณภาพการนอน และเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาว

2. ไม่รับประทานอาหารเย็นจนอิ่มเกินไป

มื้อเย็นเป็นมื้อสุดท้ายของวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อนและใช้พลังงานน้อยลง

ปัจจุบัน หลายคนมีพฤติกรรมงดอาหารเช้า แต่กลับรับประทานอาหารมื้อเย็นในปริมาณมากเพื่อชดเชย ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนักขณะนอนหลับ เพิ่มโอกาสเกิดอาการนอนไม่หลับ และทำให้พลังงานส่วนเกินสะสมเป็นไขมัน

หากทำเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ได้

ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารเย็นในปริมาณพอเหมาะ หรืออิ่มเพียงประมาณ 70-80% เท่านั้น

3. ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

ในช่วงเวลากลางคืน ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง และระบบย่อยอาหารทำงานช้ากว่าช่วงกลางวัน อาหารประเภททอดหรืออาหารที่มีไขมันสูงจึงย่อยได้ยาก และอาจทำให้ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) สะสมในหลอดเลือด

หากรับประทานเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและโรคหัวใจ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกเมนูที่ย่อยง่าย เช่น ผักต้ม ธัญพืชไม่ขัดสี และผลไม้สด เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและลดภาระของระบบย่อยอาหาร

4. ไม่รับประทานอาหารเร็วเกินไป

วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายคนรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วเพื่อกลับไปทำงานต่อ แต่พฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร

การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และรบกวนการนอนหลับ

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารเร็วเกินไปยังทำให้สมองได้รับสัญญาณความอิ่มไม่ทัน ส่งผลให้รับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

ผู้ที่มีอายุยืนส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ และเคี้ยวอาหารให้ละเอียดทุกมื้อ

5. ไม่รับประทานอาหารดิบหรืออาหารเย็นจัด

ในช่วงเวลากลางคืน อุณหภูมิของร่างกายและสิ่งแวดล้อมลดลง ขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันก็มีแนวโน้มทำงานลดลงเช่นกัน

การรับประทานอาหารดิบหรือเครื่องดื่มเย็นจัดในช่วงเย็นอาจเพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหาร อีกทั้งอาหารดิบยังมีความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร

การหลีกเลี่ยงอาหารดิบและอาหารเย็นจัดในมื้อเย็นจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพของลำไส้ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดเชื้อหรือการอักเสบเรื้อรัง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากความโชคดี แต่เป็นผลจากการดูแลตนเองและรักษาพฤติกรรมที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนนิสัยบนโต๊ะอาหารเย็น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา กินในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกอาหารที่มีประโยชน์ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือเย็นจัด ล้วนเป็นแนวทางที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 5 ข้อห้าม บนโต๊ะอาหารคนอายุยืน แค่ปรับพฤติกรรม ก็ช่วยลดเสี่ยงโรคเรื้อรังได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...